🏙️ เปิดผังประเทศ 2569–2580 ขอนแก่นหนึ่งใน 8 เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค วางแผนยกระดับชุมแพ–เมืองพล–บ้านไผ่

S__85393413
  • ขอนแก่นอยู่ใน 8 เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค
  • ชุมแพ–เมืองพล–บ้านไผ่ อยู่ในแผนยกระดับเป็น City
  • ทั้งสามชื่อปรากฏในเอกสารราชกิจจานุเบกษาโดยตรง
  • เชื่อมการพัฒนาเมือง คมนาคม เศรษฐกิจ และบริการสาธารณะ
  • การจัดลำดับเมืองไม่ใช่การเปลี่ยนฐานะเทศบาล

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580 กำหนดให้ขอนแก่นเป็นหนึ่งใน 8 เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค พร้อมระบุชื่อชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่ อยู่ในกลุ่ม 37 เมืองที่กำหนดยกระดับเป็น “เมืองศูนย์กลางหลัก (City)” ตามกรอบการพัฒนาเมืองในปี 2580 โดยทั้งสามชื่อปรากฏในเอกสารแนบท้ายประกาศอย่างชัดเจน เป็นการกำหนดบทบาทด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะ ไม่ใช่ประกาศเปลี่ยนฐานะการปกครองของเทศบาลหรืออำเภอโดยอัตโนมัติ

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เรื่อง ผังนโยบายระดับประเทศ (พ.ศ. 2569–2580) เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 242 ง วันที่ 5 ตุลาคม 2569 โดยมีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานจัดทำผัง ครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ประเทศให้หน่วยงานของรัฐดำเนินงานสอดคล้องกัน

หลักฐานหน้า 60 และ 68 ระบุชุมแพ เมืองพล บ้านไผ่ ชัดเจน

ประเด็นสำคัญสำหรับประชาชนขอนแก่นอยู่ในหัวข้อ 3.2 “แผนและแผนผังการตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน” ซึ่งเริ่มต้นที่หน้า 59 ของเอกสารแนบท้าย โดยหัวข้อย่อย 3.1 ระบุว่าเป็นการ “พัฒนาเมืองตามลำดับศักดิ์ ใน พ.ศ. 2580” เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับความเป็นศูนย์กลางของเมืองแต่ละระดับ

ในหน้า 60 ข้อ (4) กำหนดเมืองศูนย์กลางหลัก หรือ City จำนวน 86 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มเดิม 49 แห่ง และกลุ่มที่กำหนดยกระดับ 37 แห่ง ซึ่งมีชื่อ “บ้านไผ่” “ชุมแพ” และ “เมืองพล” อยู่ในรายชื่อกลุ่มยกระดับทั้งสามแห่ง

รายชื่อดังกล่าวปรากฏซ้ำในหน้า 68 ภายใต้ “นโยบายที่ 3 กระจายความเจริญสู่ภาค และสร้างความสมดุลของระบบชุมชน” ในส่วนพื้นที่เป้าหมาย จึงเป็นทั้งข้อมูลการจัดลำดับเมืองและพื้นที่เป้าหมายของนโยบายในเอกสารฉบับประกาศ ไม่ได้ปรากฏเฉพาะในภาพแผนผังเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ต้องอ่านถ้อยคำนี้ควบคู่กับกรอบปี 2580 เพราะเอกสารกำหนดทิศทางการพัฒนาไปสู่บทบาทดังกล่าว ไม่ได้ยืนยันว่าทุกเมืองมีโครงสร้างพื้นฐานและบริการครบตามเป้าหมายแล้วในวันที่ประกาศผัง

ขอนแก่นเป็นศูนย์กลางหลักระดับภาคอยู่ในกลุ่มเดิม ไม่ใช่เพิ่งได้รับเลือก

สำหรับเมืองขอนแก่น เอกสารหน้า 59 ระบุว่าอยู่ในกลุ่มเมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค หรือ Regional City เดิม 6 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ นนทบุรี ขอนแก่น หาดใหญ่ นครราชสีมา และภูเก็ต ส่วนเมืองที่กำหนดยกระดับเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ พัทยาและพิษณุโลก ทำให้มีเมืองระดับนี้รวม 8 แห่งตามกรอบของผัง

