“เฮียมอม้า” รับทราบข้อหา ตร.ชี้โทษคุก 1 เดือน ปรับ 1 หมื่น นัดส่งอัยการ 19 มิ.ย.

IMG_1080

ความคืบหน้ากรณี “เฮียมอม้า” อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายดีเจภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเมืองขอนแก่น ล่าสุดได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยตำรวจเตรียมนัดส่งพนักงานอัยการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยรองผู้กำกับการสืบสวน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองขอนแก่น และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าว

คดีนี้มีผู้เสียหายคือ นายภัทระ อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกทำร้ายร่างกายภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองขอนแก่น โดยก่อนเกิดเหตุมีการขอเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้หญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะ แต่ดีเจไม่ได้เปิดเพลงให้ ก่อนถูกกล่าวหาว่าเฮียมอม้าเดินเข้าไปตบศีรษะดีเจจำนวน 3 ครั้ง

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า หลังจากมีคลิปเหตุการณ์เผยแพร่และมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อกับเฮียมอม้ามาโดยตลอด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ก่อนออกหมายเรียกให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เฮียมอม้าได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา “ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนจึงปล่อยตัวไป และนัดหมายเพื่อนำตัวส่งพนักงานอัยการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เนื่องจากไม่สามารถส่งฟ้องด้วยวาจาได้ทันภายในวันเดียวกัน

สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาอื่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า จากการสอบสวนตามข้อเท็จจริง เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท เนื่องจากคำพูดของผู้ก่อเหตุเป็นลักษณะโอ้อวดตัวเอง ไม่เข้าข่ายการดูหมิ่นหรือข่มขู่บุคคลอื่น จึงแจ้งข้อกล่าวหาได้เฉพาะความผิดตามมาตรา 391

อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียหายยังติดใจในประเด็นอื่น สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องด้วยตนเองได้ รวมถึงสามารถเรียกร้องค่าเสียหายตามมาตรา 44/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ในส่วนของการเยียวยาความเสียหาย พนักงานสอบสวนได้สอบถามผู้เสียหายแล้ว โดยผู้เสียหายไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ยในชั้นพนักงานสอบสวน จึงจะระบุไว้ในคำท้ายฟ้องว่าไม่มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายกัน ผู้เสียหายสามารถขอคัดคำพิพากษาเพื่อนำไปใช้ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา หรือให้อัยการดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายแทนได้

ส่วนประเด็นสถานะ กต.ตร. ของเฮียมอม้า พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุยังดำรงตำแหน่ง กต.ตร. อยู่ แต่ได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องต่อประธาน กต.ตร.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งคือผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน

ทั้งนี้ กต.ตร. หรือคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานของตำรวจ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานตำรวจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กต.ตร. มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้ โดยภาคประชาชนไม่สามารถดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกัน ส่วนการพ้นจากตำแหน่งอาจเกิดจากการเสียชีวิต ลาออก ขาดคุณสมบัติ ขาดประชุมเกินกำหนด หรือมีพฤติกรรมเสื่อมเสียไม่เหมาะสมตามระเบียบที่กำหนด

ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ย้ำว่า กต.ตร. ไม่มีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ และไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีหน้าที่เพียงตรวจสอบและติดตามการบริหารงานของตำรวจเท่านั้น

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด