ขอนแก่น ญาติผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าร้อง! ถูกจับไม่เป็นธรรม

news2021_Facebnokilleerook2

ญาติผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ร้องเรียนหลานชายถูกตำรวจจับแจ้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม ผกก.ยืนยัน จับกุมตามหลักฐาน หากญาติไม่พอใจ ให้มาแจ้งความได้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวขวัญ อายุ 43 ปี น้าสาวของ นายพงษ์ศักดิ์ กองลุน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/2 บ้านยางคำ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดี พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่า หลานชายถูกจับและถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น เป็นการดำเนินคดีและแจ้งข้อหา ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแถลงข่าว กรณีวัยรุ่นไล่ทำร้ายกัน ไล่ยิงกันแล้วตำรวจก็มีหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ไปจับกุมตัวหลานชายที่บ้าน โดยกล่าวหาว่าหลานชายขับรถยนต์กระบะสีขาว ใช้อาวุธปืนไล่ยิงคู่กรณีจนบาดเจ็บสาหัส ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ จับกุมหลานชายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลานชายก็ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยอยู่ในช่วงฝากขังผัดแรก ครอบครัวจึงประกันตัวออกมา เนื่องจากหลานชายยืนยันว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นางสาวขวัญ กล่าวอีกว่าจากการพูดคุยกับหลานชาย ทราบว่า ในคืนเกิดเหตุไปเที่ยวในสถานบันเทิง เพื่อฉลองวันเกิดอายุ 25 ปี ร่วมกับเพื่อนๆหลายคน ขณะจะกลับบ้านก็ถูกคู่กรณีพร้อมเพื่อนอีกหลายคนมาหาเรื่องและไล่ทำร้าย ไล่ยิง โดยคู่กรณีเป็นฝ่ายขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงก่อน หลานชายเห็นจวนตัว จึงยิงป้องกันตัว โดยไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าคนให้ตาย หรือตั้งใจจะยิงใคร แต่หลานชายยอมรับว่าพกปืนติดตัวจริง เอาไว้ป้องกันตัว แต่เมื่อเกิดเรื่อง ตำรวจจับหลานชายฝ่ายเดียว แต่ไม่มีการสอบสวน สืบสวน เรื่องราวการเกิดเหตุจากฝ่ายคู่กรณี และไม่มีการจับกุมคู่กรณี ทั้งที่คู่กรณีก็มีปืนเช่นกัน เมื่อประกันตัวออกมา จึงร้องเรียนกับสื่อมวลชนไปถึงตำรวจว่า การแจ้งข้อหาพยายามฆ่ากับหลานชายนั้น มันยุติธรรมแล้วหรือ แล้วคู่กรณีทำไมยังลอยนวล เพราะจากการลงพื้นที่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนที่เกิดเหตุ พบว่า มีกล้องหลายตัว มีพยานบุคคลเห็นว่า ฝ่ายหลานชายตน ถูกฝ่ายคู่กรณีไล่ยิง จึงอยากให้ตำรวจมีการสืบสวนจับกุมคู่กรณีของหลานชายด้วย

ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้จักคู่กรณีมาก่อนและไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน มาเจอกันครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนเยอะ จึงเขม่นกันขึ้นและมีเรื่องกัน ซึ่งไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร ยิงไปเพราะป้องกันตัว ส่วนการพกอาวุธปืนนั้น ยอมรับว่าพกจริงเอาไว้ป้องกันตัว และยอมรับผิดในส่วนที่พกพาอาวุธ แต่การที่ถูกตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้นไม่มีความเป็นธรรมกับตัวเองเลย

“ในคืนเกิดเหตุ มีเพื่อนอีกคนเป็นชาวอำเภอพระยืน อยู่ในเหตุการณ์และถูกฝ่ายคู่กรณี ใช้อาวุธปืนจี้ที่ศีรษะ ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ไม่ให้ไปไหน เมื่อตำรวจมาที่เกิดเหตุเพื่อนถูกปล่อยตัว ก็พาเพื่อนเข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณี ที่สภ.เมืองขอนแก่น แต่ตำรวจแนะนำว่าไม่ต้องแจ้งความ ถ้าแจ้งความ อาจจะโดนจับในข้อหาเดียวกัน จึงไม่ได้แจ้งความ และขับรถไปส่งเพื่อนที่อ.พระยืน และเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับตำรวจสภ.พระยืน จากนั้น ตำรวจสภ.พระยืน ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.พระยืน ซึ่งเมื่อตัวเองถูกจับ จึงทำให้คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงร้องเรียนสื่อมวลชนให้ตรวจสอบในกรณีดังกล่าวด้วย”

ขณะที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุม ตามพยานหลักฐานที่มี และมารดาของคนเจ็บก็เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ให้สืบสวนจับกุมคนที่ยิงลูกชายตัวเอง ตำรวจก็สืบสวนและพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด รวมถึงรถยนต์คันของคนก่อเหตุ จึงของศาลออกหมายจับจับคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากว่า พ่อ แม่ญาติพี่น้องของผู้ต้องหาเห็นว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากจะแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ทุกเมื่อ ขอยืนยันว่า ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง