🌧️ น้ำขังเพิ่มความเสี่ยงโรคฉี่หนู
🦠 เห็บอาจนำโรคพยาธิเม็ดเลือด
🍄 ความชื้นกระตุ้นปัญหาผิวหนัง
🫁 ไอหอบต้องเฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจ
💩 น้ำปนเปื้อนเสี่ยงอาเจียนท้องเสีย
🐾 เปียกฝนต้องเช็ดและเป่าขนให้แห้ง
🛡️ ป้องกันเห็บตามคำแนะนำสัตวแพทย์
🚨 ซึม หายใจลำบาก ควรรีบพบสัตวแพทย์
เมื่อเข้าสู่ ฤดูฝน นอกจากอากาศจะมีความชื้นสูงและฝนตกบ่อยขึ้นแล้ว เจ้าของสุนัขและแมวก็ต้องเพิ่มความใส่ใจเรื่องสุขภาพของสัตว์เลี้ยงด้วย เพราะน้ำขัง ดินโคลน ความชื้น รวมถึงเห็บและปรสิตต่าง ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพบางชนิด
หนึ่งในโรคที่ควรระวังเป็นพิเศษคือ โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Leptospira และสามารถแพร่ผ่านปัสสาวะของสัตว์ติดเชื้อ โดยเชื้ออาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ดิน หรือพื้นที่เปียกชื้นได้เป็นเวลานาน
ในช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือน้ำขัง สัตว์เลี้ยงที่ออกนอกบ้านและสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนจึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสุนัข เจ้าของควรสังเกตอาการ เช่น มีไข้ ซึม ไม่ร่าเริง เบื่ออาหาร อาเจียน ปัสสาวะเปลี่ยนแปลงหรือน้อยลง รวมถึงตัวเหลืองหรือตาเหลือง หากเป็นรุนแรงอาจเกิดความเสียหายต่อไตหรือตับ และโรคนี้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ด้วย
การป้องกันโรคฉี่หนูทำได้โดยไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำขังหรือน้ำจากแหล่งที่ไม่สะอาด หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมและดินโคลนที่อาจปนเปื้อน ควบคุมหนูและสัตว์พาหะภายในบ้าน รวมถึงปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูตามความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ โรคจากเห็บ เช่น Ehrlichiosis และ Anaplasmosis ซึ่งโรคที่คนทั่วไปเรียกว่า “พยาธิเม็ดเลือด” หลายชนิดเกิดจากเชื้อที่สามารถติดต่อผ่านเห็บ โดยเฉพาะในสุนัข
อาการที่อาจพบ ได้แก่ มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต เดินกะเผลกหรือไม่อยากเดิน เกล็ดเลือดต่ำและมีเลือดออกง่าย และในบางรายอาจพบเลือดกำเดาไหลหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากโรคบางชนิดดำเนินต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการดูแล อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้
เจ้าของควรตรวจดูตัวและผิวหนังของสัตว์เลี้ยงหลังพาออกนอกบ้าน ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และทำความสะอาดบริเวณที่สัตว์เลี้ยงพัก หากพบเห็บจำนวนมากหรือสัตว์มีอาการผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์
ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อยากำจัดเห็บหมัดมาใช้เองโดยไม่ตรวจสอบ ว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับชนิด อายุ น้ำหนัก และสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงหรือไม่ โดยเฉพาะในแมว เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ใช้กับสุนัขอาจเป็นอันตรายต่อแมวได้
ด้าน ปัญหาผิวหนังและเชื้อรา ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศร้อนชื้น การที่ขนหรือผิวหนังเปียกเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปัญหาบริเวณที่อับชื้นได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในโรคที่ควรรู้จักคือ เชื้อราที่ผิวหนัง หรือ Ringworm (Dermatophytosis) ซึ่งอาจทำให้เกิดขนร่วงเป็นหย่อม ผิวหนังเป็นขุย มีสะเก็ด หรือมีอาการคัน และสามารถแพร่สู่คนได้ นอกจากนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังบางชนิดก็อาจสัมพันธ์กับการเปียกชื้นเป็นเวลานาน โดยพบได้ในสภาพอากาศร้อนชื้น
หลังสัตว์เลี้ยงเปียกฝน เจ้าของจึงควร เช็ดตัวและเป่าขนให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว อุ้งเท้า ใต้ท้อง และบริเวณที่อับชื้น พร้อมซักทำความสะอาดที่นอนและผ้าห่มเป็นประจำ หากพบขนร่วงเป็นวง ผิวหนังแดง มีสะเก็ด หรือคันผิดปกติ ควรพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัย
ส่วน โรคระบบทางเดินหายใจ ในสุนัขและแมวสามารถเกิดจากเชื้อหลายชนิด ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย โดยความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากการ “ตากฝน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อและการสัมผัสสัตว์ตัวอื่นด้วย
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ไอ จาม มีน้ำมูกหรือน้ำตา ซึม เบื่ออาหาร หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก หากมีอาการหอบ หายใจลำบาก ซึมมาก หรือไม่กินอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว ขณะที่การฉีดวัคซีนควรพิจารณาตามชนิดของสัตว์ อายุ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความเสี่ยงของแต่ละตัว โดยแนวทางของ WSAVA 2024 แนะนำให้สัตวแพทย์ประเมินวัคซีนหลักและวัคซีนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว
อีกปัญหาที่อาจพบในช่วงฝนตกคือ อาการท้องเสียและอาเจียนจากอาหารหรือน้ำปนเปื้อน เพราะพื้นที่รอบบ้านอาจมีน้ำสกปรก ดินโคลน หรือสิ่งปนเปื้อนมากขึ้น หากสัตว์เลี้ยงไปเลียพื้น ดื่มน้ำไม่สะอาด หรือกินสิ่งของที่ปนเปื้อน ก็อาจเกิดปัญหาระบบทางเดินอาหารได้
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ถ่ายเหลว อาเจียน เบื่ออาหาร ซึม และปวดท้อง หากอาเจียนหรือถ่ายเหลวหลายครั้ง มีเลือดปน ซึมมาก หรือไม่สามารถกินน้ำได้ ควรพบสัตวแพทย์ เพราะอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้
สำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงหน้าฝน เจ้าของสามารถเริ่มจาก 5 เรื่องสำคัญ คือ ไม่ปล่อยให้ดื่มน้ำขัง โดยเตรียมน้ำสะอาดไว้ให้ตลอด, เมื่อเปียกฝนควรเช็ดและเป่าขนให้แห้ง โดยเฉพาะอุ้งเท้า ซอกนิ้ว และจุดอับชื้น, ป้องกันเห็บและปรสิตอย่างสม่ำเสมอ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับชนิดและน้ำหนักของสัตว์, ดูแลความสะอาดของบ้านและที่นอน ไม่ให้มีความชื้นสะสม และควบคุมหนูภายในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงโรคฉี่หนู รวมถึง ตรวจสอบวัคซีนและสุขภาพเป็นประจำ โดยให้สัตวแพทย์ประเมินตามอายุ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความเสี่ยงของสัตว์แต่ละตัว
เจ้าของไม่ควรรอดูอาการนาน หากสัตว์เลี้ยง ซึมผิดปกติหรือไม่กินอาหาร อาเจียนหรือท้องเสียต่อเนื่อง มีไข้ หายใจลำบาก ตัวเหลืองหรือตาเหลือง ปัสสาวะผิดปกติ มีเลือดออกหรือจุดเลือดออกตามตัว ขนร่วงหรือมีแผลที่ผิวหนังเป็นวง รวมถึงมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสน้ำท่วมหรือน้ำขัง
โดยเฉพาะกรณีที่สงสัย โรคฉี่หนู ควรติดต่อสัตวแพทย์ทันที เพราะโรคอาจรุนแรงและมีความเสี่ยงต่อทั้งสัตว์เลี้ยงและคนในครอบครัว การวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ
สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงใน อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอชุมแพ อำเภอบ้านไผ่ และพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดขอนแก่น ช่วงฤดูฝนควรเพิ่มความระมัดระวังเรื่องน้ำขัง ดินโคลน เห็บ ปรสิต และความชื้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสัตว์ที่มีโอกาสออกนอกบ้านหรือสัมผัสพื้นที่เปียกเป็นประจำ
สรุปแล้ว หน้าฝนไม่ได้หมายความว่าสัตว์เลี้ยงจะต้องป่วยทุกครั้ง แต่เป็นช่วงที่เจ้าของควรเพิ่มความใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่อง น้ำขัง เห็บและปรสิต ความชื้น อาหารและน้ำที่ไม่สะอาด รวมถึงการสัมผัสสัตว์อื่น การให้น้ำสะอาด เช็ดตัวให้แห้ง ป้องกันเห็บ ดูแลที่พักให้สะอาดและแห้ง และตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ล้วนช่วยลดความเสี่ยงได้
หากพบอาการผิดปกติ โดยเฉพาะอาการซึม หายใจลำบาก อาเจียนหรือท้องเสียต่อเนื่อง ตัวเหลือง ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมและน้ำขัง ไม่ควรรอจนมีอาการรุนแรง ควรพาสัตว์เลี้ยงพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว
#หน้าฝนสัตว์เลี้ยง #โรคฉี่หนู #เห็บหมัด #สุนัขแมว #สุขภาพสัตว์เลี้ยง