ดังนั้น การรายงานว่าขอนแก่นเป็นหนึ่งใน 8 เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาคจึงถูกต้อง แต่ไม่ควรนำเสนอว่าขอนแก่นเพิ่งได้รับบทบาทนี้เป็นครั้งแรกจากผังฉบับดังกล่าว เพราะเอกสารแยกเมืองกลุ่มเดิมกับเมืองที่ยกระดับเพิ่มไว้อย่างชัดเจน

บทบาทของ Regional City ตามเอกสาร คือการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญระดับภาคและมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ เป็นศูนย์กลางการจ้างงานและบริการสาธารณะขั้นสูง โดยเชื่อมโยงการค้า การศึกษา การสาธารณสุข การวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนระบบคมนาคมและขนส่งกับเมืองอื่นในภาค

กรุงเทพมหานครอยู่ต่างระดับออกไป คือ “เมืองศูนย์กลางระดับนานาชาติ / ระดับชาติ” หรือ International / National City จำนวน 1 แห่ง จึงไม่ได้รวมอยู่ในรายชื่อ 8 เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค

ทำความเข้าใจลำดับเมือง ก่อนตีความคำว่า “ศูนย์กลาง”

กรอบนโยบายในหน้า 31 อธิบายระบบเมืองไว้ 7 ระดับ ตั้งแต่เมืองศูนย์กลางระดับนานาชาติ / ระดับชาติ เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค เมืองศูนย์กลางรองระดับภาค เมืองศูนย์กลางหลัก เมืองศูนย์กลางรอง เมืองศูนย์กลางขนาดกลาง และเมืองศูนย์กลางขนาดเล็ก โดยในหัวข้อการพัฒนาเมืองตามลำดับศักดิ์ หน้า 59–60 แจกแจงจำนวนและรายชื่อของ 5 ระดับแรกไว้ดังนี้

ลำดับศักดิ์เมือง จำนวนตามกรอบปี 2580 รายละเอียดที่เอกสารระบุ
เมืองศูนย์กลางระดับนานาชาติ / ระดับชาติ 1 แห่ง กรุงเทพมหานคร
เมืองศูนย์กลางหลักระดับภาค — Regional City 8 แห่ง เดิม 6 แห่ง ยกระดับเพิ่ม 2 แห่ง
เมืองศูนย์กลางรองระดับภาค — Sub-Regional City 30 แห่ง เดิม 19 แห่ง ยกระดับเพิ่ม 11 แห่ง
เมืองศูนย์กลางหลัก — City 86 แห่ง เดิม 49 แห่ง ยกระดับเพิ่ม 37 แห่ง
เมืองศูนย์กลางรอง — Town 200 แห่ง เดิม 60 แห่ง ยกระดับเพิ่ม 140 แห่ง

จำนวนดังกล่าวเป็นการแจกแจงตามเอกสารในหัวข้อการตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน ไม่ใช่จำนวนจังหวัดหรือจำนวนเทศบาลทั้งหมดของประเทศ

สำหรับภาคอีสาน นอกจากขอนแก่นและนครราชสีมาซึ่งอยู่ในระดับ Regional City แล้ว ยังมีอุดรธานี อุบลราชธานี สกลนคร และบุรีรัมย์ อยู่ในกลุ่ม Sub-Regional City โดยสกลนครและบุรีรัมย์เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 11 เมืองที่กำหนดยกระดับเข้าสู่ระดับนี้

การจัดลำดับดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายให้เมืองทำหน้าที่เชื่อมโยงและพึ่งพากัน ไม่จำเป็นต้องสร้างบริการสาธารณะทุกระดับครบถ้วนในทุกเมือง แต่จัดให้ประชาชนเข้าถึงบริการขั้นสูงจากเมืองศูนย์กลางที่เหมาะสม ผ่านระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกัน

