เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามขอบคุณทีมทนาย ยืนยันทุกคนเข้าขอขมาได้ แต่ไม่ควรมาแบบลับ ๆ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามขอบคุณทีมทนาย ยืนยันทุกคนเข้าขอขมาได้ แต่ไม่ควรมาแบบลับ ๆ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยภายหลังการพูดคุยและแถลงข้อมูลของทีมทนายว่า สถานการณ์ดีขึ้น และช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจแนวทางต่าง ๆ ตลอดจนที่มาที่ไปของเรื่องได้ละเอียดมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า หากนายวรเดชหรือบุคคลอื่นประสงค์เข้ามาขอขมาและติดต่อประสานมายังวัด ก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ แต่ไม่ต้องการให้ดำเนินการอย่างลับ ๆ และกระบวนการทางกฎหมายยังต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายต่อไป

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า การพูดคุยและแถลงข้อมูลของทีมทนายช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจข้อมูลอย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ หากตั้งใจรับฟัง พร้อมกล่าวขอบคุณทนายทุกคนที่มาให้กำลังใจ และชี้แจงต่อสื่อมวลชนให้ได้รับทราบว่าเรื่องต่าง ๆ เป็นอย่างไร รวมถึงขอบคุณทนายทุกท่านจากมูลนิธิทนายกองทัพธรรมและสื่อมวลชน

“ไม่ขอก้าวล่วงหรือตัดสินใจแทนฝ่ายใด เพราะหากพูดออกไปอาจไม่เหมาะสม จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย และไม่ต้องการกล่าวถึงฝ่ายนั้นมากนัก และหากนายวรเดชประสงค์เข้ามาขอขมาและมีการติดต่อประสานมายังวัด ก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะนายวรเดช ไม่ว่าจะเป็นสองคน สามคน หรือสี่คน ทุกคนสามารถมาได้ แต่กระบวนการทางกฎหมายยังต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายต่อไป”

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า หากนายวรเดชหรือบุคคลอื่นจะเข้ามาขอขมา ไม่ต้องการให้ดำเนินการอย่างลับ ๆ แต่ควรเข้ามาต่อหน้าสื่อมวลชน เพราะการมาแบบลับ ๆ ไม่เหมาะสม และอาจทำให้ดูเหมือนกำลังทำสิ่งใดอย่างปกปิด จึงควรให้สื่อมวลชนรับรู้ด้วย อีกทั้งยังมีความกังวลด้านความปลอดภัย หากมีผู้เข้ามาพบเป็นการส่วนตัวโดยไม่มีผู้ใดทราบ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ระบุด้วยว่า ปัจจุบันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับฝ่ายคู่กรณี แต่สิ่งที่ทำให้เหนื่อยคือญาติโยมที่รักและศรัทธา ซึ่งเดินทางมาพูดถึงเรื่องต่าง ๆ และเสนอคำแนะนำกันคนละแนวทาง จนทำให้ไม่ได้พักผ่อน

“หลวงพ่อไม่ได้เหนื่อยเพราะฝั่งนั้น ไม่ได้เหนื่อยเพราะฝั่งวรเดช ฝั่งดา หรือฝั่งหมอไข แต่เหนื่อยเพราะคนที่ศรัทธาเรา เดี๋ยวก็เอาเรื่องนี้มาพูด เดี๋ยวก็เอาเรื่องนั้นมาพูด ต่างคนก็ต่างแนะนำว่าต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้ หลายคนก็หลายคำพูด หลายคำแนะนำ อันนี้ทำให้หลวงพ่อเหนื่อยมาก”

ทั้งนี้ พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า ตนมีความรู้ด้านกฎหมายเพียงบางเรื่องเท่านั้น จึงขอให้การดำเนินงานดังกล่าวเป็นหน้าที่ของทนาย รวมถึงลูกศิษย์ลูกหาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการต่อไป

พร้อมกันนี้ พระครูอดุลสารนิเทศได้เจริญพรถึงญาติโยมทั่วประเทศและทั่วโลกที่อยู่เคียงข้าง โดยขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนต้องเกิด แก่ เจ็บ และตาย จึงควรช่วยจุนเจือซึ่งกันและกัน พร้อมขอให้ทุกคนตั้งใจประกอบอาชีพและทำมาหาเลี้ยงชีพ

“ผู้ที่มาให้พรหลวงพ่อ หลวงพ่อขอให้พรนั้นกลับไปหาทุกคน ขอให้มีจิตใจแจ่มใส ไม่ต้องซีเรียสกับชีวิต ทุกชีวิตโดนขีดไว้แล้ว เหมือนมีคนขีดทางให้เราเดิน ชีวิตทั้งหมดถูกขีดไว้ และเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการขีดนั้นได้ ขอขอบคุณและขอเจริญพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ อยู่เย็นเป็นสุข และปรารถนาสิ่งใด ขอให้สมความปรารถนาทุกประการ”

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด