ขอนแก่นโตไปทางไหน? เปิดฐานเศรษฐกิจและโอกาสของ 26 อำเภอ

BB0E4A19-5C7E-4263-B60D-6F6E48FC71DE

เมื่อมองความเจริญของขอนแก่นให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด ภาพที่ปรากฏมีทั้งฐานโรงงานอาหารในหลายอำเภอ ระบบบริการสุขภาพที่ชุมแพ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำที่อุบลรัตน์ และงานก่อสร้างรถไฟสายใหม่ที่เริ่มต้นจากบ้านไผ่ แต่ละพื้นที่มีบทบาทต่างกัน และกำลังเปิดโจทย์สำคัญว่า จะเชื่อมกิจกรรมเหล่านี้ให้สร้างโอกาสแก่คนท้องถิ่นได้อย่างไร [2] [4] [7] [8]

บทความนี้ชวนสำรวจฐานเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว ทิศทางโครงการสำคัญ และโอกาสของทั้ง 26 อำเภอ โดยใช้ข้อมูลราชการและหน่วยงานเจ้าของเรื่องที่ตรวจสอบได้ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ประกอบข้อวิเคราะห์เรื่องการเชื่อมเมืองกับชุมชน [17]

ประชากรเกือบ 1.85 ล้านคน ทำให้การพัฒนาต้องมองทั้งจังหวัด

รายงานผลเบื้องต้นสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าขอนแก่นมีประชากร 1,844,837 คน ณ วันสำมะโน 1 เมษายน 2568 ในจำนวนนี้อยู่ในเขตเทศบาลทุกแห่งของจังหวัดรวม 943,887 คน และนอกเขตเทศบาล 900,950 คน เป็นข้อมูลสำมะโนเบื้องต้นปี 2568 ซึ่งจัดทำรายงานในปี 2569 [1]

จำนวนประชากรสองกลุ่มที่ใกล้เคียงกันช่วยอธิบายว่า การพัฒนาขอนแก่นต้องให้ความสำคัญกับทั้งพื้นที่เมืองและชุมชนนอกเทศบาล คำว่า “ในเขตเทศบาล” ในสถิตินี้รวมเทศบาลทั่วจังหวัด จึงครอบคลุมมากกว่าเทศบาลนครขอนแก่นเพียงแห่งเดียว

ในเชิงวิเคราะห์ ความต้องการเรียนหนังสือ รักษาพยาบาล ซื้อขายสินค้า และเดินทางไปทำงานเชื่อมโยงผู้คนข้ามเขตอำเภอ การวางแผนความเจริญจึงควรเริ่มจากความสัมพันธ์เหล่านี้ แล้วพิจารณาว่าแต่ละพื้นที่จะมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจจังหวัดได้อย่างไร

บ้านฝาง–พระยืน–หนองเรือ: ฐานอาหารและการผลิตที่ควรมองให้ชัด

หลักฐานหนึ่งที่ช่วยให้เห็นเศรษฐกิจนอกตัวเมือง คือชุดข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ปี 2568 จำแนกรายอำเภอ ซึ่งสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเผยแพร่โดยอ้างแหล่งข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม และระบุวันปรับปรุงเนื้อหาข้อมูล 5 สิงหาคม 2568 ตัวอย่างพื้นที่ในชุดข้อมูลมีดังนี้ [2]

อำเภอ จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในชุดข้อมูลปี 2568
เมืองขอนแก่น 51
ชุมแพ 12
บ้านฝาง 10
น้ำพอง 6
พระยืน 5
หนองเรือ 5

ตารางนี้แสดงว่าฐานการผลิตอาหารมีอยู่ในหลายอำเภอ จำนวนโรงงานเป็นข้อมูลของกิจการเฉพาะประเภทในปีที่ระบุ จึงต้องใช้ร่วมกับข้อมูลเงินลงทุน การจ้างงาน และปริมาณรับซื้อผลผลิต หากต้องการประเมินขนาดหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่

สำหรับบ้านฝาง พระยืน และหนองเรือ โอกาสที่ควรติดตามคือการเชื่อมผู้ผลิตวัตถุดิบกับโรงงานและตลาด เช่น การรวบรวมผลผลิต การตรวจคุณภาพ การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง หากกิจกรรมเหล่านี้สร้างงานและใช้บริการจากคนในพื้นที่ได้มากขึ้น มูลค่าจากการผลิตก็มีโอกาสหมุนเวียนอยู่ในชุมชนเพิ่มขึ้น