City ของชุมแพ เมืองพล บ้านไผ่ หมายถึงบทบาทอะไร

ตารางอธิบายลำดับศักดิ์ในหน้า 61 กำหนดให้ City เป็นลำดับศักดิ์ที่ 4 มีบทบาทเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการให้บริการระดับกลุ่มจังหวัด โดยยกตัวอย่างองค์ประกอบของเมืองระดับนี้ เช่น สถานประกอบการค้าและบริการขนาดใหญ่ นิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้า สถาบันอุดมศึกษาระดับภาคและจังหวัด โรงพยาบาลทั่วไป และศูนย์กลางคมนาคมและขนส่งระหว่างจังหวัด

ชื่อระดับที่ใช้ในเอกสารจึงเป็น “เมืองศูนย์กลางหลัก (City)” ไม่ใช่ “เมืองศูนย์กลางจังหวัด” ขณะที่ Town หรือเมืองศูนย์กลางรอง เป็นลำดับศักดิ์ที่ 5 ซึ่งตารางอธิบายบทบาทด้านเศรษฐกิจและการให้บริการระดับจังหวัดไว้ต่างหาก

สำหรับชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่ ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้คือทั้งสามเมืองอยู่ในกลุ่มเป้าหมายยกระดับเป็น City ส่วนคำอธิบายบทบาทและองค์ประกอบข้างต้นเป็นกรอบของเมืองระดับ City โดยรวม ไม่ใช่การอนุมัติให้แต่ละเมืองก่อสร้างมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม หรือโครงการใดโครงการหนึ่งทันที

เมืองนอกตัวเมืองจังหวัดแห่งอื่นก็ปรากฏในกลุ่ม City เช่นกัน โดยเขลางค์นคร ปากช่อง และทุ่งสง อยู่ในกลุ่มเดิม 49 แห่ง ส่วนสีคิ้ว วารินชำราบ ท่าข้าม ป่าตอง กันตัง เขารูปช้าง คอหงส์ เบตง และสุไหงโก-ลก อยู่ในกลุ่มที่กำหนดยกระดับ 37 แห่งร่วมกับสามเมืองของขอนแก่น จึงไม่ควรเหมารวมว่าทุกเมืองในบัญชี City เป็นเมืองที่เพิ่งได้รับการกำหนดยกระดับทั้งหมด

ยังมีศิลา บ้านทุ่ม บ้านเป็ด ท่าพระ เมืองเก่า และกระนวน

รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเมืองขอนแก่นไม่ได้มีเพียงเมืองขอนแก่น ชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่เท่านั้น ในบัญชีเมืองศูนย์กลางรอง หรือ Town หน้า 60 ยังมีชื่อ “ศิลา” อยู่ในกลุ่มเดิม 60 แห่งด้วย

ส่วนบ้านทุ่ม บ้านเป็ด ท่าพระ เมืองเก่า (ขอนแก่น) และกระนวน ปรากฏอยู่ในกลุ่ม 140 เมืองที่กำหนดยกระดับเป็น Town โดยรายชื่อกลุ่มนี้ปรากฏซ้ำในส่วนพื้นที่เป้าหมายของนโยบายกระจายความเจริญสู่ภาค หน้า 68–69

เมื่อพิจารณาร่วมกัน จึงเห็นโครงสร้างเมืองหลายระดับในพื้นที่ขอนแก่น ทั้งเมืองขอนแก่นในระดับ Regional City ชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่ในกลุ่มเป้าหมาย City รวมถึงเมืองระดับ Town ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจและบริการกับพื้นที่โดยรอบ โดยแต่ละระดับมีกรอบบทบาทและระดับการให้บริการต่างกัน

