เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง ถนนเหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังโรงเรียนถูกกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับข้อความ “พรุ่งนี้มีกราดยิง” ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง โดยโรงเรียนชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวมีที่มาจากการแจ้งต่อกันของนักเรียนเกี่ยวกับการซ้อมแผนหนีและซ่อนตัวเมื่อเกิดเหตุกราดยิงในวันที่ 21 สิงหาคม แต่มีการสื่อสารด้วยข้อความสั้นว่า “มีกราดยิงนะ” โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดครบถ้วน เมื่อถูกส่งต่อหลายครั้งจึงถูกตัดทอนจนผู้รับบางส่วนเข้าใจว่าจะเกิดเหตุจริง ทั้งที่เป็นการซ้อมแผนเอาตัวรอดจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งโรงเรียนจัดเป็นประจำทุกปี

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประจวบเหมาะกับกรณีโรงเรียนกัลยาณวัตรพบข้อความขู่กราดยิงในไลน์โอเพ่นแชต และต้องปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ จึงยิ่งทำให้นักเรียนบางส่วนเกิดความกังวล
ในวันเดียวกัน นายบุญฤทธิ์ พาณิชย์รุ่งเรือง รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วยนายบุญธรรม โบราญกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น คณะครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมดำเนินโครงการซ้อมแผนเผชิญเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเป็นประจำทุกปี
การฝึกซ้อมจำลองสถานการณ์ให้คนร้ายเดินไปตามชั้นต่าง ๆ ภายในอาคารเรียน พร้อมยิงปืนกระสุนเสียง ขณะที่นักเรียนฝึกการหนี หลบซ่อน และอยู่ในความเงียบ โดยกำหนดสถานการณ์ให้ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมเหตุ

แม้สถานการณ์จริงเจ้าหน้าที่อาจเดินทางมาถึงเร็วกว่านี้ แต่การฝึกต้องการให้นักเรียนได้สัมผัสสถานการณ์และจดจำลักษณะเสียงปืน เพื่อให้ทราบว่า หากหนีได้ให้รีบหนี หากหนีไม่ทันให้ซ่อนตัวและอยู่ในความเงียบ ส่วนการต่อสู้ให้เป็นทางเลือกสุดท้าย การซ้อมครั้งนี้ยังเป็นการฝึกบริหารจัดการร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยใช้เวลาฝึกซ้อมทั้งหมดประมาณ 15 นาที
นายบุญฤทธิ์กล่าวว่า การซ้อมแผนครั้งนี้เป็นโครงการที่เทศบาลนครขอนแก่นดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ปีนี้ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โรงเรียนเทศบาลวัดกลางได้รับความร่วมมือจากตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และหน่วยงานของเทศบาลนครขอนแก่น ในการฝึกขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เทศบาลนครขอนแก่นดูแลโรงเรียนในสังกัดรวม 11 โรงเรียน และจัดอบรมพร้อมฝึกซ้อมแผนในทุกโรงเรียนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักเรียนรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุรุนแรง การฝึกจึงประกอบด้วยการยิงปืนกระสุนเสียงเพื่อสร้างสถานการณ์ การฝึกหลบซ่อน และการแจ้งเหตุให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์และระบบล็อกประตูภายในโรงเรียนว่ามีความแน่นหนาหรือชำรุดหรือไม่ เพื่อให้พร้อมใช้งานและไม่เกิดปัญหาหากมีเหตุฉุกเฉินจริง
ด้านนายบุญธรรมกล่าวถึงที่มาของข้อความว่า นักเรียนกำลังจะแจ้งต่อกันว่า วันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 21 สิงหาคม โรงเรียนจะจัดซ้อมแผนหนีและซ่อนตัวเมื่อเกิดเหตุ แต่มีการสื่อสารด้วยข้อความสั้นว่า “มีกราดยิงนะ” โดยไม่ได้ให้รายละเอียดครบถ้วน เมื่อส่งต่อกันหลายครั้ง ข้อความจึงถูกตัดทอนลงอีก ทำให้ผู้รับเข้าใจว่าจะเกิดเหตุกราดยิงจริง ทั้งที่เป็นการซ้อมแผนเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งโรงเรียนจัดเป็นประจำทุกปี
