เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เกิดความแตกตื่นจากกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลัง “ป้าดา” นักอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีบ้านอยู่ในชุมชนใกล้กับวัด และเป็นหลานสาวนายเฮียง โฟนอินเข้ารายการ “โหนกระแส” ทางช่อง 3 โดยช่วงท้ายรายการระบุว่า ถึงหน้ากำแพงวัดแล้วและกำลังจะทุบ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และผู้สื่อข่าวหลายสำนักเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบทันที อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสถานการณ์บริเวณวัดยังเป็นปกติ

เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางถึงวัดป่าอดุลยาราม พบเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพิ่มกำลังเข้าประจำจุด โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ยังปกติ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น มีคำสั่งตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประจำจุดและสังเกตการณ์โดยรอบ พร้อมให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก หากพระสงฆ์หรือคนภายในวัดต้องการความช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามป้าดา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประสานงานและนัดหมายกันไว้ หลังป้าดาโฟนอินเข้ารายการโหนกระแส โดยป้าดายืนยันว่า ยังเดินทางมาไม่ถึงจังหวัดขอนแก่น และอยู่ระหว่างเดินทางมาตามนัดหมาย ขณะนั้นกำลังเข้าสู่พื้นที่อำเภอบ้านไผ่ และใกล้จะถึงขอนแก่นแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ป้าดาพูดว่าจะไปทุบกำแพงวัด เพราะเข้าใจว่าป้าดาเดินทางถึงวัดแล้ว ป้าดายืนยันว่า ขณะนั้นยังอยู่ที่บ้านไผ่ ก่อนจะมีเสียงหัวเราะกันภายในรถ ซึ่งมีผู้ร่วมเดินทางหลายคน
บริเวณหน้าวัด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดสังเกตการณ์โดยรอบกำแพง มีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นนำน้ำดื่มและเครื่องดื่มชูกำลังมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมานาน และเห็นวัดแห่งนี้มานานแล้ว อีกทั้งเคยมีโอกาสมาทำบุญหลายครั้ง

นักศึกษารายดังกล่าวระบุว่า ได้ติดตามรายการโหนกระแส ซึ่งนำเสนอกรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดแห่งนี้ และได้ยินป้าดาพูดกลางรายการว่าจะทุบกำแพงวัด รวมถึงระบุว่าถึงหน้ากำแพงวัดแล้ว จึงรีบเดินทางมาดูสถานการณ์ พร้อมนำน้ำดื่มมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านในพื้นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาดูเหตุการณ์ หลังได้ยินป้าดาพูดกลางรายการว่าจะทุบกำแพงวัด โดยชาวบ้านรายหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อได้ยินทายาทบอกว่าจะทุบกำแพงวัดจึงเดินทางมาดู แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่ากล้าทุบ ส่วนกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการของศาล
ชาวบ้านรายดังกล่าวยังระบุว่า ในแต่ละวันตนเองจะทำกับข้าวมาถวายพระที่วัดทุกวัน วันละ 600-700 บาท บางวันเป็นหลักพันบาท เนื่องจากเป็นคนชอบทำบุญ พร้อมกล่าวว่า หากวันหนึ่งวัดหายไปก็จะคิดว่าไม่ใช่ของวัด แต่เป็นของทายาท และกล่าวถึงเรื่องผลของการกระทำตามความเชื่อส่วนตัว โดยเปรียบเปรยว่า “กรรมเดี๋ยวนี้มันติดจรวด มันขับรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกด้วย แต่ป้าไม่สวมหมวก เพราะป้าไม่มีกรรม”



Leave a Response