ผังประเทศเป็นกรอบที่หน่วยงานรัฐต้องนำไปดำเนินการ

ผังนโยบายระดับประเทศไม่ได้มีเฉพาะการจัดลำดับเมือง แต่ครอบคลุมการพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่ 14 สาขา ตั้งแต่การใช้ประโยชน์พื้นที่ การตั้งถิ่นฐานและระบบชุมชน การจัดการน้ำ สาธารณสุข การศึกษา พลังงาน การท่องเที่ยว การคมนาคมและขนส่ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พื้นที่พัฒนาพิเศษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การพัฒนาเมืองและชนบท ตลอดจนการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค

ในส่วนการนำผังไปสู่การปฏิบัติ หน้า 6 เอกสารอ้างมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ว่า เมื่อประกาศผังนโยบายระดับประเทศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้เป็นไปตามผัง โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐ

สาระของผังจึงเป็นการกำหนดทิศทางร่วมในการวางแผนพื้นที่และโครงการของหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงบัญชีจัดอันดับเมือง ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งในหน้า 70 ยังแยกมาตรการศึกษาจัดทำเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเทศบาลในอนาคตไว้ต่างหาก

ระบบราง บ้านไผ่ และการเชื่อมขอนแก่นกับภูมิภาค

ด้านคมนาคม ผังระบุโครงข่ายที่เกี่ยวข้องกับขอนแก่นหลายส่วน ในภาพรวมหน้า 19 มีทั้งรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา–หนองคาย ระยะทางรวม 609 กิโลเมตร และโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่น รวมถึงช่วงขอนแก่น–หนองคาย

ในรายละเอียดของแผนและแผนผังด้านคมนาคมและการขนส่ง ยังระบุรถไฟทางคู่สายใหม่ “บ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม” เป็นหนึ่งในเส้นทางพัฒนาโครงข่ายระบบราง และในส่วนการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค ระบุเส้นทางนี้เชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก หรือ East West Corridor

บ้านไผ่จึงปรากฏในเอกสารทั้งในฐานะเมืองที่กำหนดยกระดับเป็น City และในฐานะชื่อเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ อย่างไรก็ตาม การปรากฏอยู่ในสองส่วนนี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าโครงการรถไฟเกิดขึ้นเพราะการยกระดับเมือง และไม่ใช่ข้อมูลยืนยันวันเปิดเดินรถหรือความคืบหน้าการก่อสร้างล่าสุด

ไม่ใช่เพียงรถไฟ แต่รวมถึงท่าเรือบก ขนส่งสาธารณะ และพื้นที่รอบสถานี

ขอนแก่นยังเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายพัฒนาท่าเรือบก หรือ Dry Port จำนวน 4 แห่ง ร่วมกับนครสวรรค์ ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ซึ่งอยู่ในกรอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ของประเทศ

รายละเอียดด้านโลจิสติกส์ระบุโนนพะยอมและท่าพระอยู่ในกลุ่มย่านกองเก็บสินค้า หรือ Container Yard ที่กำหนดปรับปรุง ขณะที่ภูเหล็ก (ขอนแก่น) อยู่ในกลุ่มพื้นที่ก่อสร้างใหม่ สะท้อนว่าการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าตามผังไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสถานีโดยสารหรือพื้นที่ใจกลางเมือง

สำหรับการเดินทางของประชาชน ขอนแก่นอยู่ในบัญชีพื้นที่เป้าหมายพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเมือง 17 แห่ง และอยู่ในกลุ่มเมืองเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง หรือ Transit-Oriented Development: TOD ด้วย

แนวทาง TOD ในผังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งทางเดินเท้า ทางจักรยาน จุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ เพื่อให้การเดินทางต่อจากสถานีไปยังพื้นที่เมืองทำได้สะดวก ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะตัวสถานีหรือรางรถไฟ

ด้านการบิน ท่าอากาศยานขอนแก่นปรากฏอยู่ในพื้นที่เป้าหมายปรับปรุงจุดเชื่อมต่อของท่าอากาศยานหลักภายในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางและขนส่งสินค้าในอนาคต ข้อมูลนี้เป็นกรอบการพัฒนาตามผัง ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการเปิดเส้นทางบินใหม่หรือเปลี่ยนสถานะท่าอากาศยานแล้วจากประกาศฉบับนี้

