ครม.ไฟเขียวย้าย “พืชสวนโลกโคราช 2572” จาก อ.คง สู่ อ.ปากช่อง คงกรอบงบ 4,281 ล้านบาท

43D87EC5-2819-4094-9A47-6C6B2984F7C3
  • ครม.ย้ายพืชสวนโลกโคราชสู่อำเภอปากช่อง
  • กรอบงบประมาณยังคง 4,281 ล้านบาท
  • อุดรธานีจัดพืชสวนโลกเริ่ม 1 พฤศจิกายนนี้
  • ขอนแก่นอยู่ในเครือข่ายประชาสัมพันธ์งานอุดรธานี
  • อีสานมีมหกรรมพืชสวนโลกระดับนานาชาติสองครั้ง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบย้ายพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 จากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง ไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมคงกรอบงบประมาณการจัดงานเดิม 4,281 ล้านบาท และเร่งจัดทำผังแม่บท รวมถึงแผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน เพื่อให้ทันกระบวนการรับรองระดับนานาชาติ

มติดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะก่อนที่นครราชสีมาจะเป็นเจ้าภาพในปี 2572 จังหวัดอุดรธานีกำลังเตรียมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี ทำให้อีสานกำลังมีงานมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติขนาดใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาห่างกันประมาณ 3 ปี

มติ ครม. วันที่ 1 กันยายน 2569

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้ทบทวนมติ ครม. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 และวันที่ 4 มกราคม 2565 เฉพาะส่วนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572

พื้นที่จัดงานจึงเปลี่ยนจากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังมีการศึกษาความคุ้มค่าของพื้นที่จัดงาน

เหตุผลสำคัญของการเลือกปากช่อง

การพิจารณาของ สศช. ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญสำหรับการจัดงานขนาดใหญ่ ทั้งการเดินทาง ระบบสาธารณูปโภค ที่พัก สถานพยาบาล ความสามารถในการรองรับผู้เข้าชม และความพร้อมของพื้นที่

พื้นที่แห่งใหม่ในอำเภอปากช่องเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่ต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม และเป็นปัจจัยที่ช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะยาว

ครม. จึงให้เร่งจัดทำผังแม่บท หรือ Master Plan ควบคู่กับแผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่ภายหลังการจัดงาน หรือ Legacy Plan เพื่อให้พื้นที่ซึ่งได้รับการพัฒนาสำหรับงานสามารถใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังมหกรรมสิ้นสุดลง

งบจัดงานยังอยู่ที่ 4,281 ล้านบาท

แม้จะเปลี่ยนสถานที่ แต่กรอบงบประมาณจัดงานยังคงเดิมที่ 4,281 ล้านบาท ตามมติ ครม. วันที่ 4 มกราคม 2565

นอกจากนี้ มีงบกลาง 88.33 ล้านบาท สำหรับการจ้างออกแบบผังแม่บทและรายละเอียดการจัดสร้างพื้นที่จัดงาน และอีก 6 ล้านบาท สำหรับทบทวนความพร้อมและจัดทำเอกสารเสนอพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อรองรับการดำเนินงานหลังเปลี่ยนสถานที่

โจทย์เร่งด่วนคือการรับรองจากองค์กรระดับโลก

หลัง ครม. มีมติเปลี่ยนพื้นที่ ประเทศไทยมีกรอบเวลาสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อ โดยต้องแสดงความพร้อมของสถานที่แห่งใหม่ต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ International Association of Horticultural Producers (AIPH) ภายในวันที่ 4 กันยายน 2569

จากนั้นต้องดำเนินการขอความเห็นชอบจากองค์การนิทรรศการนานาชาติ หรือ Bureau International des Expositions (BIE) ในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ก่อนงานมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572

ชื่ออย่างเป็นทางการของงานยังได้รับการปรับตามข้อกำหนดของ BIE จาก “Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029” หรือ “Korat Expo 2029” เป็น “International Horticultural Expo 2029 Korat Thailand” หรือ “Expo 2029 Korat Thailand”

พื้นที่เดิมอำเภอคงจะไปทางไหนต่อ

อีกประเด็นที่ต้องติดตามคืออนาคตของพื้นที่เดิมที่อำเภอคง เนื่องจากมีการเตรียมพื้นที่สำหรับโครงการไปแล้ว

