ชวนออกไปสัมผัสขอนแก่นอีกมุมที่มีทั้งธรรมชาติ เรื่องราวทางศาสนา และความผูกพันของชุมชน ที่ “ถ้ำภูผาแดง” ภายในวัดถ้ำภูผาแดง บ้านโสกใหญ่ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น สถานที่ที่หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต เคยนั่งวิปัสสนากรรมฐาน นอกจากการมากราบไหว้ ยังมีโถงถ้ำ พระธาตุระหว่างช่องหิน และหน้าผาสีแดงที่มองเห็นพื้นที่ฝั่งจังหวัดชัยภูมิให้ทำความรู้จัก โดยพื้นที่แห่งนี้อยู่ระหว่างการผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของขอนแก่น

เริ่มต้นที่ปากถ้ำ ท่ามกลางต้นโพธิ์และต้นไทร
ถ้ำภูผาแดงตั้งอยู่ทางทิศเหนือภายในวัดถ้ำภูผาแดง เมื่อเดินตามเส้นทางขึ้นไปยังภูผาแดง ระหว่างทางจะพบปากถ้ำที่ปกคลุมด้วยต้นโพธิ์และต้นไทร ทางลงสู่ถ้ำมีลานหินกว้างอยู่โดยรอบ ก่อนเข้าสู่ด้านในซึ่งมีโถงถ้ำขนาดเล็กและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
บริเวณใกล้กันมีพระธาตุตั้งอยู่ระหว่างช่องหิน ซึ่งเป็นช่องรับแสงจากดวงอาทิตย์ จุดนี้มีเรื่องราวจากการลงพื้นที่ของทีมข่าวว่า ระหว่างเข้าไปกราบไหว้ แสงอาทิตย์ได้ส่องผ่านช่องหินลงมายังองค์เจดีย์ธาตุจนมองเห็นเป็นสีทองอร่าม ผู้ดูแลเล่าว่าภาพลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมองว่าเป็นปรากฏการณ์ที่อัศจรรย์ ทั้งนี้ เป็นคำบอกเล่าและมุมมองของผู้ดูแลพื้นที่
เรื่องราวของถ้ำยังเชื่อมโยงกับหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต พระสายวิปัสสนากรรมฐานในสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน จึงทำให้การมารู้จักสถานที่แห่งนี้มีทั้งมุมธรรมชาติและเรื่องราวทางศาสนาควบคู่กัน
ขึ้นชมผาแดง มองวิวไปถึงชัยภูมิ
เมื่อสำรวจบริเวณรอบถ้ำ จะพบลานหินขนาดกว้าง และเมื่อเดินขึ้นไปยังยอดเขาภูผาแดง จะพบหน้าผาสีแดงอันเป็นที่มาของชื่อ “ผาแดง” จากบริเวณนี้สามารถมองเห็นพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิได้ เป็นอีกมุมของพื้นที่ที่ชวนให้มองเลยจากตัวถ้ำออกไปสัมผัสภูมิทัศน์โดยรอบ
โถงถ้ำในความทรงจำของคนบ้านโสกใหญ่
อีกส่วนที่ช่วยให้รู้จักถ้ำภูผาแดงมากขึ้น คือเรื่องเล่าของนายปรีชา คำพิทูล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านโสกใหญ่ เทศบาลตำบลภูผาแดง อำเภอโคกโพธิ์ไชย ซึ่งผูกพันกับพื้นที่นี้มาตั้งแต่วัยเด็ก เขาเล่าว่า ในอดีตมักนำวัวมาเลี้ยงบริเวณดังกล่าว และด้วยความเป็นเด็กจึงพากันเดินเข้าไปเล่นและสำรวจภายในถ้ำ
นายปรีชาบรรยายว่า เมื่อผ่านปากถ้ำเข้าไปจะพบโถงขนาดใหญ่ และสามารถเดินลงไปยังบริเวณด้านล่างได้ ภายในมีพื้นที่หลายส่วน ทั้งถ้ำขนาดเล็กและช่องถ้ำค่อนข้างแคบกระจายอยู่ ขณะที่โถงหลักเป็นบริเวณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของพื้นที่ถ้ำ และเป็นจุดที่เขาอยากให้มีการนำเสนอและพัฒนามากที่สุด
ใกล้ทางเข้าถ้ำยังมีบริเวณที่เป็นบ่อหิน ซึ่งนายปรีชาเล่าว่ามีน้ำจากความชื้นและน้ำค้างขังอยู่ เขายังย้อนความทรงจำถึงสมัยที่ภายในถ้ำมีค้างคาวจำนวนมาก และเด็ก ๆ ในพื้นที่เคยพากันเข้าไปไล่จับค้างคาวมาจี่กิน เรื่องเล่าเหล่านี้สะท้อนความผูกพันและวิถีชีวิตในอดีตของคนที่เติบโตมากับพื้นที่แห่งนี้
เรื่องราวพระผู้เข้ามาพำนักและแรงศรัทธาของชุมชน