ขอนแก่นกับฐานอุตสาหกรรมชีวภาพและเศรษฐกิจนวัตกรรม

ในด้านเศรษฐกิจ ขอนแก่นอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ Northeastern Economic Corridor: NeEC ร่วมกับนครราชสีมา อุดรธานี และหนองคาย โดยผังวางเป้าหมายให้เป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ของประเทศ เชื่อมโยงการเกษตรกับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต

รายละเอียดหน้า 28 ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น พลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตรอย่างฟางข้าวและชานอ้อย ผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ ตลอดจนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น โปรตีนทางเลือก อาหารทางการแพทย์ และสารสกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง

ขอนแก่นยังอยู่ในพื้นที่บนระเบียงนวัตกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ Triangle Innovation Corridor ซึ่งระบุย่านนวัตกรรม 5 แห่ง ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และมหาสารคาม เพื่อพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรม

กรอบนโยบายภาคอีสานในหน้า 43 เชื่อมเรื่องเหล่านี้เข้ากับการยกระดับเมืองศูนย์กลางให้รองรับการลงทุน บริการสุขภาพ และการศึกษาสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับเกษตรมูลค่าสูง อาหารปลอดภัย ระบบชลประทาน การฟื้นฟูดิน การค้าชายแดน และการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับภัยแล้ง

การแพทย์ การศึกษา ไมซ์ และเมืองอัจฉริยะ อยู่ในผังด้วย

ผังระบุขอนแก่นเป็นพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจหรือไมซ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และการจัดแสดงสินค้า รวมทั้งเป็นพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และแพทย์แผนไทย โดยบทบาทเหล่านี้เชื่อมโยงกับแนวทางพัฒนาบริการมูลค่าสูงของเมืองศูนย์กลาง

ด้านสาธารณสุข เอกสารระบุโรงพยาบาลขอนแก่นในบัญชีโรงพยาบาลศูนย์ และวางนโยบายยกระดับบริการสาธารณสุขให้ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมถึงพัฒนาความพร้อมของประเทศในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ

ในส่วนมาตรการพัฒนาเมือง หน้า 70 กำหนดการพัฒนาสถานพยาบาลขนาดใหญ่ให้ได้มาตรฐาน JCI เพื่อรองรับบริการระดับสากล และสนับสนุนมหาวิทยาลัยกับสถาบันอาชีวศึกษาในภาคต่าง ๆ ให้พัฒนาเป็นศูนย์วิจัยและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพของภาค ทั้งหมดเป็นเป้าหมายการพัฒนา ไม่ใช่การยืนยันว่าสถานพยาบาลทุกแห่งได้รับการรับรองหรือสถาบันทุกแห่งดำเนินการสำเร็จแล้ว

ขอนแก่นยังอยู่ในบัญชีพื้นที่พัฒนาเมืองน่าอยู่และอัจฉริยะ 49 แห่ง โดยแนวคิดในผังเน้นการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพบริการและการบริหารเมือง ลดการใช้ทรัพยากร และเปิดให้ภาคธุรกิจกับประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา

ขอนแก่นเป็นหนึ่งใน 9 พื้นที่เป้าหมาย “เมืองฟองน้ำ”

เรื่องการจัดการน้ำเป็นอีกส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับอนาคตเมืองขอนแก่น โดยแผนด้านการจัดการน้ำระบุพื้นที่พัฒนาเมืองฟองน้ำ หรือ Sponge City จำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วยกรุงเทพมหานครและเมืองศูนย์กลางหลักระดับภาคทั้ง 8 แห่ง ซึ่งรวมขอนแก่นด้วย

