“ ปะจัน “ โดย “เขี้ยวจัน ”
ปี ที่ 4 : ตามที่ใจสั่งมา……..
ที่นี่….ไม่ใช่คอลัมน์ร้องทุกข์
แต่เป็น การสังคมอุดมปัญญา ลุกขึ้นมา “ทวงสิทธิ” ของการเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ เจ้าของคะแนนเสียงที่เลือก”ตัวแทน” ในทุกระดับ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารบ้านเมือง ด้วยข้าราชการ “ตัวแทน” จากส่วนกลาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เรียนไป ก็ตกงาน
โครงสร้างการศึกษาของไทย ปรับตัวไม่ทันท้วงที การขาดสะบัดเส้นทางการวางแผน การไม่เชื่อมต่อแนวปฏิบัติ ที่ต้องลงรากลึก การศึกษาต้องใช้เวลาเกินกว่า 20 ปี ที่จะผลิดอก ออกผล เก็บเกี่ยวความสำเร็จจากการสร้างคนคุณภาพ เข้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศ
สายสามัญ สายอาชีพ เรียนวิทย์ เรียนศิลป์ อาชีวะ เทคนิค ตรี โท เอก เด็กๆ บ้านเรา พวกเขามีโอกาสวางแผนกันไหม….พวกเราจะรู้ตัวกันไหม ว่ามีความฝันอยากเป็นอะไร เมื่อเติบโตขึ้น ใช่ที่พวกผู้ใหญ่บางคนเคยพูดในยุคเด็กๆว่า อยากเป็นหมอ เป็นครู เป็นพยาบาล เป็นตำรวจ
คาดว่า กาลผ่าน… ฝันของเยาวชนยุคนี้ คงเปลี่ยนไปล่ะ อยากเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ขายของออนไลน์ ข้าวของกิจการส่วนตัว เล่นหุ้น และ อื่นๆ
งานบางงาน… อย่างเช่น งานภาควิชาการ จำเป็นที่ต้องไต่ระดับ ตรี โท เอก ก้าวเป็น ผศ. รศ. ศ. และอาจมีงานวิจัย เป็นภาคบังคับ อีกมากมาย
งานเอกชน ต้องพิสูจน์กันด้วยฝีมือ ผลงาน มีตัวชี้วัด คนทำงานต้องปรับตัว เพราะมีเทคโนโลยีเข้ามา พร้อมที่จะทำงานเบียดเก้าอี้ อย่าง ปัญญาประดิษฐ์-AI ที่มาแรงสุดคาด
จำนวน เด็กเกิดที่ลดน้อยลง ทำให้สถาบันการศึกษาว่างโล่ง บางภาควิชาอาจต้องปิดตัวลง อาจารย์อาจ ตกงาน หรือต้องรีบยืดหยุ่นอาชีพตัวเอง
แนวโน้มแบบนี้ เกิดขึ้น ทั่วโลก เกือบทุกประเทศ เจอปัญญาคล้ายกัน รัฐบาลของแต่ละประเทศ ต้องวางแผน มองไกล จึงจะพอรับมือ ทุเลาปัญหาได้
แต่สำหรับเมืองไทย ปัญญาการศึกษา หมักดองกันมาหลายรัฐบาล เจอโลกเปลี่ยน ปรับไม่ทันเพราะเวลากระชั้นชิดตรงหน้า
สถิติ จึงพบว่า เด็กจบปริญญาตรีบ้านเรา 100 คน “ตกงาน” 13 คน ใกล้เคียงกับเยาวชนในอีกหลายประเทศ อย่าง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย
แต่กับพื้นที่เอเชียด้วยกัน อย่าง ศรีลังกา อินเดีย บังคลาเทศตกงานกันระนาว เป็น 36-43 คน
คำถามถัดมา คือ แล้วพวกเขาไปทำงานหากินอะไรกันล่ะ…อาจเป็นว่างงานแอบแฝง อยู่กับครอบครัว ทำงานต่ำกว่าระดับความรู้ และ อื่นๆ ยิ่งซ้ำเติม การทำงานพลังขับเคลื่อนประเทศ
นักวิชาการ ออกมาเปิดเผยอีกว่า คนอาจขายทักษะการทำงาน ที่ปัญญาประดิษฐ์ทดแทนไม่ได้ ใช้ ”สมองคน” ทำงานด้วยจิตวิญญาณของมนุษย์ นั่นแหละ…. จึงจะเหมาะกับยุคนี้…และอาจเรียนเพียงหลักสูตรให้เหมาะกับงานก็เพียงพอล่ะ….



