ที่ ห้องประชุมชั้น 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวั ดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬะหภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุ นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้ าโครงการอำเภอต้ นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่ อนในการป้องกันและแก้ไขปั ญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุ มชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก พชอ. โดยมีนางไพจิต ผาคะเนตร สาธารณสุขอำเภอโพนพิสัย ,นายพลภัทร จันทร์ลุน ปลัดอำเภอโพนพิสัย ,พ.ต.ท.อุทัย ศรีเชียงสา สวป.ชุมชนสัมพันธ์ สภ.โพนพิสัย ,นายอัครเดช ช่างเหล็ก พัฒนาการอำเภอโพนพิสัย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ การต้อนรับและบรรยายสรุปข้อมู ลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการชุ มชนล้อมรักษ์ (CBTx) ในระดับอำเภอ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้ อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานในพื้ นที่ ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปข้ อมูลฯ ยังได้ตรวจเยี่ยมกลุ่มอาชีพที่ ได้มาจัดแสดง บริเวณด้านหลังโรงพยาบาลส่งเสริ มสุขภาพตำบลวัดหลวง อีกด้วย

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬะหภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุ นการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดคือการเชื่ อมโยงของทุกภาคส่วนที่มีเป้ าหมายร่วมกันในการไม่เพิ่มผู้ เสพหน้าใหม่ พร้อมดูแลผู้ที่อยู่ ในกระบวนการบำบัดให้สามารถลด ละ เลิก และกลับคืนสู่ครอบครัวได้ โดยมีเครือข่าย อสม. และกลุ่มสตรีเป็นกำลังสำคั ญในการสร้างความเข้าใจกั บครอบครัวและชุมชน เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังปรับตั วกลับใจได้กลับมาใช้ชีวิตในสั งคม รวมถึงส่งเสริมการมีอาชีพเพื่ อให้สามารถพึ่งพาตนเองและเป็ นกำลังของครอบครัว ขณะเดียวกัน สสส.ทำหน้าที่หนุนเสริมเวทีให้ ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยน กำหนดเป้าหมายและจัดทำแผนงานร่ วมกัน โดยไม่ว่าจะมีแหล่งทุนจากที่ใด หากทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกันก็ สามารถเดินหน้าไปสู่ความสำเร็ จร่วมกันได้ ทั้งนี้ สสส.ได้นำร่องการดำเนินงานใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนศักยภาพพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนากระบวนการบำบั ดให้มีนวัตกรรมเข้ามาช่วย เพื่อให้การดูแลผู้ใช้สารเสพติ ดมีประสิทธิภาพและนำไปสู่การคื นคนสู่ครอบครัวและชุมชนอย่างยั่ งยืน

ขณะที่ นางไพจิต ผาตะเนตร สาธารณสุขอำเภอโพนพิสัย กล่าวว่า ในบทบาทเลขานุการ พชอ. ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปั ญหายาเสพติดโดยมองผู้ใช้ยาเป็ นผู้ป่วย เน้นค้นหาเร็ว คัดกรองเร็ว และรักษาเร็ว พร้อมพัฒนาระบบดูแลต่อเนื่องหลั งออกจากค่ายบำบัด โดยดึงครอบครัวและชุมชนเข้ามามี ส่วนร่วมติดตามการใช้ยา ปรับพฤติกรรม ลดปัจจัยเสี่ยง และสร้างความเข้าใจเพื่อลดการตี ตราผู้ใช้ยาเสพติด ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกั บการป้องกันการเสพซ้ำ ลดผู้ป่วยรายใหม่ และสร้างการยอมรับจากชุมชน โดยมองว่าความสำเร็จไม่ใช่เพี ยงการจบกระบวนการบำบัด แต่คือการที่ผู้ผ่านการบำบั ดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคม มีอาชีพ พึ่งพาตนเองได้ และมีคุณค่าในตัวเอง ถ้าคนหนึ่งคนไม่กลับไปเสพซ้ำ เราก็ถือว่าสำเร็จแล้ว เพราะหัวใจสำคัญคือการทำให้ ครอบครัวและชุมชนพร้อมเปิ ดโอกาสและร่วมดูแล เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดกลั บมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุ ขและปลอดภัย
ด้าย นายศิริวัฒน์ ศิริมงคล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการผู้ อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุ ขภาพตำบลวัดหลวง กล่าวว่า สำหรับบทบาทหน้าที่เริ่มตั้งแต่ ติดต่อประสานงานผนึกกำลังภาคี เครือข่ายคัดกรอง บำบัด และป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติ ดในชุมชน สร้างความไว้วางใจให้ผู้ป่ วยและครอบครัวเปิดใจเข้าสู่ กระบวนการดูแล ผ่านแนวคิดผู้ป่วยคือผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้เสพ พร้อมดูแลเสมือนคนในครอบครัว ขณะที่การดำเนินงานเริ่มเห็ นผลชัดเจนจากพลังความร่วมมื อของทุกภาคส่วนและผู้ป่ วยรายใหม่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังพบความท้าทายจากผู้ป่ วยบางรายที่กลับมาเสพซ้ำ จึงต้องร่วมกันหาแนวทางฟื้นฟู และคืนอ้อมกอดสู่สังคมเพื่อให้ ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ ชีวิตในชุมชนได้
พ.ต.ท.อุทัย ศรีเชียงสา สวป.(ชส.) สภ.โพนพิสัย กล่าวว่า ตำรวจปรับแนวทางสู่การทำงานเชิ งรุกในชุมชน โดยผู้ค้า ผู้ขายเข้าสู่ กระบวนการทางกฎหมาย ส่วนผู้เสพนำเข้าสู่การบำบัดรั กษา ผ่านความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในโครงการCBTx พร้อมค้นหาสาเหตุและพื้นฐานชีวิ ตของผู้เสพ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด หากปราบปรามอย่างเดียว เมื่อจบกระบวนการทางกฎหมาย ผู้เสพก็อาจกลับไปเสพซ้ำ เราจึงต้องเข้าไปค้นหาว่าเขาเกี่ ยวข้องกับยาเสพติดเพราะอะไร และช่วยกันหาทางแก้ไข ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับชุมชนช่วยให้ผู้ เสพกล้าเปิดเผยตัวเองและเข้าสู่ กระบวนการบำบัดมากขึ้น ลดการแยกตัวและพฤติกรรมที่ อาจนำไปสู่ปัญหาในสังคม โดยมีกรณีตำบลวัดหลวงที่ผู้ เสพสามารถเลิกยาได้จากการที่ทุ กภาคส่วนเข้าพบ พูดคุย และค้นหาปัญหาเป็นรายบุคคล สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานร่วมกั นของตำรวจ ชุมชน ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ช่วยให้ผู้เสพปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมและกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับสั งคมได้ดีขึ้น