มาตรการในผังใช้ถ้อยคำว่า “พัฒนาพื้นที่ชะลอน้ำตามแนวคิดการพัฒนาเมืองฟองน้ำ” โดยกลุ่มที่มีขอนแก่น นนทบุรี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา และภูเก็ต ถูกจัดไว้ในกรอบดำเนินการระยะยาวปี 2580 ต่างจากกลุ่มกรุงเทพมหานคร พัทยา และหาดใหญ่ที่อยู่ในกรอบระยะกลางปี 2575 ตามตารางมาตรการด้านการจัดการน้ำ

นอกจากนี้ มาตรการตั้งถิ่นฐานอย่างปลอดภัยในหน้า 65 ยังให้ความสำคัญกับการกำหนดพื้นที่ซึมน้ำ พื้นที่สีเขียวชะลอน้ำ พื้นที่รับน้ำชั่วคราวหรือสวนน้ำฝน พื้นที่เก็บน้ำใต้ดิน และพื้นที่โล่งรองรับน้ำนอกเขตเมือง ควบคู่กับการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เสี่ยงภัย

ดังนั้น การพัฒนาเมืองตามผังไม่ได้หมายถึงการเพิ่มสิ่งปลูกสร้างเพียงด้านเดียว แต่รวมถึงการเตรียมพื้นที่และระบบรองรับน้ำ เพื่อให้การตั้งถิ่นฐานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความปลอดภัยมากขึ้นตามเป้าหมายของนโยบาย

พลังงาน ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เป็นอีกส่วนของอนาคตจังหวัด

ด้านพลังงาน ผังระบุการพัฒนาโรงไฟฟ้าน้ำพองทดแทน และในรายละเอียดพื้นที่เป้าหมายมีชื่อโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมน้ำพอง ชุดที่ 3 จังหวัดขอนแก่น เป็นส่วนหนึ่งของกรอบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ หน้า 21 ระบุอุทยานธรณีขอนแก่นในฐานะอุทยานธรณีประเทศไทยที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและเตรียมเสนอองค์การยูเนสโกให้เป็นอุทยานธรณีโลก จึงต้องแยกข้อความเรื่องการเตรียมเสนอในผังออกจากการรับรองของยูเนสโก ไม่ใช้ประกาศฉบับนี้เป็นหลักฐานว่ากระบวนการรับรองเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ในด้านวัฒนธรรม ขอนแก่นปรากฏในกลุ่มเมืองเป้าหมายส่งเสริมให้ได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์โดยองค์การยูเนสโกภายในปี 2580 ตามแผนที่เอกสารอ้างถึง เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่แยกจากการจัดลำดับ Regional City หรือ City

เมืองเติบโตได้ แต่ต้องไม่ละทิ้งพื้นที่เกษตรและชุมชนชนบท

ผังวางแนวทางพัฒนาเมืองกระชับ ใช้พื้นที่เมืองและโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ฟื้นฟูพื้นที่เมืองที่พัฒนาแล้ว และป้องกันการขยายตัวอย่างไร้ทิศทางไปยังพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี พื้นที่ป่าไม้ หรือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย พร้อมกับพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมและเพียงพอต่อประชากรเมือง

สำหรับชนบท เอกสารให้ความสำคัญกับการรักษาบทบาทแหล่งผลิตอาหาร การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ตลาดและศูนย์รวบรวมสินค้า โรงงานแปรรูปขนาดเล็กถึงปานกลางที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ ตลอดจนบริการสาธารณะพื้นฐานและระบบขนส่งที่เชื่อมชุมชนชนบทเข้ากับเมืองศูนย์กลาง

การระบุชื่อเมืองในลำดับศักดิ์จึงไม่ใช่การกำหนดให้พื้นที่ทั้งจังหวัดกลายเป็นเขตเมืองหรือเขตอุตสาหกรรมทั้งหมด เพราะแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่ยังแบ่งเป็นเขตสงวน เขตอนุรักษ์ และเขตพัฒนา และภายในกรอบการพัฒนาก็ยังมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ต้องคุ้มครองเพื่อความมั่นคงทางอาหารด้วย