การประเมินความคืบหน้าควรลงไปถึงคำถามที่จับต้องได้ว่า โรงงานรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่มากเพียงใด คนท้องถิ่นได้งานประเภทใด และผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงมาตรฐานหรือบริการพัฒนาสินค้าได้สะดวกแค่ไหน

น้ำพอง–อุบลรัตน์: อุตสาหกรรม น้ำ และพลังงาน เชื่อมหลายอาชีพ

น้ำพองมีฐานอุตสาหกรรมที่ดำเนินงานมานาน ข้อมูลบริษัทน้ำตาลขอนแก่นและประวัติกลุ่ม KSL ระบุการตั้งโรงงานน้ำตาลที่อำเภอน้ำพอง รวมถึงการพัฒนาธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากกากอ้อย จึงเป็นตัวอย่างของการเชื่อมวัตถุดิบเกษตร การแปรรูป และพลังงานเข้าด้วยกัน [3]

บทบาทของพื้นที่ลักษณะนี้ควรมองตลอดเส้นทาง ตั้งแต่การผลิตในไร่ การรับซื้อ การขนส่ง งานในโรงงาน ไปถึงบริการซ่อมบำรุงและการค้าท้องถิ่น ประเด็นสำคัญคือเกษตรกรและแรงงานได้รับผลตอบแทนอย่างไร รวมถึงมีการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศ และผลกระทบต่อชุมชนอย่างเหมาะสมเพียงใด

ส่วนอุบลรัตน์มีตัวอย่างการลงทุนพลังงานที่เดินเครื่องแล้ว กฟผ. ประกาศจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์ ขนาดกำลังผลิต 24 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 โดยผสานการทำงานของพลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ [4]

ข้อมูล กฟผ. ยังกล่าวถึงการส่งเสริมพันธุ์สัตว์น้ำและการแปรรูปปลาของชุมชนรอบเขื่อน แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่เดียวเกี่ยวข้องกับทั้งระบบพลังงานและอาชีพของประชาชน การติดตามผลจึงควรดูควบคู่กันทั้งการใช้ประโยชน์จากน้ำ รายได้ชุมชน และการดูแลทรัพยากร [4]

เมืองขอนแก่น–ชุมแพ: ความเจริญในรูปของความรู้และบริการสุขภาพ

ทิศทางการแพทย์ในอำเภอเมืองมีโครงการสำคัญรองรับ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท กรอบดำเนินงานปีงบประมาณ 2570–2573 และกำหนดเริ่มให้บริการในปี 2574 ตามข่าวรัฐบาล โครงการนี้จึงเป็นการลงทุนสำหรับบริการในอนาคต [5]

บทบาทมหาวิทยาลัยยังเชื่อมไปถึงการพัฒนาสินค้าในอำเภอต่าง ๆ ตัวอย่างโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP สู่ผลิตภัณฑ์ Soft Power ขอนแก่น ปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด มีผู้ผลิตเป้าหมาย 52 กลุ่มจาก 26 อำเภอ และมีผู้เชี่ยวชาญจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมถ่ายทอดความรู้ [6]

กิจกรรมดังกล่าวเป็นหลักฐานของช่องทางเชื่อมองค์ความรู้กับผู้ผลิต ส่วนผลทางเศรษฐกิจที่ควรติดตามต่อคือ ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าได้จริงหรือไม่ มีคำสั่งซื้อซ้ำเพียงใด และเก็บมูลค่าเพิ่มไว้ในกิจการได้มากขึ้นแค่ไหน

นอกอำเภอเมือง ทะเบียนหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุขระบุโรงพยาบาลชุมแพเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ ระดับ S มีเตียงใช้จริง 360 เตียง โดยปรับข้อมูลวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 อ้างรายงาน ณ มีนาคม 2569 เป็นหลักฐานของฐานบริการสุขภาพในเมืองอำเภอที่ควรนำมาพิจารณาร่วมกับโครงข่ายบริการทั้งจังหวัด [7]

ข้อเสนอเชิงพัฒนาคือทำให้บริการเหล่านี้เข้าถึงง่ายขึ้น ตั้งแต่การเดินทาง การนัดหมาย การส่งต่อข้อมูล ไปจนถึงการดูแลต่อเนื่องในชุมชน ผลที่ประชาชนสัมผัสได้อาจเป็นการลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายของครอบครัว ซึ่งต้องเก็บข้อมูลวัดผลอย่างเป็นระบบ

