เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านเป็ด ได้นำตัวนายนรินทร์ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด ในคดีลักทรัพย์ร้านทองพื้นที่ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หลังก่อเหตุช่วงกลางดึกวันที่ 28 มีนาคม 2569

จุดทำแผนประกอบด้วย ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมันริมถนนมะลิวรรณ จุดทิ้งบัตรเอทีเอ็ม จุดจอดรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารบ้านทุ่ม หมู่ 12 ห่างจากร้านทองประมาณ 800 เมตร และร้านทองที่เกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 377 หมู่ 12 ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 28 มีนาคม 2569 หลังเจ้าของร้านแจ้งความว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่พร้อมพิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายเจาะหลังคาและฝ้าเพดานเป็นช่องขนาดใหญ่ สามารถมุดเข้าออกได้
จากภาพกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20–30 ปี สวมหน้ากาก เดินสำรวจหน้าร้าน ก่อนใช้เก้าอี้ปีนขึ้นหลังคา ตัดแผ่นหลังคาและเจาะฝ้าเพดานลงไปภายในร้าน จากนั้นงัดเหล็กลูกกรงค้นหาทรัพย์สิน

คนร้ายได้บัตรเอทีเอ็มและเหรียญกษาปณ์ ก่อนหลบหนีออกทางประตูหลังร้าน และนำบัตรไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.เพชรน้ำเอก สาขาบ้านทุ่ม จำนวน 2 ครั้ง รวม 25,000 บาท โดยเจ้าของร้านทราบเหตุจากแอปพลิเคชันธนาคารที่แจ้งเตือนการถอนเงิน
ตำรวจสืบสวนจากกล้องวงจรปิดและติดตามรถยนต์กระบะของบริษัทขนส่งสินค้า ซึ่งติดตั้งระบบจีพีเอส จนพบตัวผู้ต้องหาที่ร้านเกมส์ในชุมชนกังสดาล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และเข้าจับกุมได้
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุเพียงลำพัง ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า โดยมีปัญหาค่าใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากบิดาติดคุกคดียาเสพติด มารดาต้องดูแลลูกอีก 4 คน และตนมีรายได้วันละ 300 บาท ไม่เพียงพอ
ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจลักทองคำ เพียงต้องการทรัพย์สินไปขาย ก่อนพบบัตรเอทีเอ็มที่มีรหัสเขียนไว้ด้านหลัง จึงนำไปกดเงิน 2 ครั้ง คือ 2,000 บาท และ 23,000 บาท รวม 25,000 บาท โดยใช้เงินบางส่วนเติมน้ำมัน และเตรียมนำที่เหลือฝากธนาคารโอนให้มารดา แต่ถูกจับกุมเสียก่อน
เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็นเงินสด บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ คีมตัดเหล็ก และไขควง อีกทั้งผู้ต้องหายังชี้จุดทิ้งบัตรเอทีเอ็มเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบตามคำให้การ
ภายหลังทำแผนเสร็จสิ้น ตำรวจได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์” และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#### ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ ####




Leave a Response