มีกรอบเวลาและผู้รับผิดชอบ แต่ไม่ใช่หลักฐานอนุมัติงบทุกโครงการ

ผังแบ่งการติดตามเป้าหมายหลักเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นปี 2570 ระยะกลางปี 2575 และระยะยาวปี 2580 พร้อมตารางมาตรการ พื้นที่เป้าหมาย หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาดำเนินการในแต่ละสาขา

ตัวอย่างในหน้า 70 มาตรการเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการให้บริการสาธารณะของเมืองทุกระดับ กำหนดให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เหมาะสมตามลำดับศักดิ์ โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ และกำหนดการดำเนินงานในระยะกลางปี 2575 และระยะยาวปี 2580

ส่วนตัวชี้วัดภาพรวม หน้า 9 ใช้ชื่อว่า “สัดส่วนประชากรเมืองต่อประชากรชนบท (ร้อยละ)” กำหนดค่าฐาน 47 ในปี 2564 และค่าเป้าหมาย 53 ในปี 2570, 57 ในปี 2575 และ 63 ในปี 2580 ทั้งนี้ เอกสารระบุว่าตัวชี้วัดภาพรวมต้องอาศัยการดำเนินงานจากหลายนโยบายประกอบกัน ไม่ใช่ผลจากการจัดลำดับเมืองเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ดี ตารางมาตรการและกรอบเวลาตามผังไม่ใช่หลักฐานว่าทุกโครงการได้รับจัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือพร้อมเปิดบริการตามช่วงเวลานั้น การยืนยันสถานะของแต่ละโครงการต้องมีเอกสารการดำเนินงานเฉพาะโครงการประกอบ ไม่สามารถสรุปจากรายชื่อเมืองหรือชื่อโครงการในผังเพียงอย่างเดียว

เช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินรายพื้นที่ ซึ่งต้องพิจารณาผังและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจอาศัยคำว่า Regional City หรือ City เพื่อสรุปว่าที่ดินทุกแปลงก่อสร้างกิจการใดก็ได้ และผังฉบับนี้ไม่ได้เป็นหลักฐานรับประกันการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในเมืองที่ได้รับการกำหนดบทบาท

สาระสำคัญคือเครือข่ายเมืองหลายระดับ ไม่ใช่ขอนแก่นเติบโตเพียงเมืองเดียว

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันจากเอกสารฉบับประกาศคือ ขอนแก่นอยู่ในกลุ่มเมืองศูนย์กลางหลักระดับภาคเดิม และยังเป็นหนึ่งใน 8 เมืองระดับนี้ตามกรอบปี 2580 ขณะที่ชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่ ถูกระบุในกลุ่มที่กำหนดยกระดับเป็นเมืองศูนย์กลางหลัก หรือ City อย่างชัดเจน พร้อมกับรายชื่อเมืองระดับ Town ที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการพัฒนา

ทิศทางที่ผังกำหนดจึงครอบคลุมทั้งการกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเชื่อมต่อการเดินทาง การเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาล การพัฒนาที่อยู่อาศัย และการรับมือภัยพิบัติ โดยให้เมืองแต่ละระดับทำหน้าที่สนับสนุนกัน เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนเมืองศูนย์กลาง แต่ให้การพัฒนาเมืองและชนบทมีความสมดุล และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจกับบริการสาธารณะไปถึงประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ตามกรอบของผัง

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

หมายเหตุการอ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580 เลขหน้าที่ระบุในบทความเป็นเลขหน้าพิมพ์ของเอกสารแนบท้ายประกาศ โดยหน้า 59–61 ตรงกับลำดับหน้า PDF 62–64 และหน้า 68–70 ตรงกับลำดับหน้า PDF 71–73 หลักฐานรายชื่อชุมแพ เมืองพล และบ้านไผ่อยู่ที่หน้าพิมพ์ 60 และ 68 หรือหน้า PDF 63 และ 71 ตามลำดับ

เรื่องล่าสุด