อว. ปั้น 190 เชฟอีสาน มอบประกาศนียบัตรที่ขอนแก่น เปิดเวทีเชื่อมตลาดแรงงาน ดันครัวไทยสู่ครัวโลก

อว. ปั้น 190 เชฟอีสาน มอบประกาศนียบัตรที่ขอนแก่น เปิดเวทีเชื่อมตลาดแรงงาน ดันครัวไทยสู่ครัวโลก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมอาหารไทย จัดงานปัจฉิมนิเทศและเชื่อมโยงตลาดแรงงาน Chef Graduation & Career Day 2026 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมมอบประกาศนียบัตรหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพแก่ผู้ผ่านการอบรมจำนวน 190 คน โดยขอนแก่นเป็นพื้นที่แรกของการจัดกิจกรรมจากทั้งหมด 4 ภูมิภาค มุ่งเชื่อมโยงทักษะอาชีพกับตลาดแรงงานและการสร้างธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “ยกระดับคน เพื่อยกกำลังประเทศไทย²” ควบคู่กับโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” ที่พัฒนาผู้เรียนกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ ผ่านหลักสูตร 240 ชั่วโมง ครอบคลุมอาหารไทย 50 เมนู เพื่อยกระดับมาตรฐานเชฟไทยและผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่หอประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานปัจฉิมนิเทศและเชื่อมโยงตลาดแรงงาน Chef Graduation & Career Day 2026 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ประกอบการ และเชฟ 190 คนเข้าร่วมงาน

ภายในงานมีพิธีมอบประกาศนียบัตรหลักสูตรเชฟอาหารไทยมืออาชีพให้แก่เชฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผ่านการอบรมจำนวน 190 คน พร้อมจัดบูธแสดงสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากฝีมือเชฟในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแสดงศักยภาพด้านอาหารและการต่อยอดทักษะสู่อาชีพ

สำหรับโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” มีการพัฒนาผู้เรียนกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ ผ่านเครือข่ายหน่วยฝึกกว่า 72 แห่ง โดยกำหนดให้ผู้เรียนผ่านการฝึกอบรมรวม 240 ชั่วโมง แบ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านระบบ E-Learning 90 ชั่วโมง และการฝึกภาคปฏิบัติ 150 ชั่วโมง ครอบคลุมการประกอบอาหารไทย 50 เมนู รวมทั้งต้องผ่านการทดสอบฝีมือแรงงานและการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานจริง

ดร.วันนี นนท์ศิริ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้นโยบาย “Thailand ยกกำลังสอง” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายให้นักศึกษามีรายได้ ผู้ประกอบการมีรายได้ และช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ขณะเดียวกัน กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ผู้ประกอบการ ผ่านการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ โดยมองว่าโครงการนี้เป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ประเทศไทยมีจุดแข็งและศักยภาพอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารไทยพัฒนาไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วันนี กล่าวอีกว่า กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของ อว. ในการ “ยกระดับคน เพื่อยกกำลังประเทศไทย²” โดยใช้อาหารไทยเป็นหนึ่งในกลไกพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมโยงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเข้ากับมาตรฐานวิชาชีพ ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และโอกาสทางเศรษฐกิจ ถือเป็นจุดที่นโยบายการพัฒนาคนเริ่มเชื่อมต่อจากห้องเรียนไปสู่ระบบเศรษฐกิจจริง

ทั้งนี้ การเลือกจังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่แรกของการจัดกิจกรรม ยังสะท้อนบทบาทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญาอาหาร และคนรุ่นใหม่ที่สามารถนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นอาชีพและธุรกิจ เชื่อมโยงเศรษฐกิจชุมชนเข้ากับตลาดสมัยใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“เมื่อเชฟหนึ่งคนมีอาชีพและรายได้ ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงที่ตัวบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงครอบครัว เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในชุมชน เกิดเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจที่นำทุนทางวัฒนธรรมและรสมือท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าใหม่” ดร.วันนี กล่าว

แนวทางดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Thai Soft Power ผ่านการสร้างบุคลากรอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด Thailand² โดยพัฒนาทุนมนุษย์ด้านวิชาชีพอาหารตั้งแต่การใช้ทุนทางวัฒนธรรม การเพิ่มพูนความรู้และทักษะขั้นสูง การพัฒนามาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และระบบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ ไปจนถึงการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบธุรกิจ เพื่อให้เชฟไทยและผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าจากอาหารท้องถิ่น แข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น

ด้านนายพิตรพิบูล ธีร์จันทึก ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทย โดยมีภาคการเกษตรเป็นฐานการผลิตหลัก การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิตอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาสูตรอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต

เมื่อบุคลากรมีทักษะที่พร้อมแล้ว จะสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดด้วยเทคนิคการวิจัยและพัฒนา หรือ R&D เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ หรือเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้ผลิตและธุรกิจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมอาหารภายในประเทศ

นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการผลิตอาหารแปรรูปและการทำงานในอุตสาหกรรมอาหารต่างประเทศได้อีกมาก เนื่องจากตลาดอุตสาหกรรมอาหารมีขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะเริ่มพัฒนาส่วนใดก่อน โดยทุนมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา และต้องเริ่มจากการให้ความรู้แก่บุคลากรเป็นลำดับแรก

ขณะที่นายเมธี ลิมนิยกุล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานเครือข่าย อว. ในภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การพัฒนาเชฟภายใต้โครงการของรัฐบาลในปี 2569 ถือเป็นรุ่นที่ 3 หลังจากเริ่มดำเนินโครงการรุ่นแรกในปี 2567 ต่อเนื่องด้วยรุ่นที่ 2 ในปี 2568 และรุ่นที่ 3 ในปี 2569

การดำเนินงานเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยอาหาร หรือ Food Safety ร่วมกับกรมอนามัย เพื่อพัฒนาศักยภาพเชฟไทยและผลักดันอุตสาหกรรมเชฟไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

สำหรับปี 2569 จะมีการคัดเลือกเชฟเพื่อเป็นตัวแทนเข้าศึกษาหลักสูตรพัฒนาเชฟสู่ระดับสากล เนื่องจากแต่ละประเทศมีมาตรฐานด้านอาหารที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศญี่ปุ่น จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้เชฟไทยมีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับมาตรฐานของแต่ละประเทศ

ส่วนแผนดำเนินงานระยะต่อไป จะมีการคัดเลือกเชฟจากรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 เพื่อเข้ารับการพัฒนาศักยภาพในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในการพัฒนาเชฟสู่ระดับสากล

นายเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นเป็นคนไทย อายุไม่เกิน 60 ปี เนื่องจากอาชีพเชฟจำเป็นต้องยืนและทำงานในครัวเป็นเวลานาน จึงต้องคำนึงถึงความพร้อมด้านร่างกายควบคู่กับทักษะวิชาชีพ

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการของคนไทย ทำเพื่อคนไทย โดยมีเป้าหมายสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ พัฒนาโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ พร้อมยกระดับศักยภาพของเชฟไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาหารระดับสากล เพื่อผลักดันครัวไทยไปสู่ครัวโลก

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด