คนขอนแก่นกว่าพันรวมตัวทวงคืน บขส.1 ‘ธนิก’ หนุนฟื้นจุดจอด หวังคืนชีวิตเศรษฐกิจเมือง

คนขอนแก่นกว่าพันรวมตัวทวงคืน บขส.1 ‘ธนิก’ หนุนฟื้นจุดจอด หวังคืนชีวิตเศรษฐกิจเมือง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.ย. 2569 ที่ บขส.1 อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มีกลุ่มมวลชนคนขอนแก่นรวมกว่าพันคน นำโดยนายธนิก มาสีพิทักษ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคกล้าธรรม รวมตัวแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ บขส.1 กลับมาเปิดใช้งานเป็นจุดจอดสำคัญ หลังปิดใช้งานมานานกว่า 13 ปี พร้อมประกาศมติสนับสนุนนายวัฒนา ช่างเหลา ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น หมายเลข 1 อย่างเป็นทางการ

นายธนิกกล่าวว่า การฟื้นฟูพื้นที่ บขส.เก่า หรือ บขส.1 ขอนแก่น เป็นแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและร้านค้าในพื้นที่ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าการย้าย บขส.ออกไปในอดีตขาดแผนรองรับที่ดี และเห็นว่าการฟื้นฟู บขส.1 ให้กลับมาคึกคักเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือปรับเป็นจุดจอดรถและจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ สามารถดำเนินการได้ผ่านการผลักดันนโยบายและการแก้ไขกฎหมายในระดับสภา

นายธนิกยืนยันว่า ไม่มีข้อติดขัดทางกฎหมายใดที่แก้ไขไม่ได้ หากฝ่ายบริหารมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พร้อมสื่อสารจุดยืนว่า “ใครไม่ทำ ผมทำ”

“ทีม ส.ส. พรรคกล้าธรรม ขอนแก่น เราร่วมกันประสานงานกับกลไกระดับชาติ เพื่อผลักดันให้จังหวัดขอนแก่นเดินหน้าพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สมกับการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค โดยเน้นการยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม และพร้อมเดินหน้าร้องเรียน ผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในสภาต่อไป”

นายธนิกกล่าวต่อว่า การฟื้นฟู บขส.1 เป็นการกู้หัวใจเศรษฐกิจชั้นในของขอนแก่น หรือ Micro-Transit Hub ซึ่งตามข้อเสนอของนายธนิก จะช่วยดึงกระแสผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนต่อวันกลับสู่ย่านเมืองเก่า ช่วยให้ร้านค้ารายย่อย พ่อค้าแม่ขาย รถสองแถว และสามล้อรับจ้างกลับมามีรายได้หมุนเวียน และทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจฐานรากหลายล้านบาทต่อวัน

นายธนิกยังระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยกระจายความมั่งคั่งสู่คนทั่วไป ไม่ให้เม็ดเงินกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ชานเมือง รวมถึงช่วยลดภาระค่าครองชีพและคืนคุณภาพชีวิตให้คนขอนแก่น ด้วยการตัดต้นทุนการเดินทางส่วนเกิน โดยประเมินว่าจะช่วยประชาชนประหยัดค่าเดินทางเฉลี่ย 50 บาทต่อเที่ยว หรือกว่า 20,000 บาทต่อคนต่อปี และลดเวลาเดินทางวันละ 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้ นายธนิกกล่าวว่า การมีจุดเชื่อมต่อขนส่งในพื้นที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา และผู้ป่วย เข้าถึงโรงพยาบาลและบริการสาธารณะใจกลางเมืองได้สะดวกและเท่าเทียมมากขึ้น

“ในมิติสังคม การเปลี่ยนพื้นที่ร้างของ บขส.1 ให้กลับมามีชีวิต ยังช่วยลดอาชญากรรม เปลี่ยนจุดมืดอับเป็นพื้นที่สว่างปลอดภัยผ่านสายตาของชุมชน พร้อมทั้งเป็นการใช้ประโยชน์จากที่ดินรัฐอย่างคุ้มค่า เพื่อต่อยอดโครงข่ายคมนาคมและรถไฟความเร็วสูง ผลักดันเศรษฐกิจขอนแก่นเติบโตเพิ่มขึ้นปีละกว่า 10,000 ล้านบาท การรวมพลังของคนขอนแก่นครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพร้อมร่วมเปลี่ยนเมืองไปด้วยกัน” นายธนิกกล่าว

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

เรื่องล่าสุด