ชาวเชียงใหม่เดินทางกว่า 600 กม. ให้กำลังใจเจ้าอาวาส ฝากถึง “ป้าดา” หยุดเถอะ เชื่อทุกฝ่ายเอาจริงเรื่องยุติในไม่ช้า

ชาวเชียงใหม่เดินทางกว่า 600 กม. ให้กำลังใจเจ้าอาวาส ฝากถึง “ป้าดา” หยุดเถอะ เชื่อทุกฝ่ายเอาจริงเรื่องยุติในไม่ช้า

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีประชาชนเดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจจากกรณีข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในนั้นคือ นายสุรัชน์ อินต๊ะแสน อายุ 51 ปี ชาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางไกลกว่า 600 กิโลเมตรมาถวายกำลังใจ พร้อมฝากถึง “ป้าดา” ว่า “หยุดเถอะ” และเชื่อว่าหากทุกฝ่ายเอาจริงเอาจัง เรื่องจะยุติลงในอีกไม่นาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่เดินทางมาส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด หลายคนตั้งใจมาพบเจ้าอาวาสโดยเฉพาะ มีทั้งเดินทางมาเป็นครอบครัวและเป็นหมู่คณะ ในจำนวนนี้มีอดีตข้าราชการระดับสูง รวมถึงนักกฎหมายซึ่งมีโอกาสเดินทางมาว่าความที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันนี้

ภายในกุฏิ พระครูอดุลสารนิเทศได้สนทนากับญาติโยมอย่างเป็นกันเอง มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเล่าให้ผู้ที่มาถวายกำลังใจฟังว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะหลวงพ่อชนะมาหมดแล้ว ก่อนที่ญาติโยมจะร่วมทำบุญภายในวัดและทยอยเดินทางกลับ

ส่วนบรรยากาศบริเวณรอบวัด ประชาชนที่มาถวายกำลังใจหลวงพ่อบางส่วนได้นำตัวเลขอายุ 72 ปีของหลวงพ่อไปเสี่ยงโชค ด้วยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากพ่อค้าแม่ค้าที่เริ่มเข้ามาขายภายในวัดติดมือกลับไปด้วย

นายสุรัชน์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาถวายกำลังใจหลวงพ่อโดยเฉพาะ หลังติดตามข่าวแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง ในฐานะชาวพุทธและพุทธศาสนิกชนจึงต้องการมาให้กำลังใจ แม้ขณะนั่งดูข่าวทางโทรทัศน์อยู่ที่บ้านยังรู้สึกโมโห หากเป็นญาติของตนเองก็คงต่อว่าอย่างหนัก แม้จะเป็นย่าของตัวเองก็ตาม เพราะเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง

นายสุรัชน์กล่าวว่า หลังจากได้ดูเอกสารจากสำนักพระพุทธศาสนาแล้ว มองอย่างไรก็เห็นว่าเป็นของวัด ไม่จำเป็นต้องพิจารณาอะไรมาก เพราะเชื่อว่าวัดดำเนินการอย่างถูกต้อง ด้วยจิตใจและแรงศรัทธาที่มีจึงเทใจให้ทางวัดทั้งหมด ตนเดินทางมาไกลกว่า 600 กิโลเมตร เพราะต้องการมาถวายกำลังใจหลวงพ่อด้วยตัวเอง

หลังได้พูดคุยกับหลวงพ่อ นายสุรัชน์รู้สึกว่าท่านไม่เครียดแล้ว จึงกล่าวให้กำลังใจว่า “สู้ ๆ นะครับ” ซึ่งหลวงพ่อได้ยิ้มและหัวเราะตอบกลับมา แสดงให้เห็นว่าท่านมีอารมณ์ดีขึ้น

“ในฐานะพุทธศาสนิกชน อยากฝากบอกป้าดาว่า หยุดเถอะ ตอนนี้พูดได้ แต่เดี๋ยวอีกหน่อยพูดไม่ได้นะ ถ้าปากเท่ารูเข็มจะยุ่ง ผมบอกแค่นี้”

นายสุรัชน์กล่าวต่อว่า ใจจริงต้องการเตือนให้รู้ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อ หากทำสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับวัดหรือพระ เมื่อตายไปจะกลายเป็นปากเท่ารูเข็ม พร้อมเชื่อว่าเรื่องนี้จะยุติลงในอีกไม่นาน หากทุกฝ่ายเอาจริงเอาจัง

นายสุรัชน์ยอมรับว่า เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมา หากได้พบป้าดาต่อหน้าก็จะบอกว่า “หยุดเถอะ” พร้อมตั้งคำถามในใจว่า ไม่มีลูกหลานหรือญาติพี่น้องคอยห้ามปรามและตักเตือนกันบ้างหรืออย่างไร

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด