การแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย ต่อการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2029 (Korat Expo 2029) ที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะหลังจากเจ้าตัวยอมรับว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการกำหนดพื้นที่จัดงานดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจไม่ตกอยู่กับจังหวัดนครราชสีมาอย่างเต็มที่
งานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช 2029 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 ณ พื้นที่โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นงานพืชสวนโลกระดับ A1 หรือ World Horticultural Exhibition ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานพืชสวนระดับสูงสุดของโลก
ระหว่างการมอบนโยบายในงานบูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายพลพีร์กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวเลือกเดินทางทางอากาศโดยบินมาลงจังหวัดขอนแก่น จากนั้นเดินทางต่อมายังอำเภอคงเพื่อเข้าชมงาน และกลับไปพักค้างคืนที่ขอนแก่น เม็ดเงินจากการท่องเที่ยว โรงแรม และบริการต่าง ๆ อาจไม่หมุนเวียนอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาเท่าที่ควร
มุมมองดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของการจัดงานระดับนานาชาติในพื้นที่นอกศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัด นั่นคือ “การเปลี่ยนผู้มาเยือนให้กลายเป็นผู้พักค้างคืน” เพราะแม้งานจะจัดขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาและใช้จ่ายในพื้นที่โดยรอบ
อย่างไรก็ตาม แม้นายพลพีร์จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของพื้นที่จัดงาน แต่ก็ยอมรับว่าหลังจากมีการกำหนดสถานที่แล้ว ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันวางแผนเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวตลอดแนวจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปากช่อง โคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา พิมาย จนถึงอำเภอคง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนและใช้จ่ายภายในจังหวัดมากขึ้น
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงในอีกมิติหนึ่ง เมื่อมีชาวขอนแก่นออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การที่นักท่องเที่ยวอาจใช้สนามบินขอนแก่นเป็นประตูสู่พื้นที่จัดงาน ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการสูญเสียโอกาสของนครราชสีมา แต่ควรเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงศักยภาพของทั้งภูมิภาคอีสานร่วมกัน
ข้อเสนอจากฝั่งขอนแก่นชี้ว่า งานพืชสวนโลกระดับ A1 มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้เข้าร่วมงานจากนานาชาติ ดังนั้น การวางแผนด้านคมนาคมควรมองในระดับภูมิภาคมากกว่าระดับจังหวัด โดยเฉพาะการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ถนนสายหลัก หรือเครือข่ายการเดินทางระหว่างจังหวัด
ในมุมเศรษฐกิจภูมิภาค ขอนแก่นถือเป็นศูนย์กลางการบินและการคมนาคมสำคัญของภาคอีสานตอนบน ขณะที่นครราชสีมาเป็นประตูสู่อีสานจากฝั่งกรุงเทพมหานคร การเชื่อมโยงทั้งสองจังหวัดเข้าด้วยกันจึงอาจเป็นโอกาสในการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ มากกว่าการแข่งขันเพื่อแย่งชิงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว
นักวิเคราะห์ด้านการท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมองว่า คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “นักท่องเที่ยวจะพักที่จังหวัดใด” แต่เป็น “จังหวัดเจ้าภาพจะออกแบบประสบการณ์อย่างไรให้นักท่องเที่ยวอยากอยู่ต่อ” เพราะหากนครราชสีมาสามารถพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวรอง กิจกรรมทางวัฒนธรรม โรงแรม และระบบขนส่งเชื่อมโยงกับพื้นที่จัดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่จังหวัดได้มากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง การที่อำเภอคงได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่จัดงานระดับโลก ย่อมสะท้อนว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพและผ่านกระบวนการพิจารณาตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงอาจเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับพื้นที่นอกเมืองหลักให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของประเทศ
ท้ายที่สุด ประเด็นที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า “พืชสวนโลกโคราช 2029” ไม่ได้เป็นเพียงงานนิทรรศการระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของการบริหารจัดการเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค ว่าจะสามารถเปลี่ยนการแข่งขันระหว่างจังหวัดให้กลายเป็นความร่วมมือระหว่างเมือง เพื่อกระจายรายได้และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้กับนครราชสีมา ขอนแก่น ภาคอีสาน และประเทศไทยได้มากเพียงใด
ที่มา



Leave a Response