เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายคมวิศิลป์ อายุ 33 ปี และนายญาณพันธุ์ อายุ 35 ปี สองพี่น้องผู้ต้องหาในคดี “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดชุมแพ หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายนายพิทักษ์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย จนเสียชีวิตภายในบ้านพักในพื้นที่หมู่ 13 ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น
พ.ต.ท.สำเนียง สำโรงพล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หนองเรือ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเวลาประมาณ 13.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้ถูกทำร้ายร่างกายและเสียชีวิตภายในบ้านพักในพื้นที่หมู่ 13 ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบศพนายพิทักษ์ อายุ 53 ปี ถูกวางอยู่บนเตียงภายในบ้านและมีผ้าคลุมร่างไว้ จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองเรือเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบรอยบวมช้ำบริเวณใบหน้าและทรวงอก จากนั้นให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลหนองเรือนำศพส่งภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อให้แพทย์นิติเวชทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
จากการสอบสวน นายทองผ่าน อายุ 89 ปี บิดาของผู้เสียชีวิตและเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า นายพิทักษ์ ลูกชาย ทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่โรงเหล็กใน อ.หนองเรือ และมักดื่มสุราอยู่บ่อยครั้ง เมื่อดื่มจนมีอาการเมาและกลับเข้าบ้าน ก็มักจะบ่นหลานชายทั้งสองคนเป็นประจำ
กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หลังนายพิทักษ์เลิกงาน ได้ดื่มสุราจนเมา ก่อนกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 21.00 น. แล้วล้มตัวนอนอยู่บนเตียง แต่ยังคงบ่นหลานชายทั้งสองคนว่าไม่ทำงาน และพูดว่าตนเองต้องเป็นคนหาเลี้ยงอยู่เพียงคนเดียว
นายทองผ่านให้การว่า เมื่อนายคมวิศิลป์ ซึ่งเป็นหลานชายคนเล็กได้ยิน จึงเกิดความโมโห เข้าไปตบหน้าและกระทืบนายพิทักษ์ขณะที่ยังนอนอยู่บนเตียง หลังจากนั้นไม่นาน นายญาณพันธุ์ก็เข้ามาทำร้ายนายพิทักษ์อีกคน
พยานระบุว่า เมื่อผู้เสียชีวิตเงียบเสียง หลานชายทั้งสองก็จะเดินออกไป แต่เมื่อผู้เสียชีวิตเริ่มบ่นขึ้นมาอีก ทั้งสองก็กลับเข้ามาทำร้ายอีกครั้ง เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. จนถึงประมาณ 24.00 น. ก่อนที่หลานชายทั้งสองจะหยุดการกระทำ
พ.ต.ท.สำเนียง กล่าวอีกว่า หลังตำรวจรับแจ้งในวันที่ 27 สิงหาคม และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อทราบรายละเอียดจากบิดาของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ จึงควบคุมตัวหลานชายทั้งสองคนมาสอบสวนที่ สภ.หนองเรือ
จากการสอบสวน นายคมวิศิลป์ให้การยอมรับว่า เกิดความโมโหและรำคาญที่น้าชายชอบบ่นด่า จึงลงมือทำร้ายน้าชาย แต่ไม่คิดว่าจะทำให้น้าชายเสียชีวิต
ส่วนนายญาณพันธุ์ให้การปฏิเสธว่า ตนเองไม่ได้ทำร้ายผู้เสียชีวิต แต่เข้าไปเพื่อช่วยเหลือน้าชายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบสวนรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์พฤติการณ์ของผู้ต้องหาแต่ละคนอย่างละเอียด
ขณะที่ น.ส.วิรัลยา อายุ 28 ปี ลูกสาวของนายพิทักษ์ เปิดเผยว่า ตนเองกับบิดาอาศัยอยู่คนละบ้าน โดยบิดาอาศัยอยู่กับปู่และหลานชายทั้งสองคน เนื่องจากพ่อและแม่ของหลานชายทั้งสองเลิกรากันไปนานแล้ว บิดาของตนจึงเป็นคนทำงานหาเลี้ยงปู่และหลานชายทั้งสองมาตั้งแต่ยังเล็กจนเติบโตถึงปัจจุบัน
น.ส.วิรัลยา ระบุว่า ในคืนเกิดเหตุ ปู่เล่าให้ฟังว่า บิดาดื่มสุราและมีอาการเมา เมื่อกลับเข้าบ้านก็ล้มตัวนอนอยู่บนเตียง แต่ยังบ่นหลานชายทั้งสองคน ซึ่งมีครอบครัวแล้วแต่ไม่ทำงาน โดยบิดาพูดว่าตัวเองเป็นคนหาเลี้ยงอยู่คนเดียว
จากนั้นหลานชายทั้งสองคนเข้ามาทำร้ายบิดาของตนต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. จนถึง 24.00 น. และยังใช้ขวดทุบด้วย ซึ่ง น.ส.วิรัลยา มองว่าเป็นพฤติกรรมที่โหดมาก
ช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น บิดายังมีสติและรู้สึกตัว โดยได้ขอยาแก้ปวดจากปู่มากิน หลังจากกินยาแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงตามปกติ กระทั่งช่วงเที่ยง ปู่เห็นบิดานอนอยู่นาน จึงเข้าไปปลุกเพื่อจะให้กินยาแก้ปวดอีกครั้ง แต่พบว่าร่างกายของบิดาแข็งและเสียชีวิตแล้ว
จากนั้นปู่จึงบอกให้ น.ส.วิรัลยา แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และให้จับกุมหลานชายทั้งสองคนไปดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย น.ส.วิรัลยา ระบุว่า ต้องการให้ดำเนินคดีกับสองพี่น้องให้ถึงที่สุด
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายคมวิศิลป์ อายุ 33 ปี และนายญาณพันธุ์ อายุ 35 ปี ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” ก่อนที่ช่วงเช้าวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมแพ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
หมายเหตุ: ปิดบังใบหน้าผู้ต้องหา โดยเสื้อเหลืองคือน้องชาย และเสื้อส้มคือพี่ชาย
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