นางฉวีวรรณ ราชบุรี ประธาน อสม. หมู่ 2 บ้านวัดหลวง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ชุมชนได้รับผลกระทบจากปั ญหายาเสพติด ทั้งการลักเล็กขโมยน้อย ทะเลาะเบาะแว้งตามร้านค้า ซึ่งสร้างปัญหาความไม่สงบให้กั บคนในพื้นที่ แต่หลังมีโครงการนี้ ทางชุมชนก็เข้ามามีส่วนร่ วมมากขึ้น อสม.ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา รับข้อมูลจากประชาชน กล้าเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเฝ้ าระวังมากขึ้น ทั้งนี้ อยากเห็นโครงการทำอย่างต่อเนื่ อง และมีสถานที่สำหรับบำบัดฟื้นฟู ระยะต่อเนื่อง เพื่อช่วยแยกผู้ผ่านการบำบั ดออกจากสภาพแวดล้อมและกลุ่มเพื่ อนเดิม ลดโอกาสกลับไปเสพซ้ำ ทั้งยังช่วยให้ผู้ที่ตั้งใจบำบั ด กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
นายน้อย (นามสมมติ) เล่าถึงชีวิตก่อนเข้าร่ วมโครงการฯ ว่า อยู่ในช่วงที่รู้สึกเหมื อนหลงทาง ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนและยั งสับสนกับชีวิตของตัวเอง กระทั่งตัดสินใจเข้าร่ วมกระบวนการบำบัดและดูแลโดยชุ มชน โดยมีลูกชายเป็นแรงผลักดันสำคัญ เพราะหลังจากปู่และย่าเสียชีวิต ทำให้เหลือกันเพียง 2 คนพ่อลูก จึงอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่ มต้นชีวิตใหม่ ยอมรับว่ากระบวนการดูแลจากชุ มชนช่วยปรับเปลี่ยนทั้งทัศนคติ และความคิด ทำให้สามารถใช้ชีวิตในแต่ละวั นได้ง่ายขึ้นและมองอนาคตของตั วเองชัดเจนกว่าเดิม
“วันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่เคยหมกมุ่น ไม่ค่อยออกไปพบปะผู้คนหรือทำกิ จกรรมร่วมกับผู้อื่น แม้แต่การไปวัดก็ไม่เคยมีความคิ ดอยากไป แต่หลังผ่านกระบวนการบำบัด ทำให้กลับมาเปิดใจและใช้ชีวิตร่ วมกับสังคมมากขึ้น ฝากถึงผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาเดี ยวกัน ขอให้ตั้งใจและนึกถึงคนที่รัก โดยเฉพาะครอบครัว เพราะเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด และเป็นแรงผลักดันให้คนคนหนึ่ งอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตั วเอง เพื่อทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่รักและกลับมาใช้ชีวิ ตอย่างมีคุณค่าอีกครั้ง”