ในคำบอกเล่าของนายปรีชา มีการกล่าวถึงหลวงปู่ผาง และพระอาจารย์สิงห์โต ซึ่งเขาระบุว่าเป็นพระรูปที่สองที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ โดยมีการสร้างศาลาและสิ่งต่าง ๆ ภายในบริเวณ ต่อมาพระอาจารย์สิงห์โตออกจากพื้นที่ไป ก่อนจะบวชใหม่และไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐม
จากนั้นมีพระอาจารย์สรรค์ ซึ่งนายปรีชาระบุว่าเป็นชาวบ้านจากสมุทรปราการหรือสมุทรสาคร เข้ามาอยู่ก่อนมรณภาพ และมีพระรูปอื่นเข้ามาสืบต่ออีกประมาณ 1–2 รูป กระทั่งถึงพระอาจารย์อาคม โดยนายปรีชาระบุลำดับโดยประมาณว่า พระอาจารย์อาคมเป็นรูปที่สี่ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่
สำหรับชาวบ้าน จุดสำคัญที่สร้างแรงศรัทธาคือ “ถ้ำ” ในอดีตมีผู้ศรัทธาเข้ามาสร้างพญานาค ก่อนมีการบูรณะและทำความสะอาดพื้นที่ เมื่อเห็นศักยภาพ ชาวบ้านจึงเสนอเรื่องไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบกับนายอำเภอโคกโพธิ์ไชยมีแนวคิดว่าอำเภอยังไม่มีแหล่งท่องเที่ยว จึงนำมาสู่การผลักดันพื้นที่แห่งนี้
นายปรีชายังเล่าว่า ถ้ำภูผาแดงเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านเดินทางมาบนบานและบอกกล่าว ขอให้ประสบความสำเร็จด้านหน้าที่การงาน โดยเฉพาะการเข้ารับราชการ ทั้งหมอ ครู และข้าราชการ และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จเดินทางกลับมายังพื้นที่ด้วย เรื่องนี้เป็นความเชื่อและประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจากคนในชุมชน
จากมุมธรรมชาติและศรัทธา สู่แนวคิด “นายอำเภอพาเที่ยว”
เบื้องหลังการผลักดันถ้ำภูผาแดง นายบุญรอด ขาวเขาอ้อ นายอำเภอโคกโพธิ์ไชย อธิบายว่า อำเภอโคกโพธิ์ไชยร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง ภายใต้แนวทาง “นายอำเภอพาเที่ยว” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และประชาสัมพันธ์ความงดงามของธรรมชาติให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสความเป็น “อันซีน” หรือ Unseen โคกโพธิ์ไชย
นายบุญรอดมองว่า แม้ขอนแก่นจะเป็นจังหวัดขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้รับสมญานามว่า “มหานครแห่งอีสาน” แต่เมื่อเทียบกับบางจังหวัดที่มีขนาดเล็กกว่า ขอนแก่นยังมีแหล่งท่องเที่ยวไม่มาก จึงเกิดแนวคิดเพิ่มจุดหมายแห่งใหม่ โดยเลือกถ้ำภูผาแดงเป็นพื้นที่เป้าหมาย และนำจุดเด่นด้านธรรมชาติ ศาสนา ความเชื่อ เรื่องราวอภินิหาร และแรงศรัทธาที่ประชาชนมีต่อหลวงปู่ผางมาเป็นองค์ประกอบในการพัฒนา
การหารือและลงพื้นที่มีนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจังหวัดขอนแก่น นายพชรกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 10 พรรคภูมิใจไทย นายธำรงรัตน์ ธนภัคพลชัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำพอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วม โดยนายบุญรอดบรรยายสรุปข้อมูลและนำเสนอวีดิทัศน์ ก่อนที่คณะจะสำรวจพื้นที่จริง เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและนำข้อมูลไปประกอบแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอ
ด้านนายพชรกรกล่าวภายหลังเข้าชมถ้ำว่า ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงและผลักดันให้อำเภอโคกโพธิ์ไชยมีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่น โดยกล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติที่มีการจัดสรรงบประมาณให้อำเภอรองในจังหวัดขอนแก่นพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนในพื้นที่
