ประชาชนที่มาจับจ่ายบริเวณถนนชีท่าขอน เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังซื้อสินค้าตามปกติ ไม่พบการซื้ออาหารไปกักตุน ขณะที่ผู้ค้าเผยราคาข้าวสารปีนี้สูงขึ้นจากปีก่อน และโรงสีแจ้งเตรียมปรับราคาเพิ่มเติม ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีคำแนะนำให้เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับดูแลตนเองและครอบครัวในช่วง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกหลังเกิดภัย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านค้าในบริเวณดังกล่าว ภายหลังมีรายงานว่าหลายประเทศทั่วโลกประกาศให้ประชาชนกักตุนอาหารและยารักษาโรค โดยการเตรียมอาหารตามนโยบายของแต่ละประเทศมีระยะเวลาตั้งแต่ 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน ไปจนถึง 1 สัปดาห์
ผู้ค้าเผยยังจับจ่ายตามปกติ ไม่พบซื้อเกินปริมาณที่ใช้
นายปรัชญา ราชเครือ อายุ 33 ปี เจ้าของร้านนิตยาค้าข้าว กล่าวว่า คนขอนแก่นยังไม่ได้ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ในต่างประเทศ ยังคงจับจ่ายซื้อสินค้าตามปกติ ไม่ได้กักตุนหรือซื้อเกินปริมาณที่ใช้ และยังไม่มีผู้มาสอบถามว่าจำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือเตรียมอาหารตามที่หลายประเทศประกาศหรือไม่
“ร้านของเราก็ไม่ได้มีการตุนสินค้าหรืออาหารเพิ่มขึ้น ยังรับสินค้ามาขายตามปกติ ประชาชนในพื้นที่ก็ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร”
นายปรัชญาระบุว่า ประชาชนบางส่วนยังไม่ทราบข่าวการให้กักตุนสินค้าหรืออาหารในต่างประเทศ และมองว่าอาจต้องรอรัฐบาลประกาศก่อน ประชาชนจึงจะตื่นตัว

ข้าวหอมมะลิ 40 กก. ขยับเป็น 1,600 บาท โรงสีแจ้งเตรียมขึ้นราคา
สำหรับราคาข้าวสาร นายปรัชญาระบุว่า ข้าวสารหอมมะลิ 1 กระสอบ น้ำหนัก 40 กก. ปีที่แล้วราคา 1,400 บาท ปีนี้เพิ่มเป็น 1,600 บาท ส่วนข้าวสารเหนียว ปีที่แล้วราคา 1,050 บาท ปีนี้เพิ่มเป็น 1,200 บาท
นายปรัชญากล่าวว่า ทางร้านกำลังจะสั่งข้าวสารมากักตุนไว้ เพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อข้าวสารในราคาที่ถูก และช่วยเหลือลูกค้าในช่วงข้าวยากหมากแพง

นายปรัชญากล่าวต่อว่า ข้าวสารเป็นสินค้าที่น่ากังวลในระยะต่อไป เนื่องจากโรงสีต่าง ๆ แจ้งเตรียมขึ้นราคาในช่วงนี้ โดยอาจไม่ได้ปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่อาจทยอยเพิ่มครั้งละ 20 บาท 50 บาท หรือ 100 บาท ตามช่วงเวลา
ทั้งนี้ เขาคาดว่าราคาข้าวปีนี้อาจแพงกว่าทุกปีที่ผ่านมา หากถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้วได้ผลผลิตน้อยหรือเกิดการขาดแคลน ราคาอาจปรับสูงขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยสาเหตุหนึ่งอาจมาจากน้ำท่วมที่ทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวสารลดลง
สำหรับภาคอีสาน นายปรัชญากล่าวถึงการอุดหนุนไร่ละ 1,000 บาท โดยระบุว่า “เกษตรกรชาวนาไม่ได้ตามเป้า ก็จะมีทุนไปซื้อเมล็ดพันธุ์ซื้อปุ๋ยมาบำรุงต้นข้าวในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก อาจจะทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง”

นายปรัชญายังกล่าวว่า ราคาสินค้าต่าง ๆ ในช่วงนี้ถือว่ายังปกติ โดยราคาไข่ไก่หลังช่วงน้ำท่วมใหญ่ยังไม่มีการปรับขึ้น แม้ไข่ไก่บางเบอร์จะขาดตลาดเนื่องจากมีปริมาณการใช้มาก แต่ราคายังคงปกติ
ด้านนายมานิต แก้วสกุล อายุ 60 ปี พ่อค้า กล่าวว่า ตนมองว่าผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่น่าจะมาถึงประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลยังไม่ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนกักตุนสินค้า อาหาร และน้ำดื่ม จึงอาจต้องรอประกาศจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีประกาศจึงจะพิจารณากักตุนอาหารและน้ำดื่ม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตื่นตระหนก

ปภ. แนะเตรียมพร้อม 72 ชั่วโมง “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก”
ในส่วนคำแนะนำการเตรียมพร้อมรับภัย ข่าวขอนแก่นลิงก์ที่เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 รายงานคำแนะนำเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ของนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ประชาชนจัดกระเป๋าฉุกเฉินและเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับดูแลตนเองและครอบครัวในช่วง 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกหลังเกิดภัย ภายใต้แนวคิด “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก”
สิ่งของที่ควรจัดเตรียมแบ่งเป็น 6 หมวด ได้แก่ ยาและสุขภาพ อาหารและน้ำ อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ เอกสารสำคัญและเงินสด ของใช้เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล และเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่ม โดยคำนึงถึงความจำเป็นของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
สำหรับน้ำดื่ม แนะนำให้เตรียม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน ไม่ใช่ปริมาณรวมตลอด 72 ชั่วโมง พร้อมอาหารที่เพียงพอสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว และตรวจเช็กสภาพสิ่งของกับวันหมดอายุอย่างสม่ำเสมอ
คำแนะนำนี้ครอบคลุมทั้งการจัดกระเป๋าพร้อมนำติดตัวเมื่อต้องอพยพ และการสำรองสิ่งของจำเป็นไว้ใช้ที่บ้านระหว่างรอความช่วยเหลือ เป็นการเตรียมรับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความขัดแย้งระหว่างประเทศ
อ่านเพิ่มเติม: คำแนะนำ ปภ. เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