บ้านไผ่–พล และแนวเหนือ: โครงข่ายรางเพิ่มโอกาสเมื่อเดินทางต่อได้

บ้านไผ่เป็นพื้นที่สำคัญของโครงการรถไฟสายบ้านไผ่–นครพนม เว็บไซต์โครงการสัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่–หนองพอก ระยะทาง 177.5 กิโลเมตร รายงานความก้าวหน้า 64.795% ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และระบุสิ้นสุดโครงการในเดือนพฤศจิกายน 2572 ตัวเลขนี้เป็นของสัญญาที่ 1 เท่านั้น ส่วนกำหนดสิ้นสุดงานก่อสร้างต้องแยกจากวันเปิดเดินรถ [8]

ในแนวเหนือ ข่าวรัฐบาลวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ระบุโครงการทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร มีความก้าวหน้าสะสม 12.518% และคาดแล้วเสร็จเดือนเมษายน 2571 ขณะที่รถไฟความเร็วสูงช่วงนครราชสีมา–หนองคายยังอยู่ในขั้นเตรียมประกวดราคา โดยตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างปี 2570 และแล้วเสร็จปี 2576 ตามแผนที่รายงานในขณะนั้น [9]

โอกาสของระบบรางจึงควรพิจารณาคู่กับการเชื่อมต่อจากหมู่บ้าน ตลาด และแหล่งผลิตเข้าสถานี ทั้งรถรับส่งผู้โดยสาร จุดรวบรวมสินค้า และบริการขนส่งต่อเนื่อง การมีเส้นทางผ่านพื้นที่จะเกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการได้มากขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าถึงบริการและรับต้นทุนได้

อำเภอพลสะท้อนอีกด้านของโจทย์นี้ ข่าวรัฐบาลวันที่ 24 กันยายน 2569 ระบุข้อร้องเรียนผลกระทบจากจุดตัดรถไฟ 3 จุดในพื้นที่ และแนวคิดปรับทางรถไฟเป็นทางยกระดับ ซึ่งยังต้องศึกษาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป กรณีนี้ทำให้เห็นว่าความสะดวกของชุมชนสองฝั่งรางควรเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินโครงการคมนาคม [10]

ภูเวียง–เวียงเก่า–ภูผาม่าน–มัญจาคีรี: ทรัพยากรท้องถิ่นสร้างประสบการณ์ที่ต่างกัน

ข้อมูลคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีระบุว่า อุทยานธรณีขอนแก่นครอบคลุมอำเภอภูเวียงและเวียงเก่า รวมประมาณ 1,038 ตารางกิโลเมตร ทั้งสองอำเภอจึงมีฐานทรัพยากรและองค์ความรู้ด้านธรณีที่เชื่อมกับการเรียนรู้และการท่องเที่ยวได้โดยตรง [11]

สถานะล่าสุดตามข่าวกรมประชาสัมพันธ์วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 คือ สภาอุทยานธรณีโลกยูเนสโกเห็นชอบให้อุทยานธรณีขอนแก่นผ่านการพิจารณาเพื่อเสนอรับรอง และจะเข้าสู่ขั้นตอนรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบริหารยูเนสโกในเดือนเมษายน 2570 จึงควรอธิบายว่าเป็นโอกาสที่กำลังก้าวสู่ขั้นตอนสำคัญ [12]

ส่วนภูผาม่านมีทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น ภูเขาหินปูน ถ้ำ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ขณะที่เว็บไซต์เทศบาลตำบลมัญจาคีรีระบุแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะถิ่นอย่างหมู่บ้านเต่าและอุทยานกล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ แต่ละพื้นที่สามารถพัฒนาประสบการณ์ที่มีลักษณะต่างกันได้ [13] [14]

ข้อเสนอสำหรับการต่อยอดคือเชื่อมแหล่งเรียนรู้กับบริการของคนท้องถิ่น เช่น ผู้นำชม อาหาร ที่พัก และกิจกรรมในชุมชน พร้อมรักษาคุณภาพพื้นที่และความปลอดภัย การประเมินความสำเร็จควรติดตามทั้งรายได้ที่คนในพื้นที่ได้รับ ระยะเวลาพักค้าง และภาระการจัดการขยะหรือน้ำเสีย

ภูเวียงและเวียงเก่าเป็นพื้นที่อุทยานธรณีตามข้อมูลที่อ้าง ส่วนภูผาม่านและมัญจาคีรีนำมาเปรียบเทียบในฐานะพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นของจังหวัด การเชื่อมเส้นทางระหว่างพื้นที่เป็นข้อเสนอเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว

