ป.ป.ท. รวบอดีตนักพัฒนาชุมชน คดียักยอกเบี้ยผู้สูงอายุ 121,200 บาท หลังหลบหนี 7 ปี พบซ่อนตัวกลางเมืองขอนแก่น

ป.ป.ท. รวบอดีตนักพัฒนาชุมชน คดียักยอกเบี้ยผู้สูงอายุ 121,200 บาท หลังหลบหนี 7 ปี พบซ่อนตัวกลางเมืองขอนแก่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายจิรวัฒน์ สุภาพ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 4 และนายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 4 ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ติดตามจับกุม นางพสุดา (ขอสงวนนามสกุล) อดีตนักพัฒนาชุมชน ผู้ต้องหาในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจำนวน 121,200 บาท หลังสืบสวนพบว่าหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยรายงานต้นฉบับระบุว่าผู้ต้องหาหลบหนีคดีมานาน 7 ปี

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ 17/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายจิรวัฒน์ สุภาพ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 4 เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน สังกัดเทศบาลตำบลเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาอาศัยอำนาจหน้าที่ลงลายมือชื่อรับเงินสดแทนผู้มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพมาใช้เป็นเอกสารประกอบการหักล้างเงินยืมทดรองจ่ายตามฎีกาเบิกเงิน

นอกจากนี้ ยังมีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาไม่นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนเทศบาล แต่กลับเบียดบังเงินจำนวน 121,200 บาท ไปเป็นของตนเองโดยทุจริต

นายจิรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เดินทางไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องคดีต่อศาล พนักงาน ป.ป.ท. จึงดำเนินการขอออกหมายจับเพื่อติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา จากการสืบสวนติดตามพบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 4 จึงประสานกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ เข้าดำเนินการจับกุมได้สำเร็จ ก่อนควบคุมตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ นายจิรวัฒน์ย้ำว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด พร้อมระบุว่าการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้เป็นพฤติการณ์เฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด