เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายอดิศร เพียงเกษ กรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ตั้งคำถามกลางที่ประชุมถึงการหารือเกี่ยวกับคดีและข้อพิพาทหลายประเด็น โดยถามว่า “ป้าดาผิดแล้วใช่ไหม” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมาธิการมีอำนาจถึงขั้นพิจารณาว่าใครผิดหรือไม่ และเห็นว่าควรเปิดกว้างรับฟังและเจรจาร่วมกันทั้งสองฝ่าย
การประชุมดังกล่าวมีนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ร่วมกับนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และเป็นนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านพระไตรปิฎก รวมทั้งคณะสงฆ์ในพื้นที่และวัดป่าอดุลยารามเข้าร่วมประชุม
นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ยื่นเรื่องกับสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อเปลี่ยนชื่อจากนายเฮียงมาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด
ส่วนค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อวัดและการโอนที่ดิน คิดในอัตราเพียงร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน หรือประมาณ 7,000 กว่าบาท

ระหว่างการประชุม นายอดิศร เพียงเกษ กรรมาธิการและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กล่าวกลางที่ประชุมว่า “ป้าดาผิดแล้วใช่ไหม ที่ว่ามีการบุกรุก เราควรเจรจาทั้งสองฝ่าย หรือเราเป็นศาลแล้วใช่ไหม ทำไมไม่เปิดกว้างรับฟัง ผมทราบว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับวัด ผมก็เห็นด้วยกับวัด อยากให้มีข้อยุติ แต่ดูเหมือนว่ากำลังพิจารณาว่าป้าดาผิดแล้วใช่ไหม กรรมาธิการมีอำนาจถึงขนาดนั้นเหรอครับ”
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


