“ ปะจัน ” โดย “เขี้ยวจัน ”
ปีที่ 4 : ตามที่ใจสั่งมา……..
ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์
แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก “ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กะเพรา เผ็ดร้อน นอนหลับไหม
คำถามเบาๆในวันหยุด ที่เกิดข่าวร้อน ไม่เว้นวันหยุดเลยจริงๆ….อาหารที่ได้ฉายาว่า สิ้นคิด ไม่ต้องคิดต่อ ว่าจะกินอะไรดี…”ผัดกะเพรา” ละกัน……นั่นปะไร เป็นจานคู่ใจ ที่ใครๆก็ชอบ…แฮมเบอร์เกอร์ ยังมีเมนูกะเพรา นักท่องเที่ยวมาเมืองไทย ต้องลองเมนูประจำชาตินี้…เผ็ดร้อนเหงื่อท่วม ยังยิ้มได้ว่าอร่อยยย…..
เจอข่าว การขึ้นทะเบียนผักยอดนิยม ผู้คนจึงตกกะใจ….คิดกันไปต่าง ๆ นานา ที่เคยกินทุกวัน จะเด็ดมากินได้อีกไหม จะผิดกฎหมายไหม…. วางขายที่ตลาดเป็นกำๆ จะซื้อได้ไหม…ร้านอาหารที่ผัดๆๆ ขายดิบ ขายดี วิ่งรับ–ส่งกัน วันละหลายรอบ จะยังผัดขายได้ไหม… ปลูกไว้ข้างบ้านต้องไปพลิกใบดูไหมว่า ใช่พันธุ์นั้นไหม….บลา…บลา…. หัวจะปวด จริงๆ……
เห็นทีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องรีบ มาให้ความชัดเจนในเรื่องนี้แบบด่วนๆ…
……………………..
“กะเพรา” เป็นไม้ล้มลุก อายุเฉลี่ย ราว 1-2 ปี มีถิ่นกำเนิดบริเวณเขตร้อน ในอินเดีย จัดว่าเป็นพืชโบราณ ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดู เป็นพืชที่แพร่หลายในเอเชียมาช้านาน
ในเมืองไทย เป็นสมุนไพร ใช้ทำเมนู คู่ชาติ เป็น”ราชินีแห่งสมุนไพร” สรรพคุณสำคัญ คือ ช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นให้อยากอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระ ขับลมแก้ท้องอืด ลดน้ำตาล ลดไขมัน เสริมภูมิต้านหวัด
หนึ่งในเสน่ห์ของเมืองไทย คือ “ภูมิปัญญาไทย” ที่กินอาหารเป็นยา ป้องกันโรคภัย ตามฤดูกาล อย่าง กินข้าวแช่–หน้าร้อน ดอกขจร–ปลายฝน ต้นหนาว น้ำพริก ผักสด ผักต้ม ได้คุณค่าทางอาหาร เป็นการป้องกัน สมุนไพรไทย อาจรักษาโรคแบบไม่ทันใจ ต่างกับ “ยาฝรั่ง”
เรื่องบ้านๆ จุดเล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเรื่องปากท้อง ที่ร้องจ๊อกๆ กันอยู่ทุกวัน นักการเมือง หรือเจ้ากระทรวง ต้องออกมาสื่อสารเรื่องนี้ แบบตรงไปตรงมา นะ

…………………………………………………