เดิมโรงเรียนเตรียมประชาสัมพันธ์รายละเอียดผ่านไลน์กลุ่มของแต่ละชั้นเรียน แต่นักเรียนส่วนใหญ่มีโทรศัพท์ส่วนตัวและส่งต่อข้อมูลกันก่อน เมื่อครูทราบเรื่องจึงรีบชี้แจงและทำความเข้าใจกับนักเรียนทันที ส่งผลให้ในวันจัดกิจกรรมมีนักเรียนมาโรงเรียนมากกว่าร้อยละ 60 ส่วนอีกประมาณร้อยละ 40 ที่ไม่ได้มาโรงเรียน อาจมีทั้งผู้ที่เข้าใจข้อมูลคลาดเคลื่อน และนักเรียนที่ต้องเดินทางด้วยรถรับส่งซึ่งรับนักเรียนจากหลายโรงเรียน เมื่อโรงเรียนอื่นไม่เปิดเรียนหรือรถไม่ให้บริการ นักเรียนกลุ่มดังกล่าวจึงไม่สามารถเดินทางมาได้
หลังเกิดเหตุ โรงเรียนเตรียมกำหนดมาตรการให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองติดตามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือข่าวลือต่าง ๆ จากช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของโรงเรียนเท่านั้น โดยเฉพาะเพจเฟซบุ๊กและไลน์กลุ่มที่มีครูเป็นผู้ดูแล เพื่อป้องกันข้อมูลไม่ครบถ้วนถูกส่งต่อจนเกิดความเข้าใจผิดอีก
สำหรับการตรวจสอบโพสต์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รายหนึ่ง เจ้าตัวระบุว่าเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้มาตั้งแต่ชั้น ม.1 และถูกเพื่อนนักเรียนบูลลี่ กดดัน ล้อเลียนรูปลักษณ์ รวมถึงนำภาพและเรื่องส่วนตัวไปเผยแพร่ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเหตุป่วยจนล้มหมดสติ แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามที่คาดหวัง พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรการดูแลนักเรียนของโรงเรียน
นายบุญธรรมกล่าวว่า ผู้โพสต์และส่งต่อข้อความเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียน ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพ เมื่อรู้สึกไม่สบายใจจะพูดคุยกับครูที่ไว้วางใจ แต่หากไม่พบครูที่สามารถพูดคุยด้วยได้ นักเรียนมักโพสต์ระบายความรู้สึกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นข้อความและเข้าไปอ่าน จึงมอบหมายให้ครูประจำชั้นและรองฝ่ายปกครองพูดคุยกับนักเรียน
จากการพูดคุยพบว่าเป็นการระบายความรู้สึก โรงเรียนจึงให้การดูแลและพาไปพบแพทย์ พร้อมประสานผู้ปกครอง โดยมารดารับทราบและเข้าใจสถานการณ์แล้ว ส่วนวันจัดกิจกรรม นักเรียนไม่ได้มาโรงเรียน เนื่องจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่และรักษาตัวอยู่ที่บ้าน
ผู้อำนวยการโรงเรียนระบุว่า นักเรียนคนดังกล่าวเรียนเก่งและมีเพื่อนสนิทในห้อง 2 คน โดยนักเรียนอาจรู้สึกว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งหรือบูลลี่ แต่จากการสอบถามเพื่อนในห้องยังไม่มีข้อมูลยืนยันในประเด็นดังกล่าว
โรงเรียนเทศบาลวัดกลางยังเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “ครู หมอ พ่อแม่” ของเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อดูแลนักเรียนที่มีภาวะซึมเศร้าหรือถูกบูลลี่ โดยคัดกรองผ่านแอปพลิเคชัน หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงจะพาไปพบแพทย์โดยตรง พร้อมดูแลด้านการปรับพฤติกรรม หากมีอาการรุนแรงจะเข้าสู่กระบวนการรักษาและรับยาตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยมีครูแนะแนวและครูประจำชั้นติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ภาพบทสนทนาอีกชุดที่ถูกส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์ ตรวจสอบล่าสุดพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนกัลยาณวัตร ไม่ใช่โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง โดยในกลุ่มแชทปรากฏบัญชีผู้ใช้หนึ่งพิมพ์คำว่า “กราดยิง” เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ก่อนถูกสมาชิกในกลุ่มทักท้วงและมีการถอนข้อความหลายรายการ
ต่อมาเวลา 21.38 น. มีข้อความแจ้งว่าผู้อำนวยการกำลังจัดทำประกาศตอบสนองต่อเหตุการณ์ กระทั่งเวลา 22.10 น. มีข้อความแจ้งคณะครูว่า โรงเรียนจะปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ในวันรุ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและโรงเรียนได้ร่วมกันตรวจสอบทั้งสองกรณีและรับทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยสถานการณ์ทั่วไปยังเป็นปกติ
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