ด้วยประวัติที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ผาง เกจิอาจารย์ที่ประชาชนจำนวนมากรู้จักและเคารพนับถือ นายพชรกรจึงต้องการสร้างจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ให้นอกจากการมาทำบุญแล้ว ผู้มาเยือนยังได้เข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ภายในพื้นที่ และช่วยให้คนไทยรู้จักอำเภอโคกโพธิ์ไชยมากขึ้น
แผนพัฒนา 3 มิติ ทั้งถ้ำ วัด และทางเข้า
การพัฒนาถ้ำภูผาแดงไม่ได้มุ่งเฉพาะตัวถ้ำ แต่มีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดเขตโซนนิ่ง พร้อมวางแนวทางขับเคลื่อนควบคู่กันใน 3 มิติ
มิติที่ 1 คือพื้นที่ถ้ำภูผาแดงและบริเวณโดยรอบ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง โดยจะนำข้อมูลจากการสำรวจไปใช้กำหนดเขตโซนนิ่งสำหรับการพัฒนา
มิติที่ 2 คือวัดถ้ำภูผาแดง ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินป่าไม้ ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ขก.2 (โคกหลวง) มีแนวทางขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อก่อตั้งวัดให้มีความสมบูรณ์ ถือเป็นพื้นที่การพัฒนาคู่ขนาน 1
มิติที่ 3 คือเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมจากถนนสายหลักหมายเลข 229 ไปยังวัดถ้ำภูผาแดง อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำเรื่องบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อก่อสร้างหรือปรับปรุงเส้นทางเข้าสู่วัด ถือเป็นพื้นที่การพัฒนาคู่ขนาน 2
นายบุญรอดระบุว่า การพัฒนาทั้ง 3 มิติมีเป้าหมายผลักดันถ้ำภูผาแดงให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอโคกโพธิ์ไชย โดยคาดหวังว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 25–30 ล้านบาทต่อปี และช่วยสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจของอำเภอโคกโพธิ์ไชยและจังหวัดขอนแก่น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการพัฒนาและรายได้ที่จะเกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยนายบุญรอดยังกล่าวถึงบุญบารมีและอภินิหารของหลวงปู่ผางในมิติความเชื่อ ว่าเป็นเสมือนใบเบิกทางของการพัฒนาที่มีแรงศรัทธาของประชาชนเป็นส่วนสำคัญ
ถ้ำภูผาแดงในมุมที่ชุมชนอยากพาให้รู้จัก
สำหรับนายปรีชา การที่หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาส่งเสริมและเตรียมพัฒนาพื้นที่เป็นเรื่องที่ดี เพราะชาวบ้านต้องการให้อำเภอโคกโพธิ์ไชยมีแหล่งท่องเที่ยวของตนเอง และพร้อมช่วยเหลือทั้งด้านแรงงานและกำลังในการพัฒนา โดยเฉพาะโถงหลักภายในถ้ำที่เขาอยากให้ผู้มาเยือนได้รู้จัก
เสน่ห์ของถ้ำภูผาแดงจึงไม่ได้อยู่เฉพาะโถงถ้ำหรือวิวจากหน้าผาสีแดง แต่ยังอยู่ในเรื่องราวของหลวงปู่ผาง ความเชื่อ และความผูกพันของคนบ้านโสกใหญ่ที่มีต่อพื้นที่ ส่วนการพัฒนาทั้งถ้ำ วัด และเส้นทางคมนาคม คืออีกก้าวที่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังร่วมกันผลักดัน เพื่อให้ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ทางศาสนา และวิถีชุมชนกลายเป็นโอกาสสร้างรายได้กลับสู่คนในพื้นที่
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