สศช. เสนอให้จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนใช้ประโยชน์พื้นที่ พร้อมเปิดให้ประชาชน เกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดแนวทาง เพื่อนำพื้นที่ไปต่อยอดการพัฒนา สร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

จาก “อุดรฯ 2569” สู่ “โคราช 2572”

หากมองในระดับภูมิภาค งานที่นครราชสีมากำลังเตรียมจัดไม่ใช่มหกรรมพืชสวนโลกรายการเดียวของภาคอีสาน

ก่อนหน้านั้น จังหวัดอุดรธานีจะเป็นเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี

พื้นที่จัดงานมีขนาดประมาณ 1,030 ไร่ หรือ 164.8 เฮกตาร์ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน”

จุดเด่นสำคัญคือการนำเสนอมหกรรมพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยภายในงานมีทั้งสวนนานาชาติ อาคารเรือนกระจก พื้นที่แสดงนวัตกรรมการเกษตร และพื้นที่เกี่ยวกับป่าและคาร์บอนเครดิต รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และเทคโนโลยี

ขอนแก่นเกี่ยวข้องอย่างไร

แม้สถานที่จัดงานทั้งสองครั้งจะอยู่ที่อุดรธานีและนครราชสีมา แต่ขอนแก่นปรากฏอยู่ในเครือข่ายการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีอย่างชัดเจน

ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น ระบุว่า จังหวัดขอนแก่นได้แจ้งประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งจะจัดตลอด 134 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 พร้อมประชาสัมพันธ์กิจกรรมด้านพืชสวน นวัตกรรมการเกษตร เกษตรแม่นยำสูง และโอกาสทางการค้าการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งอื่นในขอนแก่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น ก็มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเที่ยวชมงานเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เอกสารบัญชีกลุ่มเป้าหมายประชาสัมพันธ์และเชิญชวนเข้าร่วมงานพืชสวนโลกอุดรธานีที่เผยแพร่ผ่านหน่วยงานท้องถิ่น ยังระบุจังหวัดขอนแก่นไว้เป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนว่าการดึงผู้เข้าชมงานไม่ได้จำกัดเฉพาะประชาชนในอุดรธานี แต่ครอบคลุมจังหวัดรอบข้างและภูมิภาคอีสานในวงกว้าง

อีกด้านหนึ่ง ขอนแก่นยังอยู่ในภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของภาคอีสาน โดยในกิจกรรมที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ร่วมขับเคลื่อนภายในเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 ที่ขอนแก่น มีการนำทั้ง Udon Thani Expo 2026 และ Korat Expo 2029 มาเชื่อมโยงกับศักยภาพเมืองไมซ์และเครือข่ายธุรกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดังนั้น ในมิติของขอนแก่น ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปไม่ใช่เพียงว่า “พืชสวนโลกจัดที่จังหวัดไหน” แต่รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ในอีสานจะสามารถเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว เกษตร นวัตกรรม การประชุมและนิทรรศการ ตลอดจนสินค้าและบริการของท้องถิ่นเข้ากับมหกรรมระดับนานาชาติทั้งสองงานได้มากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยืนยันถึงการประชาสัมพันธ์งานอุดรธานีในพื้นที่ขอนแก่นและการเชื่อมโยงมหกรรมทั้งสองกับเครือข่ายไมซ์ภาคอีสาน ส่วนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดขอนแก่นโดยตรง ยังต้องรอข้อมูล แผนงาน หรือการประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จึงไม่ควรสรุปตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจของขอนแก่นในขณะนี้

สำหรับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี เว็บไซต์ทางการระบุว่าจะเริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ขณะที่มหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมามีกำหนดเปิดวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ทำให้ช่วง 3 ปีจากนี้เป็นช่วงสำคัญที่ต้องจับตาว่า การเป็นเจ้าภาพงานระดับนานาชาติสองครั้งของภาคอีสานจะถูกต่อยอดเป็นเครือข่ายการพัฒนาระดับภูมิภาคได้อย่างไร และจังหวัดศูนย์กลางอย่างขอนแก่นจะเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่นี้ในระดับใด

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด