สูงวัยในขอนแก่น: อยู่บ้านเดิมได้อย่างมีคุณภาพแค่ไหน

สูงวัยในขอนแก่นและการอยู่บ้านเดิม — ภาพประกอบ

บทความชุด “ขอนแก่นโตแล้ว ชีวิตคนเปลี่ยนอย่างไร” ตอนที่ 7 จาก 10

ภาพปกเป็นภาพประกอบสร้างด้วย AI เพื่อสื่อแนวคิดของบทความ

บ้านที่คุ้นเคย ร้านค้าที่เดินไปซื้อของได้ และเพื่อนบ้านที่พูดคุยกันเป็นประจำ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในวัยสูงอายุ สำหรับขอนแก่น คำถามเรื่องความพร้อมของเมืองจึงครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย และโอกาสมีส่วนร่วมในชุมชน

เมื่อความสามารถในการใช้ชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนไป เมืองที่เตรียมพร้อมจะช่วยให้ผู้สูงอายุยังมีทางเลือก และช่วยให้ครอบครัวจัดการการดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวของโครงการเมืองสีเงินในขอนแก่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าติดตามว่า ระบบบริการจะเชื่อมไปถึงชีวิตประจำวันที่บ้านได้อย่างไร

เมืองสีเงินเริ่มจากระบบดูแลในชุมชน

ตาม ข่าวมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เผยแพร่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มข. เทศบาลนครขอนแก่น และภาคีเครือข่าย ลงนามความร่วมมือเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เพื่อพัฒนาต้นแบบดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก ในชุมชนสามเหลี่ยม 1–5 และพื้นที่เขตนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล โดยตั้งเป้าคัดกรองและให้บริการผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า 1,000 คน

แนวทางของโครงการคือเชื่อมข้อมูลสุขภาพและการคัดกรองเข้าสู่ระบบสนับสนุนการดูแลร่วมกัน ข่าวดังกล่าวระบุแผนส่งมอบระบบแก่เทศบาลภายในวันที่ 30 มีนาคม 2570 และเป้าหมายขยายผลครอบคลุม 95 ชุมชนในเขตเทศบาล ตัวเลขเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ต้องติดตามผลการดำเนินงานต่อไป

ในเชิงการพัฒนาเมือง จุดสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการช่วยเหลือที่ต่อเนื่อง เมื่อพบคนที่ต้องการติดตาม ต้องมีผู้รับผิดชอบ นัดหมายได้ ติดต่อครอบครัวได้ และส่งต่อบริการได้เหมาะสม คุณค่าของเทคโนโลยีจึงขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของคนและหน่วยงานที่ดูแลชีวิตจริง

ความพร้อมเริ่มจากบ้านและเส้นทางใกล้ตัว

กรอบ เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุขององค์การอนามัยโลก เชื่อมองค์ประกอบของเมืองไว้ 8 ด้าน ครอบคลุมที่อยู่อาศัย การขนส่ง พื้นที่ภายนอกและอาคาร การมีส่วนร่วมทางสังคม การยอมรับและการอยู่ร่วมกัน การมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะและการทำงาน การสื่อสาร และการสนับสนุนจากชุมชนกับบริการสุขภาพ

เมื่อนำกรอบนี้มามองขอนแก่น การประเมินควรเริ่มจากสิ่งที่คนใช้ทุกวัน เช่น ทางเข้าบ้าน ห้องน้ำ แสงสว่าง ทางเดินหน้าบ้าน และเส้นทางไปซื้ออาหาร การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลได้ โดยต้องฟังทั้งผู้สูงอายุและผู้ที่ช่วยดูแล

ผู้สูงอายุแต่ละคนมีความต้องการต่างกัน บางคนยังทำงานและเดินทางเอง บางคนต้องมีผู้ช่วยบางกิจกรรม และบางคนต้องการการดูแลใกล้ชิด การจัดบริการจึงควรพิจารณาความสามารถ ความต้องการ และสภาพแวดล้อมรายบุคคล เพื่อให้การสนับสนุนตรงกับชีวิตของผู้รับบริการ

เดินทางได้ จึงเข้าถึงบริการและผู้คนได้

องค์การอนามัยโลกอธิบายว่า การขนส่งที่เข้าถึงได้ทั้งด้านราคา เวลา และจุดหมาย มีส่วนช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวและมีส่วนร่วมในชุมชน สำหรับการวางแผนเมือง จึงควรมองเส้นทางตั้งแต่ออกจากบ้าน ไปถึงจุดขึ้นรถ จนถึงประตูสถานที่ปลายทาง ซึ่งทั้งหมดต้องเชื่อมต่อกันได้

ในขอนแก่น โจทย์ที่ควรนำมาประเมินร่วมกันคือ ผู้สูงอายุจะเดินทางไปหน่วยบริการ ตลาด พื้นที่ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมชุมชนได้อย่างไร หากต้องให้ญาติพาไปทุกครั้ง ครอบครัวต้องจัดเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การออกแบบบริการรับส่งหรือจุดบริการใกล้บ้านจึงควรใช้ข้อมูลความต้องการจริงของชุมชน

