“ ปะจัน “ โดย “เขี้ยวจัน ”
ปี ที่ 4 : ตามที่ใจสั่งมา……..
ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์
แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก”ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
IMF มาประชุมเมืองไทย….
ได้ยินชื่อ IMF หลายคนอาจ สยองขวัญ เพราะ คุ้นๆ ยุคต้มยำกุ้ง ปี 2540 ที่เราต้องกู้จาก IMF มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของเราในยุคนั้น ภายใต้เงื่อนไขที่รู้สึกกันได้ว่า “เสียเปรียบ” สถาบันการเงินหลายแห่งถูกลบชื่ออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์จำไม่ลืม….
เวลาผ่านไป 29 ปี ความทรงจำยังอยู่กับคนในห้วงเวลานั้น จึงหันขวับ กลับมาฟังว่าหน่วยงานนี้ เข้ามาประชุมในเมืองไทย รึ……..
เป็นธรรมดาของหน่วยงานระหว่างประเทศ เขาก็จะมองหาสถานที่ประชุม ในบรรดาสมาชิก 191 ประเทศ คล้ายๆกับที่เราต้องเลือกโรงแรมในการจัดงานสัมมนา นั่นแหละ โดยต้องมองเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก ในหลายๆด้าน ให้การประชุมราบรื่น อาทิ การเดินทาง อาหารการกิน ห้องประชุม และอื่นๆ
หลายประเทศ ต้องมีการนำเสนอ เสนอประเทศตัวเอง เหมือนการตลาดของโรงแรม เข้าไปเสนอตัวในการเป็นสถานที่จัดงานนั่นแหละ ต้องแย่งงานกัน ต้องเสนอจุดเด่นของตัวเอง ให้เป็นจุดขาย เพราะเป็นเรื่องดีแน่ๆ เมื่อมีแขกมาเยือน เงินสะพัด อยู่ในพื้นที่ข่าวและกลายจุดขายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก
ความดีใจเมื่อ เมืองไทย ผ่านเข้ารอบ การเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม IMF-International Monetary Fund และ World Bank Groups มักเกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกัน เพราะเป็นคู่แฝดของการก่อตั้ง เมื่อปี คศ.1944 หรือเมื่อ 82 ปี ก่อน
IMF ทำหน้าที่ ประเมินติดตามภาวะเศรษฐกิจโลก ให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับประเทศสมาชิก ( เช่น ประเทศไทย เมื่อคราวเกิด ต้มยำกุ้ง-2540) และพัฒนาศักยภาพของสถาบันการเงิน
World Bank Groups เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การเติบโตในระยะยาว การเติบโตที่ยั่งยืน อาทิ เรื่อง ESG ที่เราคุ้นเคยกันแล้ว นั่นแหละ
ใครที่เขาต้องมาประชุมกันบ้าง ได้แก่ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ จากประเทศสมาชิก เพื่อเกาะติดว่า แต่ละประเทศเขาจะหยิบเรื่องใดมาคุยกันบ้าง เพราะเศรษฐกิจโลก ค้าขายเชื่อมโยงกันทั่วโลก ทุกคนจึงไม่อยากจะพลาดการประชุม เพื่อนำกลับไปวางนโยบายประเทศของตนเอง ให้ทันกับเส้นทางเดินทางของชาวโลก อยู่นอกห้องประชุม อาจ “ตกข่าว” ได้นะ….
เมืองไทยรับเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จากครั้งแรก เมื่อปี 2534 หรือ เมื่อ 35 ปีก่อน ครั้งที่ 3 อาจไม่ทัน คนรุ่นเรา ซะแล้ว…..ระดับนายแบงค์ เกือบสองหมื่นคน คะเนกันว่า จะมีเงินสะพัดกว่าหมื่นล้าน ไม่รวมไซด์แอฟเฟค ที่ประเมินค่าไม่ได้….โอวววว……
ติดตาม ได้ว่า พวกเขาจะพูดอะไรกันบ้าง….ระหว่าง 12-18 ตุลาคม 2569 นี้ สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ กระดกลิ้นกันให้สนุก การแปลภาษา AI ช่วยได้ อย่าได้กังวลใจไป….
…………………………………………………


