ขอนแก่นเตือนภัย 2 ผู้ต้องสงสัยอ้างเป็นหมอนวด ก่อนลักเงิน-แหวนทองจากแม่ชีในวัดหลวงปู่ผาง

C80BCE07-031D-4367-884A-0F83AE773C1F

ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น อยู่ระหว่างติดตามผู้ก่อเหตุชายหญิง 2 คน หลังได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ภายในกุฏิวัดอุดมคงคาคีรีเขต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดดูน” และ “วัดหลวงปู่ผาง” บ้านดอนแก่นเท่า หมู่ 6 ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยผู้เสียหายเป็นแม่ชีสูงวัย 2 ราย ทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายเป็นเงินสด 800 บาท และแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง 1 วง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดอุดมคงคาคีรีเขต หลังมีการโพสต์และแชร์ข้อความเตือนภัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในจังหวัดขอนแก่น กรณีชายหญิงอายุประมาณ 50 ปี อ้างตัวเป็นหมอนวดน้ำมนต์และหมอนวดจับเส้น ก่อนก่อเหตุลักทรัพย์ผู้สูงอายุภายในวัด

วัดดังกล่าวเป็นวัดป่าชื่อดังและเคยเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งมีผู้เคารพศรัทธาทั่วประเทศ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ภายในกุฏิผู้ปฏิบัติธรรม 2 หลัง ก่อนผู้ก่อเหตุได้เงินสด 800 บาท และแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง 1 วง แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

จากการลงพื้นที่ ผู้สื่อข่าวพบพระสงฆ์ แม่ชี และทีมช่างที่กำลังก่อสร้างภายในวัด พร้อมได้รับข้อมูลและภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยขณะขี่รถจักรยานยนต์เข้าและออกจากวัดได้ แต่ไม่สามารถบันทึกช่วงก่อเหตุไว้ได้ รถที่ใช้เป็นรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ เกียร์ธรรมดา ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ผู้ก่อเหตุสวมหมวกปิดบังใบหน้า ภาพดังกล่าวจึงถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งเตือนประชาชนและติดตามหาเบาะแส

นางจันทร์หอม แก้วปัดถา อายุ 80 ปี ชาว อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ผู้เสียหายที่ถูกลักเงินสด 800 บาท เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายหญิงเข้ามาภายในกุฏิโดยไม่ได้รับการนัดหมาย ฝ่ายหญิงบอกว่าจะนวดจับเส้นให้และถามว่าปวดบริเวณใด เมื่อตนแจ้งว่าปวดไหล่ หญิงคนดังกล่าวจึงเริ่มนวดโดยไม่ได้แจ้งว่าจะคิดค่าใช้จ่าย

ระหว่างนวด หญิงคนดังกล่าวพยายามให้ตนหันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง ไม่ให้มองกลับมายังจุดที่ชายซึ่งมาด้วยกันนั่งอยู่ ขณะเดียวกันกระเป๋าสตางค์ของตนวางอยู่ด้านหลังใกล้กับชายคนดังกล่าว ภายในมีเงินสดประมาณ 800 บาท

นางจันทร์หอมระบุว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมีรูปร่างค่อนข้างอ้วน การนวดใช้เวลาไม่นานและช่วยให้อาการปวดไหล่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนออกไปหญิงคนดังกล่าวบอกเพียงว่า “คุณแม่ พวกหนูออกไปก่อนนะคะ” ตนจึงไม่ได้สงสัย กระทั่งกลับไปตรวจกระเป๋าจึงพบว่าเงินหายไปทั้งหมด เหลือเพียงกระเป๋าวางอยู่ที่เดิม

นางจันทร์หอมเชื่อว่าชายที่มากับหญิงคนดังกล่าวอาศัยจังหวะที่ตนถูกสั่งให้หันหน้าไปอีกด้านหยิบเงินออกจากกระเป๋า เนื่องจากตั้งแต่มาพำนักอยู่ที่วัด ไม่เคยมีบุคคลอื่นเข้ามาหานอกจากชายหญิงคู่นี้

ทั้งนี้ นางจันทร์หอมไม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความด้วยตนเอง เพราะไม่ต้องการยุ่งยากกับขั้นตอนคดีความและคิดว่าให้เงินดังกล่าวเป็นทาน พร้อมพูดปนหัวเราะว่า “ถือว่าเงิน 800 บาท ทำทานเป็นค่านวดไป แต่ทำไมค่านวดแพงจัง” อย่างไรก็ตาม อยากเตือนผู้สูงอายุที่อยู่ตามบ้านให้ระมัดระวัง หากพบชายหญิงลักษณะคล้ายสามีภรรยาเข้ามาเสนอนวดให้ ไม่ควรหลงเชื่อและต้องดูแลทรัพย์สินอย่างใกล้ชิด

ด้าน “แม่หมวย” นางลักขณา แซ่เล็ก อายุ 75 ปี ชาวอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพำนักปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดมาตั้งแต่สมัยหลวงปู่ผาง ให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น แต่มองจากกุฏิฝั่งตรงข้าม เห็นผู้ก่อเหตุคนหนึ่งเดินออกจากห้องก่อนและอีกคนเดินตามออกมา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นคนเข้ามาขายของ เนื่องจากเหตุเกิดในเวลากลางวัน จึงไม่คิดว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์

จากมุมที่มองเห็น พบผู้ที่อ้างตัวเป็นหมอน้ำมนต์จับผู้ปฏิบัติธรรมพลิกซ้าย–ขวา หมุนศีรษะไปคนละด้าน ใช้น้ำประพรมและบีบนวดตามจุดต่าง ๆ คล้ายการรักษา แต่ไม่เห็นจังหวะที่มีการถอดหรือนำแหวนทองออกไป โดยคาดว่าผู้ชายเป็นคนนวดให้ “แม่สมภาร” ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติธรรมชุดขาว ส่วนผู้หญิงนวดให้แม่ชีอีกคน และภายหลังเห็นผู้หญิงเดินออกไปทางรถ คล้ายจะออกไปสตาร์ตเครื่องรอ

หลังผู้ก่อเหตุขึ้นรถออกไปจึงทราบว่าแหวนของแม่สมภารหาย แต่ไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แม้จะเรียกถามว่าเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงลงไปที่ครัวโดยยังไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ

นางลักขณาระบุว่า ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เคยมีผู้ที่เรียกตัวเองว่าหมอน้ำมนต์เข้ามาภายในวัดหรือไม่ พร้อมเล่าถึงความเชื่อที่เคยได้ยินว่า ผู้ก่อเหตุลักษณะนี้อาจทำให้ผู้เสียหายเคลิ้มและยอมถอดหรือมอบทรัพย์สินให้ คล้ายพฤติการณ์ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ป้ายยา” แต่ย้ำว่าเป็นเพียงสิ่งที่ได้ยินมาเท่านั้น

ส่วนทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วยแหวนทองของแม่สมภาร และเงินสด 800 บาทของแม่ชีอีกคน โดยแม่ชียังคงอยู่ที่วัด ส่วนแม่สมภารเป็นผู้มาปฏิบัติธรรมและถือศีลในวันพระ พักค้างคืนก่อนเดินทางกลับบ้านในช่วงเช้า หลังทราบรายละเอียดทั้งหมดจึงรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เนื่องจากภายในวัดมีคนอยู่ไม่มาก แต่ขณะนี้ทุกคนปลอดภัยดี

ในส่วนของทางคดี พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.มัญจาคีรี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดย พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ภายในกุฏิวัดอุดมคงคาคีรีเขต ตำบลนางาม อำเภอมัญจาคีรี

