เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น พ.ต.ท.มานิต เกตุบัวขาว สวป.(ชส.) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยภายในวัด ก่อนควบคุมตัวนายบันดิษฐ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนแต้ ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังขับรถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัด และต่อว่าคณะสงฆ์กับลูกศิษย์วัดบริเวณหน้ากุฏิพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม โดยเจ้าตัวระบุว่าเป็นเอฟซี “ป้าดา”
ขณะเกิดเหตุ นายบันดิษฐ์ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทา-ดำ ทะเบียน 3 กก 7085 ขอนแก่น เข้ามาภายในวัด พร้อมตะโกนว่าเป็นเอฟซีป้าดา และจะมาถามถึงคลิปที่มีการเผยแพร่ออกไป ซึ่งเป็นคลิปหลวงพ่อร้องไห้ โดยกล่าวว่าหลวงพ่อเสแสร้ง ไม่จริงใจ และไม่เหมือนป้าดา
จากการสอบสวนนายบันดิษฐ์ เจ้าตัวระบุว่า ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจากบ้านเป็นระยะทาง 12 กม. และก่อนเดินทางได้ดื่มสุรา จากนั้นจึงขี่รถมาที่วัดเพื่อแสดงตัวว่าเป็นเอฟซีป้าดา โดยระบุว่ารักและชื่นชอบป้าดา เวลาเห็นป้าดาออกโทรทัศน์จะชอบมาก เพราะป้าดาใส่แว่นตาแล้วสวยและพูดตรง จึงชื่นชอบ พร้อมระบุว่า หากป้าดามาขอนแก่นและมีโอกาสได้พบ จะบอกว่าชอบป้าดามาก
นายบันดิษฐ์ยังกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัด เพราะเห็นคลิปหลวงพ่อร้องไห้แล้วไม่ชอบ แต่ชอบที่ป้าดาพูดออกโทรทัศน์เรื่องรูต่าง ๆ ภายในวัด โดยตนคิดว่าป้าดาพูดความจริง จึงเดินทางมาที่วัด เพราะอยากรู้ว่าใครเป็นผู้ถ่ายคลิปป้าดาและคลิปที่หลวงพ่อร้องไห้ แต่ไม่ทราบว่าภายในวัดมีกล้องวงจรปิด
ด้าน พ.ต.ท.มานิต เกตุบัวขาว สวป.(ชส.) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากพฤติการณ์ เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัดในยามวิกาลเมื่อคืนที่ผ่านมาจริง เนื่องจากไม่พอใจวัดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจขับรถจากบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 12 กม. และเข้ามาภายในวัดอีกครั้งเพื่อต่อว่าและกล่าวหาวัด
จากการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ที่นายบันดิษฐ์ขับมา เจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงเอกสารเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์และกระเป๋าใส่อาหารของไรเดอร์จากบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์และดำเนินการตามกฎหมายที่ สภ.เมืองขอนแก่น ในข้อหาบุกรุกยามวิกาล
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยอยู่ในลักษณะมีอาการมึนเมา จึงต้องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติดตามขั้นตอนเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีการต่อสู้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ขณะควบคุมตัว
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น มีคำสั่งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยภายในวัด ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. ไปจนถึงวันที่ 26 ส.ค. ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำกุฏิเจ้าอาวาส 2 นาย รวมทั้งประจำบริเวณประตูทางเข้า-ออกทุกจุด และกำลังโดยรอบวัด เพื่อดูแลความปลอดภัยของคณะสงฆ์และญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญ จากสถานการณ์ข้อพิพาทที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเข้มงวด
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


