เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจากเข้ารับการฟอกไตที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตามนัดแพทย์ว่า ที่ผ่านมาเคยมีหญิงรายหนึ่ง ซึ่งท่านระบุว่าเป็นผู้ไม่หวังดี มาเคาะประตูเรียกเมื่อเวลาตี 4 แต่ท่านไม่ออกไปพบ พร้อมยืนยันว่าไม่กลัวถูกทำร้ายหรือกลัวตาย แต่กังวลเรื่องการถูกแบล็กเมล์ให้เสียชื่อเสียงมากกว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและโยมอุปัฏฐากคอยดูแลความปลอดภัย และยืนยันว่าจะไม่ย้ายไปไหนอย่างเด็ดขาด
ทันทีที่พระครูอดุลสารนิเทศเดินทางกลับถึงวัด ญาติโยมที่มารอพบได้ช่วยกันประคองหลวงพ่อเดินเข้าไปภายในกุฏิ ก่อนที่นางนัดดา พี่สาว จะเดินตามเข้าไปพร้อมกับญาติโยมและสื่อมวลชน
หลังจากพระครูอดุลสารนิเทศนั่งพักบนเก้าอี้ นางนัดดาได้สอบถามอาการเจ็บป่วยและแสดงความห่วงใยต่อน้องชาย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย หลวงพ่อจึงบอกพี่สาวว่าไม่ต้องกังวล เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อย และในช่วงที่ไม่มีตำรวจมาดูแล ก็ยังมีโยมอุปัฏฐากคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวว่า ตัวท่านเองระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างดี หากมีญาติโยมเดินทางมาเข้าพบ จะต้องมีคนของวัดอยู่ด้วยทุกครั้ง ส่วนการเดินทางไปรับกิจนิมนต์นอกวัด จะไม่เดินทางไปเพียงลำพังอย่างเด็ดขาด
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามยังเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเคยมีหญิงรายหนึ่ง ซึ่งท่านระบุว่าเป็นผู้ไม่หวังดี มาเคาะประตูเรียกเมื่อเวลาตี 4 แต่ท่านไม่ออกไปพบ โดยกล่าวว่า “ไม่กลัวเรื่องโดนทำร้าย แต่กลัวเรื่องถูกแบล็กเมล์ให้เสียชื่อเสียงมากกว่า”
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ พระครูอดุลสารนิเทศขอให้วางตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงหรือปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป โดยกล่าวว่า “ที่ผ่านมา ทางทายาทไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่รัฐมาตรวจปัสสาวะพระในวัด แจ้ง 4 ครั้งก็มา 4 ครั้ง เหมือนไปปฏิบัติตามคำสั่งของฝ่ายทายาท แต่เอาเข้าจริงก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ จะไม่ทำก็ไม่ได้”
พระครูอดุลสารนิเทศยืนยันว่า ไม่รู้สึกหวาดกลัวและจะไม่ย้ายไปไหนอย่างเด็ดขาด ขณะที่นางนัดดาและหลวงพ่อใช้เวลาพูดคุย สอบถามอาการ และให้กำลังใจกันไม่นาน ก่อนที่นางนัดดาจะเดินทางกลับบ้าน
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


