เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น เข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจ ติดตามอาการอาพาธ และติดตามกรณีพิพาทที่ดินระหว่างทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี กับวัดป่าอดุลยาราม พร้อมยืนยันว่าวัดได้ดำเนินการจัดตั้งอย่างถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี 2541 ขณะที่ขั้นตอนต่อไปจะเร่งดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินให้เป็นชื่อของวัด หลังเจ้าอาวาสรอเรื่องนี้มานาน 30 ปี

การเข้าพบครั้งนี้ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชนที่มารอติดตามสถานการณ์กันจนแน่นวัด
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า ยืนยันชัดเจนแล้วว่าที่ดินเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ และวัดได้ดำเนินการจัดตั้งอย่างครบถ้วน โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี 2541 ส่วนประเด็นที่มีผู้สงสัยเรื่องการตั้งวัดนั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล
กรณีพิพาทของวัดป่าอดุลยารามได้รับความสนใจจากประชาชนมาตลอดทั้งสัปดาห์ โดยตั้งแต่เกิดเหตุ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประสานงานร่วมกับทุกฝ่ายอย่างเข้มงวดและมีความคืบหน้ามาโดยตลอด พร้อมกราบรายงานเจ้าอาวาสให้สบายใจและวางใจได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว
สำหรับกรณีที่มีกลุ่มคนไปแจ้งสำนักงานที่ดินว่าโฉนดที่ดินสูญหายนั้น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า ขณะนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าโฉนดที่ดินฉบับจริงอยู่ในความดูแลของวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำข้อเท็จจริงแจ้งให้สำนักงานที่ดินจังหวัดรับทราบแล้ว จากนี้สำนักงานที่ดินจะดำเนินการตามขั้นตอน กรณีที่มีผู้ร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว
“ที่ยืดเยื้อยาวนานคือเรื่องโฉนด คือเอกสารของทางราชการยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อของวัด ถึงแม้ว่ากรรมสิทธิ์และสิทธิจะเป็นของวัด และวัดเป็นเจ้าของมาช้านานแล้ว แต่ว่าเอกสารยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะมีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดมาเป็นชื่อของวัดให้ถูกต้อง ซึ่งก็จะทำให้เร็วที่สุดและดีที่สุด หลวงพ่อก็มีอารมณ์ขันบอกว่าคอยมาแล้ว 30 ปี คอยอีกก็ได้ ผมก็เรียนท่านว่าผมรอไม่ไหวเหมือนกัน ก็จะต้องเร่งทำให้ดีและดีที่สุด และติดตามอย่างใกล้ชิด” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าว

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ตำรวจและฝ่ายบ้านเมืองจะดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในบริเวณวัด เพื่อไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้นกระทบต่อการปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์และญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวอีกว่า เจ้าอาวาสฝากถึงญาติโยมชาวขอนแก่นและทุกคนที่ติดตามข่าวว่า ขออย่าเครียด เพราะหลายคนอาจเครียดกว่าหลวงพ่อ และขอให้ทุกคนสบายใจได้ เนื่องจากคณะทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะไม่ทอดทิ้งเรื่องนี้ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
สำหรับการทำบุญ ขอให้ผู้มีจิตศรัทธามาทำบุญที่วัดและสแกนคิวอาร์โค้ดของวัดโดยตรง ไม่ควรเชื่อนายหน้าหรือทำบุญผ่านบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสนำคิวอาร์โค้ดปลอมไปให้สแกนถึงบ้าน โดยขอให้ผู้มีจิตศรัทธามาทำบุญที่วัดเท่านั้น
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค.) จะมีการนำเรื่องทั้งหมดเข้าหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยได้ประสานขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งหมด
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า ภาพการทำงานของทุกฝ่ายในวันนี้แสดงให้เห็นว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่ทำงานโดยมีชาวพุทธร่วมกันดูแลช่วยเหลือ เพราะทุกฝ่ายมีเจตนาเดียวกัน คือการทำนุบำรุงและคุ้มครองพระพุทธศาสนา
“เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น อาจเป็นแนวทางที่ต้องไปคุยกัน แม้เรื่องที่ไม่เป็นคดีก็ควรป้องกันไม่ให้ค้างคา ซึ่งการบริจาคที่ดินให้วัดในชั้นต้นนั้นเป็นอย่างนี้แล้ว แต่การสร้างวัดต้องใช้เวลาดำเนินการ และมีการจัดตั้งวัดในระบบพระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการทางเอกสารต้องทำให้เสร็จเรียบร้อย บางทีก็ปล่อยกันไป เราได้คุยกันแล้วว่าเราคงจะต้องมีการดำเนินการที่ชัดเจนทั้งประเทศ ซึ่งการจัดตั้งวัดตั้งแต่ต้นจนถึงมหาเถรสมาคมและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ผมมั่นใจว่ามีขั้นตอนที่ชัดเจน อย่างวัดป่าอดุลยาราม ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่ปี 2541 ก็ไม่มีอะไรสงสัย ส่วนใครจะสงสัยก็เป็นเรื่องของท่าน” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าว
ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทายาทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวผู้บริจาคที่ดิน โดยในส่วนของตนเองทุกอย่างยังคงสงบนิ่งดีอยู่ ส่วนบุคคลอื่นนั้นไม่ทราบ
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องเปลี่ยนชื่อในเอกสารที่ดิน ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท ไม่ใช่ 1,500,000 บาท ตามที่หลายฝ่ายระบุออกไป
อย่างไรก็ตาม หลังการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ญาติธรรมทุกท่านได้รับทราบอีกครั้ง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


