เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเปิดใจ หลังชื่อวัดลงโฉนด ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี “ลุงแหวน ธานอส”

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเปิดใจ หลังชื่อวัดลงโฉนด ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี “ลุงแหวน ธานอส”

ชมคลิป

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยภายหลังเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการทางทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา จากเดิมเป็นชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างเป็นทางการว่า มีความยินดีที่การดำเนินการซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2533 เสร็จสิ้นลง พร้อมขอให้อภัยผู้ที่เคยกล่าวหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นดูแคลน และขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ให้ดำเนินคดีกับ นายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส”

ในวันเดียวกัน ทีมทนายความจากมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้หารือกับพระครูอดุลสารนิเทศ ภายหลังชื่อวัดป่าอดุลยารามปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ รวมถึงหารือถึงกรณีบุคคลที่เคยกล่าวดูหมิ่นหรือกล่าวหาพระครู และแนวทางดำเนินคดีที่ทีมทนายได้เตรียมไว้

น.ส.พัณณ์ชิตา ไชยเดช หรือ “ทนายฟ้าใส” ทนายความ กล่าวว่า ทีมทนายได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับ นายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” จากกรณีกล่าวถึงพระครูอดุลสารนิเทศในรายการโทรทัศน์ และได้รายงานรายละเอียดให้เจ้าอาวาสทราบแล้ว แต่พระครูอดุลสารนิเทศขอบิณฑบาตเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่าต้องการให้อภัยผู้ที่กล่าวดูหมิ่น จึงขอไม่ให้ทีมทนายดำเนินคดีในส่วนนี้ โดยมูลนิธิทนายกองทัพธรรมรับดำเนินการตามความประสงค์ของเจ้าอาวาส

น.ส.พัณณ์ชิตา ระบุว่า ในส่วนของคดีกรณีบุกรุกวัด ซึ่งมีการแจ้งความและเข้าสู่กระบวนการอาญาไปแล้ว เป็นคดีที่ไม่สามารถยุติด้วยการให้อภัยในลักษณะเดียวกับคดีส่วนตัวได้ จึงต้องปล่อยให้กระบวนการกฎหมายดำเนินต่อไป ขณะที่พระครูอดุลสารนิเทศระบุว่า ในส่วนดังกล่าวขอให้เป็นเรื่องของกฎหมาย

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า มีความยินดีที่โฉนดซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 ขณะนี้ชื่อในโฉนดได้เป็นของวัดป่าอดุลยารามเรียบร้อยแล้ว เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความเป็นจริง เรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นดูแคลน หลวงพ่อขอให้อภัยทั้งหมด ไม่ติดใจเอาความ และได้แจ้งความประสงค์ต่อมูลนิธิทนายกองทัพธรรมแล้วว่า ไม่ต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวดูหมิ่น

พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่า แม้ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์จะผ่านการพิจารณาของศาลมาแล้ว แต่ชื่อในโฉนดเลขที่ 61945 ยังคงเป็นชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี จนกระทั่งวันที่ 16 ก.ย. 2569 เจ้าพนักงานที่ดินจึงดำเนินการทางทะเบียนให้ชื่อวัดป่าอดุลยารามปรากฏในโฉนดอย่างสมบูรณ์ ทำให้ไม่วิตกกังวลเรื่องดังกล่าวอีกแล้ว

ด้าน นางสุภาพร บุญพรหมมา หรือ “พี่แอ๋ว” อายุ 53 ปี บุตรสาวของ นายของ อินทรีย์ ไวยาวัจกรคนแรกของวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยหลวงพ่อและร่วมกับชาวบ้านฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ โดยไม่คิดว่าเรื่องราวจะขยายใหญ่โตจนมาถึงวันนี้ เมื่อทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดนี้รู้สึกว่า ความดีย่อมชนะอธรรมเสมอ

นางสุภาพร กล่าวว่า สิ่งที่อยากบอกกับบิดา หากวันนี้นายของ อินทรีย์ยังรับรู้ได้ คือ ชาวชุมชนวัดป่าอดุลยารามได้ร่วมมือร่วมใจกันจนผ่านวิกฤตมาได้ และอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” สิ่งที่พ่อทำและปูพื้นฐานไว้ รอยมือรอยเท้าที่พ่อทำไว้ทุกอย่าง วันนี้เราชนะแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ไม่น่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นอีก และเมื่อเรื่องเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง ทุกฝ่ายควรยอมรับว่าสิ่งที่ตนเองทำถูกหรือผิด

สำหรับเรื่องการให้อภัย นางสุภาพร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มีความอาฆาต และไม่ต้องการสาปแช่งใคร แต่อยากปล่อยให้เป็นเรื่องของผลจากการกระทำ เพราะแต่ละคนย่อมรู้แก่ใจว่าสิ่งที่ตนเองทำลงไปถูกหรือผิด

ขณะที่ นายเสฏฐวุฒิ หาสุข นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ติดตามข่าววัดป่าอดุลยารามมาตั้งแต่ช่วงแรก และวันนี้บังเอิญเดินทางมาทำโครงงานที่วัด จึงได้เห็นเหตุการณ์จริงและเข้าร่วมสังเกตการณ์ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจกับทางวัดที่ชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัดเรียบร้อยแล้ว

นายเสฏฐวุฒิ กล่าวว่า จากภาพที่เห็นในวันนี้ทำให้รู้สึกว่าวัดป่าอดุลยารามเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง เพราะมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกัน แสดงให้เห็นถึงความห่วงแหนวัด พร้อมแสดงความยินดีกับชาวบ้านและเจ้าอาวาส โดยมองว่าพระครูอดุลสารนิเทศได้ทำภารกิจของท่านอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว

เรื่องล่าสุด