อุทยานธรณีขอนแก่นก้าวผ่านขั้นตอนสำคัญ หลังสภาอุทยานธรณีโลกยูเนสโกเห็นชอบให้เสนอรับรองเป็น UNESCO Global Geopark โดยยังต้องรอการพิจารณาขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโกในเดือนเมษายน 2570 หากได้รับการรับรองจะเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจากสตูลและโคราช
ภาพปก: ภาพแฟ้มฟอสซิลไดโนเสาร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จากรายงานขอนแก่นลิงก์วันที่ 6 สิงหาคม 2568
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานความคืบหน้าการเสนออุทยานธรณีขอนแก่น (Khon Kaen Geopark) เป็นอุทยานธรณีโลก โดยเว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์รายงานคำเปิดเผยของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ที่ประชุมสภาอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ครั้งที่ 11 มีมติเห็นชอบให้ขอนแก่นผ่านการพิจารณาเพื่อเสนอรับรอง และจะเข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก (UNESCO Executive Board) ในเดือนเมษายน 2570
ตามกำหนดการที่ UNESCO เผยแพร่ การประชุมครั้งนี้จัดระหว่างวันที่ 2–4 พฤศจิกายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่ UNESCO กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยระเบียบวาระการประชุมบรรจุการพิจารณาอุทยานธรณีขอนแก่นไว้ในวันแรก วันที่ 2 พฤศจิกายน ในกลุ่มคำขอที่เคยเลื่อนการพิจารณาเพื่อให้ปรับปรุงข้อมูลและการดำเนินงาน
ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ รอรับรองขั้นสุดท้าย

ข้อมูลขั้นตอนการเสนออุทยานธรณีโลกของ UNESCOระบุว่า สภาอุทยานธรณีโลกมีหน้าที่ประเมินคำขอและเสนอผลการพิจารณา ก่อนส่งให้คณะกรรมการบริหาร UNESCO รับรองในขั้นสุดท้าย ดังนั้น สถานะที่ยืนยันได้ขณะนี้คือ ผ่านความเห็นชอบของสภาอุทยานธรณีโลกเพื่อเสนอรับรอง ยังต้องรอมติจากคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก
สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหาร UNESCO ครั้งที่ 226 เว็บไซต์ขององค์การระบุกำหนดไว้วันที่ 14–29 เมษายน 2570 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องติดตามผลการพิจารณาขั้นสุดท้ายต่อไป ส่วนวันประกาศรับรองอุทยานธรณีขอนแก่นที่แน่นอนยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
รายงานคำแถลงของนายสุชาติยังกล่าวถึงความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสนับสนุนการบริหารจัดการอุทยานธรณี ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีที่สนับสนุนงานวิชาการและการอนุรักษ์ โดยที่ประชุมชื่นชมโครงสร้างการบริหารจัดการของอุทยานธรณีขอนแก่น และมีนางสาวจิตรลดา จันทร์แหยม รองผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้แทนไทยกล่าวขอบคุณต่อที่ประชุม ตามรายงานข่าวมติชนวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ภูเวียง–เวียงเก่า พื้นที่สำคัญของหุบเขาไดโนเสาร์
เว็บไซต์อุทยานธรณีประเทศไทยของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีระบุว่า อุทยานธรณีขอนแก่นครอบคลุมพื้นที่อำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ประมาณ 1,038 ตารางกิโลเมตร มีทั้งแหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ และมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชน
แหล่งสำคัญประกอบด้วยหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ในพื้นที่ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ สุสานหอยน้ำจืด น้ำตกตาดฟ้า ผาชมตะวัน และแหล่งเกลือสินเธาว์บ้านบ่อ สะท้อนว่าการพัฒนาอุทยานธรณีครอบคลุมทั้งการเรียนรู้เรื่องโลก การอนุรักษ์ทรัพยากร และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
แนวทาง UNESCO ให้ความสำคัญกับการเชื่อมมรดกทางธรณีวิทยาเข้ากับธรรมชาติและวัฒนธรรม การให้ความรู้แก่ประชาชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมีชุมชนร่วมดำเนินงาน สำหรับประเทศไทย UNESCO ระบุว่าสตูลเข้าร่วมเครือข่ายในปี 2561 และโคราชได้รับการรับรองในปี 2566 การเสนอขอนแก่นครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายเครือข่ายอุทยานธรณีโลกในไทย
เลข 11 ในรายชื่อหมายถึงอะไร
สำหรับเลข 11 ที่อยู่หน้าชื่อ “Thailand: Khon Kaen Geopark” ในข้อความรายชื่อที่อ้างข้อมูลจาก Global Geoparks Network เป็นลำดับรายการในข้อความนั้น ไม่ได้หมายถึงอันดับคุณภาพของอุทยานธรณีโลก หรือการเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 11 ของประเทศไทย
อีกจุดที่ควรแยกให้ชัดคือ รายการ Oeste ประเทศโปรตุเกส เป็นคำขอขยายพื้นที่มากกว่า 10% ตามที่ระเบียบวาระของ UNESCO ระบุแยกไว้ จึงไม่ควรนำจำนวนรายการทั้งหมดไปนับเป็นอุทยานธรณีใหม่ สำหรับขอนแก่น ประเด็นสำคัญคือการผ่านความเห็นชอบของสภาฯ และการรอรับรองขั้นสุดท้ายในเดือนเมษายน 2570
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ย้อนอ่านรายงานปี 2568: ความคืบหน้าการขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ในพื้นที่ภูเวียง
ย้อนอ่านรายงานปี 2566: เส้นทางผลักดันอุทยานธรณีขอนแก่นสู่การพิจารณาของยูเนสโก
แหล่งข้อมูล
กรมประชาสัมพันธ์: รายงานผลการพิจารณาอุทยานธรณีขอนแก่น
UNESCO: การประชุมสภาอุทยานธรณีโลก ครั้งที่ 11
UNESCO: ระเบียบวาระการประชุม 2–4 พฤศจิกายน 2569
UNESCO: ขั้นตอนการเสนอและรับรองอุทยานธรณีโลก
UNESCO: กำหนดการประชุมคณะกรรมการบริหาร
อุทยานธรณีประเทศไทย: ข้อมูลพื้นที่อุทยานธรณีขอนแก่น
UNESCO: การรับรองอุทยานธรณีโลกโคราชและข้อมูลสตูล
มติชน: รายงานคำแถลงรัฐมนตรี วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