ชนบท: โอกาสจากผ้าไหมอยู่ที่ทักษะ การออกแบบ และตลาด

สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 3 ระบุบทบาทอำเภอชนบทในฐานะแหล่งทอผ้าสำคัญของขอนแก่น และกล่าวถึงการพัฒนาลวดลายกับวิธีการย้อมสีอย่างต่อเนื่อง ฐานภูมิปัญญานี้เป็นจุดตั้งต้นที่ชัดเจนสำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับอำเภอ [15]

ทิศทางที่ควรต่อยอดมีทั้งงานออกแบบที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน งานสั่งทำ การขายตรงจากผู้ผลิต การเล่าเรื่องแหล่งที่มา และกิจกรรมเรียนรู้การทอผ้า การพัฒนารูปแบบธุรกิจควรคำนึงถึงเวลาทำงานและค่าตอบแทนของช่างทอ เพื่อให้การเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งผลถึงผู้สร้างผลงานด้วย

ตัวชี้วัดที่น่าติดตามจึงรวมถึงรายได้สุทธิต่อชิ้น จำนวนลูกค้าที่กลับมาซื้อ และคนรุ่นใหม่ที่สามารถประกอบอาชีพนี้ต่อได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยอธิบายความเจริญของชนบทในมิติที่ลึกกว่าจำนวนร้านค้าหรือยอดขายจากงานแสดงสินค้าครั้งเดียว

26 อำเภอจะเชื่อมประโยชน์จากการพัฒนากันอย่างไร

สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อมูลผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเพียงพอ ควรเริ่มจากคำถามที่ชัดเจนและเก็บหลักฐานในระดับอำเภอ ตารางต่อไปนี้เป็นกรอบวิเคราะห์และข้อเสนอประเด็นพัฒนาจากบทความ จัดกลุ่มเพื่อให้อ่านง่าย โดยครอบคลุมรายชื่อทั้ง 26 อำเภอ [17]

อำเภอ / กลุ่มพื้นที่ คำถามและโอกาสที่ควรติดตาม
เมืองขอนแก่น ความรู้ การแพทย์ และตลาดในเมือง จะสร้างงานและเชื่อมผู้ประกอบการต่างอำเภอได้มากขึ้นอย่างไร
บ้านฝาง · พระยืน · หนองเรือ ฐานโรงงานอาหารจะเชื่อมกับวัตถุดิบ แรงงาน และบริการจากผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างไร
น้ำพอง · กระนวน การแปรรูปสินค้าเกษตรจะเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ผลิตและสร้างงานที่มีคุณภาพอย่างไร
ซำสูง · เขาสวนกวาง เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยจะเข้าถึงตลาดเมือง พร้อมลดต้นทุนขนส่งได้อย่างไร
อุบลรัตน์ การจัดการน้ำ พลังงาน ประมง และการท่องเที่ยวจะสร้างประโยชน์ร่วมกับชุมชนอย่างไร
บ้านไผ่ · บ้านแฮด · โนนศิลา จะเชื่อมชุมชน แหล่งผลิต และตลาดเข้ากับโครงข่ายคมนาคมได้สะดวกเพียงใด
พล · หนองสองห้อง · แวงน้อย · แวงใหญ่ · เปือยน้อย ตลาดท้องถิ่น การแปรรูป และบริการพื้นฐานจะช่วยให้คนทำงานและใช้ชีวิตในพื้นที่ได้ดีขึ้นอย่างไร
ชุมแพ · สีชมพู · หนองนาคำ เครือข่ายบริการสุขภาพ การค้า และการเดินทางระหว่างชุมชนจะเข้าถึงประชาชนได้ดีขึ้นอย่างไร
ภูผาม่าน การท่องเที่ยวธรรมชาติจะเชื่อมรายได้ถึงผู้ให้บริการและผู้ผลิตในชุมชนได้อย่างไร
ภูเวียง · เวียงเก่า ความรู้และทรัพยากรธรณีจะต่อยอดเป็นกิจกรรมเรียนรู้และรายได้ชุมชนโดยรักษาพื้นที่อย่างไร
ชนบท ผ้าไหมจะสร้างมูลค่าเพิ่มและค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้ช่างทอ พร้อมดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพอย่างไร
มัญจาคีรี · โคกโพธิ์ไชย จะพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมเรียนรู้ที่เหมาะกับทรัพยากรแต่ละพื้นที่อย่างไร

