วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น นำหมายค้นของศาลจังหวัดขอนแก่นเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 4 จุด ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น หลังตรวจพบการใช้กระแสไฟฟ้าสูงผิดปกติ ก่อนพบการลักลอบต่อตรงระบบไฟฟ้าเพื่อนำไปใช้เดินเครื่องขุดบิตคอยน์ เบื้องต้นประเมินความเสียหายรวมประมาณ 8 ล้านบาท ขณะที่เจ้าของบ้านเช่ายืนยันไม่รู้เห็นและพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำโดย นายปริญญา ศรีลาพัฒน์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายนิพัชร์ธน แก้วกุก รองผู้จัดการด้านเทคนิค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 โดยพื้นที่เข้าตรวจค้นตั้งอยู่ในชุมชนบ้านโนนทัน บ้านหนองไผ่ และบ้านโนนตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
หนึ่งในจุดที่เข้าตรวจค้นคือ บ้านเลขที่ 55/17 บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตรวจพบการใช้กระแสไฟฟ้าสูงถึง 100 แอมป์ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ภายในชั้น 1 มีสภาพเต็มไปด้วยฝุ่นและไม่มีผู้พักอาศัย ส่วนชั้น 2 พบเครื่องขุดบิตคอยน์จำนวน 12 เครื่อง โดยมีการดัดแปลงห้องบริเวณด้านซ้ายของทางขึ้นบันไดให้เป็นพื้นที่ติดตั้งและเก็บเครื่องขุดบิตคอยน์โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเข้าตรวจสอบ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจยึดของกลางเพื่อนำไปประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายปริญญา ศรีลาพัฒน์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบมาจากการพบว่าพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 แห่ง รวม 4 จุด มีฟิวส์ไฟฟ้าแรงต่ำขาดและชำรุดบ่อยครั้ง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาสาเหตุ ก่อนพบว่ามีการลักลอบต่อตรงระบบไฟฟ้าเพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้เดินเครื่องขุดบิตคอยน์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะจุดบ้านโนนทันที่พบว่าผู้เช่าทำสัญญาเช่าบ้านถูกต้องตามกฎหมาย มีระยะเวลาตามสัญญา 2 ปี แต่กลับลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินการดังกล่าว
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายความผิด 2 ส่วน ได้แก่ ความผิดทางอาญาในข้อหาลักทรัพย์สินของทางราชการ และความรับผิดทางแพ่ง ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยความเสียหายจากการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ทั้ง 4 จุด เบื้องต้นประเมินมูลค่ารวมประมาณ 8 ล้านบาท ส่วนความเชื่อมโยงของพื้นที่ทั้ง 4 จุด อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานและขยายผลเพิ่มเติม
ด้านเจ้าของบ้านเช่าปฏิเสธการให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่ารู้สึกตกใจเมื่อเห็นสภาพภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ติดตั้งเครื่องขุดบิตคอยน์ โดยระบุว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยพบหน้าผู้เช่า แม้ผู้เช่าจะจ่ายค่าเช่าตรงตามกำหนดทุกเดือน เดือนละ 7,000 บาท และแจ้งว่าเป็นผู้ประกอบอาชีพรับติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั่วประเทศ เจ้าของบ้านเข้าใจว่าผู้เช่าเช่าบ้านไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์เกี่ยวกับงานติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการลักลอบใช้ไฟฟ้าดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน



Leave a Response