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบว่าผู้เสียหายเป็นแม่ชี 2 ราย ที่จำพรรษาอยู่ภายในกุฏิคนละหลัง ผู้เสียหายรายแรกคือ นางจันทร์หอม แก้วปัดถา อายุ 80 ปี ชาวอำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ส่วนผู้เสียหายรายที่ 2 คือ นางบุญจันทร์ มั่งคั่ง อายุ 71 ปี ที่อยู่ 17 หมู่ 5 ตำบลบ้านโคก อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น

จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นที่จุดเกิดเหตุทราบว่า ผู้ต้องสงสัยมี 2 คน ยังไม่ทราบชื่อและนามสกุล คนแรกเป็นชายรูปร่างผอม อายุประมาณ 50 ปี ส่วนอีกคนเป็นหญิงอายุประมาณ 50 ปี รูปร่างอ้วน ผมสั้น สวมเสื้อวอร์มสีดำ สันนิษฐานว่าทั้งคู่น่าจะเป็นสามีภรรยากัน และใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทาง

ทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายประกอบด้วยธนบัตรไทยฉบับละ 100 บาท จำนวน 8 ฉบับ รวมเป็นเงิน 800 บาท และแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึง จำนวน 1 วง

พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์เปิดเผยอีกว่า จากการสอบถามนางจันทร์หอม ผู้เสียหายรายแรก ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุขณะพักอยู่ภายในกุฏิของวัด มีบุคคล 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้ากุฏิ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัด ก่อนพากันเดินเข้าไปภายในกุฏิ

หญิงต้องสงสัยอ้างตัวว่าเป็นหมอนวดจับเส้นและจะมาช่วยนวดจับเส้นให้ นางจันทร์หอมจึงยินยอมให้นวด ระหว่างที่หญิงคนดังกล่าวกำลังนวดบริเวณลำคอ ชายที่มาด้วยกันได้เดินเข้าไปบริเวณห้องโถง ก่อนเข้าไปยังจุดที่มีกระเป๋าสตางค์วางอยู่ด้านหลัง ห่างจากตัวนางจันทร์หอมประมาณ 2 เมตร แล้วลักเงินสดภายในกระเป๋าไปจำนวน 800 บาท เป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 8 ใบ

หลังจากนั้นไม่นาน ชายคนดังกล่าวออกไปรออยู่บริเวณรถจักรยานยนต์ ส่วนหญิงต้องสงสัยเมื่อเสร็จจากการนวดให้นางจันทร์หอมแล้ว ได้เดินต่อไปยังกุฏิของนางบุญจันทร์ มั่งคั่ง อายุ 71 ปี ซึ่งอยู่ใกล้กัน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร

หญิงต้องสงสัยเข้าไปนวดให้นางบุญจันทร์ พร้อมอ้างว่าจะต้อง “นวดน้ำมนต์” และขอให้นางบุญจันทร์ถอดเครื่องประดับทั้งหมดออกก่อน เพื่อทำการนวดน้ำมนต์

นางบุญจันทร์จึงถอดแหวนทองคำน้ำหนักครึ่งสลึงออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แล้วนำไปเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายของชุดขาวปฏิบัติธรรมที่กำลังสวมใส่อยู่ ระหว่างการนวด หญิงต้องสงสัยได้ใช้มือล้วงเอาแหวนทองคำออกจากกระเป๋าเสื้อของนางบุญจันทร์ ก่อนวิ่งออกจากกุฏิไปขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีชายต้องสงสัยรอทำหน้าที่ขับขี่อยู่ แล้วพากันขี่รถจักรยานยนต์ออกจากวัดหลบหนีไป

นางบุญจันทร์ร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถติดตามทั้งสองคนได้ทัน ภายหลังนางจันทร์หอมทราบเรื่อง จึงกลับไปตรวจสอบกระเป๋าสตางค์ของตนเอง และพบว่าเงินสดจำนวน 800 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 8 ใบ ถูกลักเอาไปแล้ว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด