ขอนแก่นใกล้ก้าวสู่การยอมรับในระดับโลก หลังอุทยานธรณีขอนแก่นผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก สมัยที่ 11 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 พฤศจิกายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการรับรองอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2570 หลังขอนแก่นใช้เวลาผลักดันพื้นที่มาเกือบ 7 ปี

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง พาผู้สื่อข่าวสำรวจบรรยากาศภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีการติดตั้งป้ายแสดงเส้นทางท่องเที่ยวของอุทยานธรณีขอนแก่นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงพาชมการปรับปรุงเส้นทางเดินเท้าไปยังหลุมขุดค้นกระดูกไดโนเสาร์หลุมที่ 3
จากเดิมนักท่องเที่ยวต้องเดินผ่านเส้นทางหินภูเขาตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีการจัดทำเส้นทางเดินใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติทุกเพศทุกวัย สามารถเดินทางเข้าชมแหล่งขุดค้นได้ง่ายขึ้น โดยการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงพื้นที่ภายใต้อุทยานธรณีขอนแก่น
นายสุธรรม กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 คณะกรรมการสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกได้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงมาประเมินอุทยานธรณีขอนแก่นในพื้นที่ ผลการประเมินภาคสนามครั้งนั้นได้คะแนนประมาณร้อยละ 87 ขณะที่เกณฑ์ผ่านอยู่ที่ร้อยละ 80 ทำให้คาดหวังว่าจะได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาอุทยานธรณีโลกในการประชุมที่ประเทศโมร็อกโก เมื่อเดือนกันยายน 2566 ซึ่งนายสุธรรมได้เดินทางไปร่วมให้ข้อมูลกับคณะกรรมการด้วย ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไป เนื่องจากเห็นว่ายังมีหลายประเด็นที่ต้องปรับปรุง พร้อมกำหนดข้อแนะนำจำนวน 10 ข้อ ให้อุทยานธรณีขอนแก่นกลับไปดำเนินการภายในระยะเวลา 2 ปี
หลังได้รับข้อแนะนำ อุทยานธรณีขอนแก่นได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้ดำเนินการเพียง 10 ข้อตามที่สภากำหนด แต่ดำเนินการเพิ่มเติมเป็น 11 ข้อ ซึ่งเป็นประเด็นที่สภาชื่นชมอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามพัฒนาพื้นที่มากกว่าข้อแนะนำที่ได้รับ ก่อนจัดส่งข้อมูลผลการดำเนินงานให้ยูเนสโกพิจารณาอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2569
นายสุธรรม กล่าวอีกว่า การพิจารณาครั้งนี้สร้างความลุ้นและความกดดันอย่างมาก เพราะไม่สามารถพลาดได้อีก หากสภาอุทยานธรณีโลกไม่เห็นชอบ จะต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ ตั้งแต่การจัดทำข้อมูลและรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้าสู่การประเมินอีกครั้ง ประกอบกับเคยผิดหวังมาแล้วในปี 2566 ทั้งที่ผ่านเกณฑ์การประเมินภาคสนาม ทำให้การประชุมครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก
นายสุธรรมได้ร่วมรับฟังการประชุมผ่านระบบ Conference ก่อนทราบผลว่ากรรมการทุกคนเห็นชอบให้อุทยานธรณีขอนแก่นผ่านการพิจารณา โดยระบุถึงความรู้สึกในฐานะผู้ร่วมผลักดันเรื่องนี้มาตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปี ว่าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ และเมื่อทราบผลก็รู้สึกเหมือนได้ปลดภาระอันหนักอึ้งลง
นายสุธรรม ระบุด้วยว่า เรื่องนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ว่าจะสามารถยกระดับหุบเขาไดโนเสาร์ ซึ่งมีการค้นพบฟอสซิลมาตั้งแต่ปี 2519 ให้ก้าวไปสู่ระดับโลกได้หรือไม่ โดยขอนแก่นมีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกมากถึง 5 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทยตามข้อมูลที่ได้รับ แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถยกระดับพื้นที่ไปสู่การรับรองในระดับโลกได้
ขณะเดียวกัน นายสุธรรมกล่าวว่า เมื่อพูดถึงแหล่งไดโนเสาร์ในปัจจุบัน หลายคนกลับนึกถึงจังหวัดกาฬสินธุ์มากกว่าภูเวียง จ.ขอนแก่น เนื่องจากกาฬสินธุ์มีการสำรวจศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และการศึกษาวิจัย เพื่อสร้างการรับรู้และยกระดับพื้นที่ ซึ่งการผ่านการพิจารณาครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของอุทยานธรณีขอนแก่นในการก้าวไปสู่การยอมรับในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม นายสุธรรมย้ำว่า ผลการพิจารณาครั้งนี้เป็นเพียงการผ่านความเห็นชอบจากสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ยังไม่ใช่การรับรองอย่างเป็นทางการ โดยหลังจากนี้สภาอุทยานธรณีโลกจะส่งผลการพิจารณาไปยังองค์การยูเนสโก เพื่อดำเนินกระบวนการรับรองอีกครั้ง จึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ก่อนส่งผลการรับรองอย่างเป็นทางการมายังรัฐบาลไทย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2570
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