การเชื่อมตลาดระดับจังหวัดมีความเคลื่อนไหวที่ควรติดตามเช่นกัน เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่นประชุมหารือแนวทางจัดตั้งจุดจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์เครือข่าย “โคก หนอง นา” จากทั้ง 26 อำเภอ บริเวณหน้าอาคาร OTOP จังหวัด ข้อมูลนี้สะท้อนขั้นตอนการหารือและวางแนวทางตลาด ส่วนการเปิดดำเนินงานและผลด้านยอดขายต้องติดตามจากข้อมูลภายหลัง [16]

ความเจริญที่ควรวัดต่อ คือโอกาสที่คนขอนแก่นใช้ได้จริง

จากข้อมูลทั้งหมด ข้อวิเคราะห์ของบทความคือ ขอนแก่นมีฐานเศรษฐกิจหลายรูปแบบที่สามารถพัฒนาเชื่อมกันได้ ทั้งการผลิตอาหาร อุตสาหกรรม พลังงาน การแพทย์ ความรู้ งานหัตถกรรม และการท่องเที่ยว การเชื่อมฐานเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะ เงินทุน และช่องทางตลาด

การติดตามผลในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับงานและรายได้สุทธิของคนในพื้นที่ เวลาที่ใช้เดินทางเพื่อเข้าถึงบริการ โอกาสเติบโตของธุรกิจรายย่อย ตลอดจนคุณภาพน้ำ อากาศ และสภาพแวดล้อมที่ประชาชนใช้ชีวิตอยู่

เป้าหมายที่จับต้องได้สำหรับทั้ง 26 อำเภอ คือการที่คนเรียนรู้และทำงานใกล้บ้านได้มากขึ้น เกษตรกรมีช่องทางขายที่เหมาะสม ผู้ประกอบการใช้ความรู้ยกระดับสินค้าได้ และครอบครัวเข้าถึงบริการจำเป็นสะดวกขึ้น ผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญว่าการพัฒนาของจังหวัดส่งถึงชีวิตคนขอนแก่นเพียงใด

แหล่งข้อมูล

ใช้ข้อมูลแต่ละชุดตามปีและวันที่ระบุในเนื้อหา สถานะโครงการอ้างตามวันที่ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ตรวจค้นถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ส่วนข้อเสนอและคำถามเรื่องโอกาสรายอำเภอเป็นบทวิเคราะห์ของบทความ

  1. สำนักงานสถิติแห่งชาติ — รายงานผลเบื้องต้นสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 จัดทำรายงานปี 2569
  2. สำนักงานจังหวัดขอนแก่น / กรมโรงงานอุตสาหกรรม — โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ปี 2568 จำแนกรายอำเภอ (ข้อมูล 5 สิงหาคม 2568)
  3. บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) — ที่ตั้งโรงงานและประวัติกลุ่ม KSL
  4. กฟผ. — เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนอุบลรัตน์ 5 มีนาคม 2567
  5. รัฐบาลไทย — ครม. เห็นชอบศูนย์รักษามะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน มข. 28 เมษายน 2569
  6. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น — โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ปีงบประมาณ 2569
  7. กระทรวงสาธารณสุข — ทะเบียนโรงพยาบาลชุมแพ ปรับข้อมูลเตียง 5 พฤษภาคม 2569
  8. เว็บไซต์โครงการรถไฟบ้านไผ่–นครพนม สัญญาที่ 1 บ้านไผ่–หนองพอก — ความก้าวหน้า 1 พฤศจิกายน 2569
  9. รัฐบาลไทย — ความคืบหน้าทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย และรถไฟความเร็วสูง 2 พฤศจิกายน 2569
  10. รัฐบาลไทย — แนวทางแก้ไขจุดตัดรถไฟในอำเภอพล 24 กันยายน 2569
  11. คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี — ข้อมูลพื้นที่อุทยานธรณีขอนแก่น
  12. กรมประชาสัมพันธ์ — อุทยานธรณีขอนแก่นผ่านสภาอุทยานธรณีโลก รอการรับรอง 3 พฤศจิกายน 2569
  13. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา — อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
  14. เทศบาลตำบลมัญจาคีรี — หมู่บ้านเต่าและอุทยานกล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ
  15. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 3 — ผ้าไหมจังหวัดขอนแก่นและอำเภอชนบท
  16. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น — หารือช่องทางจำหน่ายผลผลิตเครือข่าย 26 อำเภอ 20 ตุลาคม 2569
  17. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น — ข้อมูลจังหวัดและรายชื่อ 26 อำเภอ

อ่านประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด