ชมคลิป
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวติดตามกรณีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม เนื้อที่ 21 ไร่ หลังโลกโซเชียลตั้งข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติของ “ป้าดา” กับนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยป้าดายืนยันว่าตนมีศักดิ์เป็นเหลนของนายเฮียงและนางนาง หรือนางน้อย พิมพ์ศรี ขณะที่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยืนยันว่าโฉนดที่ดิน 21 ไร่ฉบับจริงยังอยู่กับหลวงพ่อ และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นคัดค้านการออกโฉนดฉบับใหม่ พร้อมระบุว่าคดีผ่านศาลมาแล้ว 5 ศาล และศาลยกคำร้องทั้งหมด เหลือศาลฎีกาอีกเพียงศาลเดียว
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ภายหลังเดินทางกลับจากการฟอกไตที่โรงพยาบาล โดยมี “น้องนัทเบาหวิว” หลานเจ้าอาวาสและลูกศิษย์ใกล้ชิดอยู่ด้วย

พระครูอดุลสารนิเทศกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างสมถะ ส่วนเรื่องคดีต่าง ๆ หากจะให้พระเป็นฝ่ายไปฟ้องร้องกับฆราวาสคงไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องให้ฆราวาสเข้ามาช่วยดำเนินการ โดยที่ผ่านมาใช้ชีวิตในลักษณะนี้มานานกว่า 20 ปี ช่วงเริ่มต้นต่อสู้เรื่องดังกล่าวไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีอายุมากขึ้น ก็เริ่มรู้สึกท้อแท้และเหนื่อย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีญาติโยมหลายคนเข้ามาให้กำลังใจ

เจ้าอาวาสกล่าวอีกว่า ไม่อยากให้ทุกคนเครียดกับเรื่องดังกล่าว เพราะกระบวนการต่าง ๆ ได้ผ่านมาหมดแล้ว และคำร้องทั้งหมดถูกยกไปแล้ว พร้อมขอบคุณและเจริญพรญาติโยมที่ให้กำลังใจ และขอส่งกำลังใจกลับไปให้เช่นเดียวกัน
สำหรับเรื่องคดี พระครูอดุลสารนิเทศระบุว่าไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากผ่านศาลมาแล้ว 5 ศาล และศาลยกคำร้องทั้งหมด เหลือศาลฎีกาอีกเพียงศาลเดียว
ส่วนกรณีโฉนดที่ดินจำนวน 21 ไร่ฉบับจริง พระครูอดุลสารนิเทศยืนยันว่า โฉนดตัวจริงยังอยู่กับหลวงพ่อและไม่ได้สูญหาย แต่ไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ เนื่องจากทีมทนายความแจ้งว่าให้ใช้สำเนาโฉนดแสดงต่อสื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนโฉนดฉบับจริงให้ใช้สำหรับการดำเนินการในชั้นศาล โดยยืนยันว่าเอกสารตัวจริงยังอยู่กับหลวงพ่อ
สำหรับความคืบหน้าการยื่นคัดค้านการออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ทายาทดำเนินการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นคัดค้านต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นจะเป็นผู้ดำเนินการและพาหลวงพ่อไปยื่นคัดค้านตามความประสงค์

ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติว่า “ป้าดา” เกี่ยวข้องอย่างไรกับนายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินวัด 21 ไร่ ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงจากป้าดาโดยตรง
ป้าดาเปิดเผยว่า ตนเองเป็นญาติของนางนาง พิมพ์ศรี ซึ่งเป็นภรรยาของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยทั้งสองท่านเสียชีวิตไปแล้ว และไม่ต้องการให้มีการพูดถึงบุคคลทั้งสองอีก พร้อมระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีเพียงตนเองที่ต้องดูแลทรัพย์สินที่ดินผืนดังกล่าว รวมถึงดูแลญาติ ๆ ด้วย

ป้าดาระบุด้วยว่า ต้นตระกูลทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และหากนำลูกหลานของนายเฮียงมารวมกันจะมีจำนวนเป็นพันคน โดยนายเฮียงมีลูกทั้งหมด 9 คน ขณะที่น้องสาวของนางนาง พิมพ์ศรี ภรรยาของนายเฮียง มีศักดิ์เป็นยายของตนเอง ตนจึงมีศักดิ์เป็นเหลนแท้ๆของนายเฮียงและนางนาง หรือนางน้อย โดยเรียกว่าตาทวดและยายทวด
ป้าดากล่าวว่า บุคคลดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่ต้องการให้มีการขุดเรื่องในอดีตขึ้นมา และเห็นว่าควรหันไปตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินในปัจจุบันว่าใครโกงใครมากกว่า
ป้าดายังกล่าวถึงกระแสสังคมออนไลน์ด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า เบื่อสังคมในปัจจุบัน และไม่ต้องการให้นักข่าวไปเต้นตามกระแสโซเชียล พร้อมระบุว่ามีไอโอเข้ามาเล่นงานตนเองสารพัด และยืนยันว่าฝ่ายของตนถูกโกง อีกทั้งระบุว่าตนเองไม่ใช่ “มนุษย์โกโลโกโสข้างทาง”
ส่วนเรื่องสายญาตินั้น ป้าดาระบุว่าตนมีศักดิ์เป็นหลาน และไม่ต้องการให้มีการขุดเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอีก พร้อมกล่าวถึงกรณีที่มีผู้ใช้โซเชียลกล่าวหาว่าตนเองไม่ใช่หลาน โดยถามกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “แล้วมึงจะมาเป็นหลานแทนกูหรือไงวะ ไอ้ระยำพวกนี้”
ป้าดายังระบุว่า ฝ่ายของตนถูกโกงจนเอียนแล้ว และฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่าให้ความสนใจกับคำพูดของ “พวกปากหอยปากปู” มากนัก
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


