- สคร.7 ร่วม สคล. เปิดเวทีพัฒนาเยาวชนอีสานตอนบน
- เสริมทักษะรู้เท่าทันพิษภัยเหล้า บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า
- มุ่งสร้างเครือข่ายเยาวชนขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์
- สภาเด็กฯ ห่วงกฎหมายกระทบการสนับสนุนงานเยาวชน
- ภาคประชาชนเสนอรัฐบาลจับมือแก้ปัญหา แทนการด้อยค่ากัน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่ชุดาปาร์ค รีสอร์ท ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น (สคร.7) พร้อมด้วยนายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.) ร่วมพิธีเปิดเวทีพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนภาคอีสานตอนบน ภายใต้แนวคิด “นักขับเคลื่อนกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ ป้องกันปัจจัยเสี่ยง” มุ่งเสริมสร้างความรอบรู้และทักษะให้เยาวชนสามารถดูแลตนเองและสื่อสารกับเพื่อนได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการป้องกันปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ขณะที่ตัวแทนภาคเยาวชนแสดงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนงานด้านเด็กและเยาวชน พร้อมมีความเห็นจากแกนนำภาคประชาชนเสนอให้รัฐบาลและประชาชนร่วมมือกันแก้ไขปัญหา แทนการด้อยค่ากัน

นพ.หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ใกล้ตัวเด็กและเยาวชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะทำงานร่วมจากทุกภาคส่วนจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัย
ทั้งนี้ เมื่อเยาวชนมีความรู้และตระหนักถึงอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถนำความรู้ไปใช้ป้องกันตนเอง รวมถึงพัฒนาตนเองเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนกิจกรรมและถ่ายทอดความรู้ไปยังกลุ่มเพื่อนและเครือข่ายเยาวชนต่อไป
นพ.หิรัญวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานผ่านเครือข่ายความร่วมมือ โดยนอกจากการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และการถ่ายทอดนโยบายไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแล้ว ยังมีเครือข่ายภาคประชาชนและโรงเรียนต่าง ๆ เป็นกำลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนงานป้องกันควบคุมโรค การดูแลสุขภาพ และการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายธนกฤต ใจแน่น ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น และรองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีแนวโน้มเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ อุบัติเหตุทางท้องถนน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อเด็กและเยาวชน
นายธนกฤต กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า หากกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณา อาจส่งผลให้การทำงานด้านการป้องกันปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กและเยาวชนเกิดช่องว่างมากขึ้น รวมถึงกังวลว่าจำนวนผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลเด็กและเยาวชนอาจลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อการประสานความร่วมมือและความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างเด็ก เยาวชน และ สสส.
นายธนกฤต ยกตัวอย่างการดำเนินงานของสภาเด็กและเยาวชนที่ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ทั้งการจัดเวทีสาธารณะ การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอลและวอลเลย์บอล รวมถึงการจัดเวทีพัฒนาศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงตัวตนและพัฒนาความสามารถของตนเอง
อย่างไรก็ตาม หากขาดการสนับสนุนจาก สสส. นายธนกฤตแสดงความกังวลว่า เด็กและเยาวชนอาจไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง รวมถึงอาจขาดหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนและดูแลเด็กและเยาวชนเช่นเดียวกับที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ในประเด็นการแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับของรัฐบาล แกนนำภาคประชาชนได้แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลและประชาชนควรจับมือกันเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน มากกว่าการด้อยค่าซึ่งกันและกัน
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