ข้อมูลบริการก็ควรเข้าถึงได้หลายทาง ทั้งป้ายที่อ่านง่าย โทรศัพท์ และเจ้าหน้าที่หรือเครือข่ายชุมชนที่ช่วยอธิบาย การพัฒนาระบบดิจิทัลจะเกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อมีช่องทางรองรับผู้ที่ใช้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันไม่สะดวกด้วย

ผู้ดูแลต้องมีระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง

เอกสาร ผลการดำเนินงานการดูแลระยะยาวสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิงของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2566–2569 อธิบายว่า ระบบ LTC ประกอบด้วยการประเมินความสามารถทำกิจวัตรประจำวัน แผนดูแลรายบุคคล การเยี่ยมบ้าน การสนับสนุนอุปกรณ์ และการทำงานของผู้จัดการการดูแลกับผู้ดูแล โดยเชื่อมหน่วยบริการ ท้องถิ่น ชุมชน และครอบครัว

กรอบดังกล่าวช่วยให้เห็นว่า การดูแลที่บ้านต้องมีทั้งคน ความรู้ เวลา และการประสานงาน ครอบครัวควรรู้ว่าติดต่อใครเมื่อความต้องการเปลี่ยนไป ผู้ดูแลควรได้รับการสนับสนุนที่เหมาะกับหน้าที่ และหน่วยบริการควรมีข้อมูลที่ช่วยติดตามต่อได้ ทั้งนี้ การเข้ารับบริการต้องเป็นไปตามการประเมินและเงื่อนไขของระบบที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการวางแผนระดับเมือง ควรติดตามความต้องการของผู้ดูแลด้วย เช่น เวลาที่ต้องหยุดงาน ความยากในการพาผู้รับการดูแลไปพบเจ้าหน้าที่ และความต่อเนื่องเมื่อผู้ดูแลหลักไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การจัดงบและกำลังคนสอดคล้องกับครอบครัวมากขึ้น

เศรษฐกิจสูงวัยมีโอกาสเมื่อบริการเข้าถึงได้

การเตรียมเมืองสำหรับผู้สูงอายุสามารถเชื่อมกับงานหลายประเภท ตั้งแต่งานดูแลที่มีทักษะ บริการปรับสภาพบ้าน การเดินทาง อาหารที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ ไปถึงกิจกรรมเรียนรู้และสันทนาการสำหรับคนต่างวัย ในเชิงเศรษฐกิจ นี่คือพื้นที่ที่ธุรกิจและองค์กรชุมชนอาจร่วมพัฒนาบริการได้

อย่างไรก็ตาม รูปแบบบริการต้องเริ่มจากความต้องการและกำลังจ่ายของคนในพื้นที่ พร้อมกับคุณภาพและความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ การมีบริการหลายระดับ ทั้งสวัสดิการ บริการชุมชน และบริการที่คิดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน จะช่วยให้ครอบครัวเลือกสิ่งที่เหมาะกับตนเอง

ผู้สูงอายุเองยังมีบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ อาสาสมัคร ผู้ประกอบการ หรือคนทำงานตามความสนใจได้ การออกแบบเมืองควรเปิดพื้นที่ให้ใช้ประสบการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาสะท้อนเสียงของผู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนั้นจริง ๆ

ความสำเร็จควรเห็นได้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อโครงการเมืองสีเงินเดินหน้าต่อ ตัวชี้วัดที่ควรติดตามควบคู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมคือ ผู้ที่พบความต้องการได้รับการดูแลต่อหรือไม่ การส่งต่อใช้เวลานานเพียงใด ครอบครัวติดต่อหน่วยบริการได้สะดวกขึ้นหรือไม่ และผู้สูงอายุมีทางเลือกทำกิจกรรมที่ต้องการมากขึ้นเพียงใด

ในส่วนระบบข้อมูล ควรมีการอธิบายให้ผู้รับบริการเข้าใจว่าข้อมูลถูกใช้เพื่ออะไร ใครเกี่ยวข้องกับการดูแล และจะขอความช่วยเหลือได้ทางใด ส่วนการขยายไปยังชุมชนอื่นควรเดินพร้อมกับความพร้อมของคนทำงาน งบดำเนินงาน และการบำรุงรักษาระบบ เพื่อให้บริการอยู่ต่อได้หลังโครงการนำร่อง

การอยู่บ้านเดิมอย่างมีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่เมืองช่วยสนับสนุนได้ผ่านบริการที่เชื่อมกันตั้งแต่บ้านถึงชุมชน สำหรับขอนแก่น เป้าหมายที่มีความหมายคือการทำให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ตามความสามารถและความต้องการของตน พร้อมกับให้ครอบครัวมีคนและระบบที่พึ่งพาได้ในวันที่ต้องการความช่วยเหลือ

แหล่งข้อมูล

บทวิเคราะห์จากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 รายละเอียดโครงการเมืองสีเงินในบทความเป็นเป้าหมายและแผนที่หน่วยงานประกาศ ส่วนข้อเสนอด้านเมืองและบริการเป็นการวิเคราะห์ของบทความ

อ่านภาพรวมจังหวัด: ขอนแก่นโตไปทางไหน? เปิดฐานเศรษฐกิจและโอกาสของ 26 อำเภอ

เรื่องล่าสุด