ขอนแก่น – บรรยากาศงานทอดกฐินวัดป่าอดุลยาราม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาเดินทางร่วมทำบุญจนแน่นศาลาการเปรียญ ในการจัดงานกฐินครั้งแรกภายหลังวัดดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดป่าอดุลยาราม” อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ หลังจากก่อนหน้านี้มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินที่ตั้งวัดกับฝ่ายทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และ “ป้าดา” โดยงานบุญครั้งนี้มียอดเงินกฐินรวมทั้งสิ้น 1,002,123.76 บาท มีเป้าหมายสมทบสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 เพื่อช่วยเหลือศพยากไร้และสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัด ขณะที่ครอบครัวนามสกุลพิมพ์ศรีร่วมต่อยอดกฐินอีก 16,000 บาท

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ตั้งอยู่เลขที่ 350 ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระครูอดุลสารนิเทศเป็นเจ้าอาวาส พบว่าบรรยากาศงานทอดกฐินเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนและพุทธศาสนิกชนทยอยเดินทางเข้ามาร่วมทำบุญอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า
การทอดกฐินครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายหลังวัดดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดป่าอดุลยาราม” อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้วัดได้รับความสนใจจากกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินที่ตั้งวัดกับ “ป้าดา” และฝ่ายทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี
ก่อนถึงกำหนดเคลื่อนขบวนกฐินในเวลา 09.09 น. คณะกรรมการวัด หลานหลวงพ่อ และลูกศิษย์วัด ต่างร่วมสร้างสีสันด้วยการแต่งกายแฟนซีเป็นหนุ่มสาวนักแดนซ์และหุ่นหล่อ ออกมาต้อนรับประชาชนสายบุญที่เดินทางมาร่วมทอดกฐิน สร้างบรรยากาศสนุกสนาน มีเสียงโห่ร้องตลอดเส้นทางขบวน

จากนั้นผู้ร่วมงานได้ช่วยกันถือต้นกฐินแห่วนรอบศาลาการเปรียญจำนวน 3 รอบ ก่อนนำต้นกฐินขึ้นตั้งบนศาลาเพื่อเข้าสู่พิธีทอดกฐิน ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมพิธีจนเต็มพื้นที่ศาลาการเปรียญ
สำหรับเจ้าภาพกฐินตามกำหนดการของวัด ประกอบด้วย นายโต แก้วจอหอ, นายยุทธชัย–นางอรัญญา ณ พัทลุง, นายคำแพง–นางคำแก้ว แก้วสุ่ม, นายปริวรรต–นางมะลิ ริมวงศานุกุล, นายชาญชัย–ศิวิกา จิรดลไพศาล, นายธวัชชัย–นางพิกุล มิลจันทร์ และนายยอด–นางยุพา แก้วจอหอ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมสมทบงานบุญในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน บริเวณโดยรอบศาลาการเปรียญมีญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธานำอาหาร เครื่องดื่ม ของหวาน และอาหารหลากหลายชนิดมาจัดตั้งโรงทานเป็นจำนวนมาก เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้มาร่วมงาน โดยมีประชาชนต่อแถวรับอาหารตามจุดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่โรงทานมีบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ ส่วนบนศาลาการเปรียญมีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางขึ้นไปร่วมพิธีจนแน่นศาลา
ภายหลังนำกองกฐินขึ้นสู่ศาลาการเปรียญ ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมกันต่อยอดเงินทำบุญเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นคือครอบครัวนามสกุลพิมพ์ศรี ซึ่งร่วมต่อยอดเงินกฐินจำนวน 16,000 บาทถ้วน ก่อนที่ญาติโยมและคณะกรรมการวัดจะร่วมกันรวบรวมยอดปัจจัยทั้งหมด
จากนั้นพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำพระลูกวัดสวดมนต์และประกอบพิธีทางศาสนา โดยการทอดกฐินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำปัจจัยที่ได้รับไปสมทบทุนก่อสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 ของวัด เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือศพยากไร้ตามเจตนารมณ์ของวัดและเจ้าอาวาส รวมถึงสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัดต่อไป
สำหรับการตรวจนับเงินกฐิน ทางวัดได้ประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาช่วยดำเนินการตรวจนับยอดเงินทั้งหมด ทั้งเงินสดและเงินทำบุญผ่านระบบอีโดเนต โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสังเกตการณ์บริเวณพื้นที่ระหว่างการนับเงิน พร้อมเปิดให้ญาติโยมที่มาร่วมงานบุญเป็นสักขีพยาน เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ
ผลการนับยอดเงินกฐินทั้งหมดพบว่า มียอดรวมทั้งสิ้น 1,002,123.76 บาท หรือกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสมทบสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 และสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัดตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า งานทอดกฐินครั้งนี้ถือเป็นอีกวาระสำคัญของวัดป่าอดุลยาราม หลังจากดำเนินการเปลี่ยนชื่อวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนจากกรณีข้อพิพาทที่ดินกับฝ่ายทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และการเคลื่อนไหวของ “ป้าดา” ในช่วงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศภายในวัดตลอดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มุ่งไปที่กิจกรรมงานบุญ โดยมีประชาชนจำนวนมากพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมทอดกฐินและสมทบปัจจัย เพื่อนำไปสนับสนุนการก่อสร้างเมรุหลังที่ 2 สำหรับภารกิจช่วยเหลือศพยากไร้ ตลอดจนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัดต่อไป
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


