ชาวขอนแก่น ส่วนใหญ่ยังคงต้องการใส่แมสก์ แม้รัฐบาลจะไม่บังคับแล้ว

ชาวขอนแก่น ส่วนใหญ่ยังคงต้องการใส่แมสก์ แม้รัฐบาลจะไม่บังคับแล้วพบทุกคนยังคงระวังตัวและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่แพทย์เผยวิถีใหม่นิวนอร์มอลทุกคนพกแมสก์ติดตัวและปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างเข้มงวด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มิ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศการไม่บังคับการสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคนขอนแก่นส่วนใหญ่ยังคงสวมใส่หน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิและใช้แอลกอฮอล์ล้างมือกันอย่างเข้มงวดเช่นเดิม โดยพบเป็นจำนวนที่น้อยมากในการไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่โล่งกว้าง

น.ส.วัลยา ภูงาม ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันแรกที่รัฐประกาศไม่บังคับในเรื่องของการสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่โดยส่วนตัวแล้วเพื่อความปลอดภัยยังคงขอสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างนี้ต่อไป ทั้งในพื้นที่โล่ง พื้นที่สาธารณะและพื้นที่ปิด เนื่องจากยังคงเน้นหนักในเรื่องของการรักษาสุขภาพและปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์การณ์จะคลี่คลายลงและเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในเดือน ก.ค.ตามที่รัฐบาลกำหนด

น.ส.วัลยา ภูงาม
น.ส.วัลยา ภูงาม

“ครอบครัว เราอยู่ด้วยกันหลายคน มีผู้สูงอายุหลายท่าน ที่ผ่านมาการปฎิบัติตัวในการป้องกันและเฝ้าระวังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกคนในบ้านได้ดำเนินการมาอย่างเข้มงวด ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การตรวจคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ การล้างมือบ่อย รวมไปถึงการเว้นระยะห่างและการไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้นแม้วันนี้มาตรการต่างๆจะผ่อนคลายลง ครอบครัวก็ยังคงชีวิตแบบวิถีใหม่นิวนอร์มอลอย่างเข้มงวดเช่นเดิมเพื่อความปลอดภัย ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง”

ขณะที่ นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 กล่าวว่า ยังคงย้ำเตือนให้ประชาชนทุกคนปฎิบัติตามคำแนะนำของรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคและสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งทั้งหมดจะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำและปฎิบัติตนในการป้องกันตัวจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการเข้ารับบริการการฉีดวัคซีน เข็มกระตุ้นเข็ม 3 และ เข็ม 4 ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านที่ทั้งหมดจะต้องดำเนินการกันอย่างเข้มงวดและจริงจัง ขณะเดียวกันการผ่อนคลายมาตรการต่างๆตามที่รัฐบาล และ ศบค.กำหนด ทั้งหมดเป็นตามแผนและเป็นไปตามเหตุการณ์และพร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามการดำเนินชีวิตแบบวิถีใหม่นิวนอร์มอลวันนี้ จะพบว่าหน้ากากอนามัย เป็นของใช้ประจำตัวที่ทุกคนจะมีพกติดตัวโดยตลอด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมกันก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเข้าสู่การดำเนินชีวิตแบบวิถีใหม่นิวนอร์มอล ที่เป็นความคุ้นชินในการป้องกันตัวจากโรคได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุด

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง