คืบคดีปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ออกหมายเรียก 5 ฉบับ “ป้าดา” ผู้ต้องหา คนขับรถปูนเผยรับคำสั่งมาทำงาน

คืบคดีปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ออกหมายเรียก 5 ฉบับ “ป้าดา” ผู้ต้องหา คนขับรถปูนเผยรับคำสั่งมาทำงาน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าคดีกรณีกลุ่มบุคคลนำท่อมาวางและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัดว่า พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกแล้วทั้งหมด 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียก “ป้าดา” ในฐานะผู้ต้องหา 1 ฉบับ และหมายเรียกพยานที่เกี่ยวข้องกับรถ 4 คันอีก 4 ฉบับ พร้อมเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นคดีใหม่ โดยทางวัดมีสิทธิครอบครองที่ดินอยู่แล้ว การที่บุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิการครอบครอง ด้วยการนำท่อมาวางและเทปูนปิดทางเข้า–ออก จึงเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกในพื้นที่ที่วัดครอบครอง

ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำไวยาวัจกรของวัดและเจ้าอาวาสไว้ในฐานะพยาน เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน โดยพยานหลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบป้าดาปรากฏอยู่ในจุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกันยังมีพยานยืนยันว่าเห็นป้าดาอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

ตำรวจได้ส่งหมายเรียกป้าดาไปยังกรุงเทพมหานคร ตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนภายใน 15 วัน

จากการตรวจสอบพบยานพาหนะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด 4 คัน ประกอบด้วย รถตู้ 2 คัน รถปูน 1 คัน และรถกระบะที่ใช้ขนท่ออีก 1 คัน โดยรถตู้ทั้ง 2 คัน ตรวจสอบพบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องกับรถตู้ทั้ง 2 ราย ให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยานก่อน

ส่วนคนขับรถปูน ตำรวจทราบตัวและเชิญมาให้การแล้ว โดยคนขับให้การว่า ผู้จัดการร้านได้รับออเดอร์และสั่งให้เข้ามาทำงานบริเวณดังกล่าว ตัวคนขับเข้าใจว่าเป็นการนำปูนมาเทเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร จึงดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ตำรวจจะเชิญเจ้าของกิจการมาให้ปากคำเพิ่มเติมด้วย

สำหรับรถกระบะที่ใช้ขนท่อ ตำรวจตรวจสอบข้อมูลแล้ว และผู้เกี่ยวข้องมีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงเย็นวันเดียวกัน

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า หมายเรียกทั้ง 5 ฉบับ ประกอบด้วย หมายเรียกป้าดาในฐานะผู้ต้องหา 1 ฉบับ และหมายเรียกพยานอีก 4 ฉบับ ได้แก่ เจ้าของรถตู้ 2 ราย ผู้เกี่ยวข้องกับรถปูน 1 ราย และรถกระบะ 1 ราย

ส่วนรถตู้ทั้ง 2 คัน ตำรวจได้ประสานตำรวจนครบาลเพื่อตรวจสอบตัวบุคคลและจุดเชื่อมโยง ก่อนพิจารณาแนวทางดำเนินคดีต่อไป

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นย้ำว่า ความผิดฐานบุกรุกพิจารณาจากสิทธิการครอบครอง เมื่อบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิของผู้ถือครองที่ดิน ย่อมเข้าข่ายความผิดในส่วนนี้

ก่อนเปิดเผยความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์ เป็นตัวแทนข้าราชการตำรวจ นำเงินที่ข้าราชการตำรวจร่วมกันบริจาคจำนวน 3,457 บาท มอบแก่คณะกรรมการวัดป่าอดุลยาราม เพื่อให้ทางวัดนำไปจัดซื้อกล้องวงจรปิดติดตั้งบริเวณโดยรอบวัด

พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์และตรวจดูกล้องวงจรปิด พบว่าภายในวัดมีกล้องติดตั้งอยู่เพียงบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณรอบนอกรั้ววัดยังไม่มีกล้องวงจรปิด ข้าราชการตำรวจจึงเห็นถึงความจำเป็นและร่วมกันรวบรวมเงินมอบถวายเป็นสินน้ำใจ เพื่อให้ทางวัดนำไปติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบต่อไป

สำหรับประเด็นร้องเรียนว่าวัดเป็นแหล่งมั่วสุม ตำรวจเคยเข้าตรวจปัสสาวะภายในวัดอย่างน้อย 3 รอบ ครอบคลุมบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในวัด เด็กวัด และพระสงฆ์ ผลการตรวจส่วนใหญ่ไม่พบสารเสพติด พบเพียงครั้งเดียวในเด็กวัด 1 ราย ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวด้วยว่า สภาพภายในวัดค่อนข้างเสื่อมโทรมและกำแพงมีรู จึงเห็นว่าควรติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบวัด เพื่อช่วยเฝ้าระวังและตรวจสอบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ส่วนกรณีชายสวมเสื้อสีม่วงซึ่งกำลังเป็นประเด็นในสังคม ขณะนี้ยังไม่มีผู้เข้ามาแจ้งความ แต่ทราบว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด