ดราม่าโรงจำนำชุมแพ ติดป้ายเงินไม่พอกู้ สภาฯ ค้านกู้เพิ่ม 40 ล้าน ชี้ข้อมูลไม่โปร่งใส

473AADE9-7A11-4D15-87B5-545AB8C9CB4F

📌 โรงจำนำชุมแพขาดสภาพคล่อง

💰 สภาฯ ไม่อนุมัติกู้เพิ่ม 40 ล้าน

📄 เอกสารขอกู้มีเพียง 4 หน้า

📉 หนี้สะสมกว่า 121 ล้านบาท

🏛️ สภาฯ ย้ำขอตรวจสอบข้อมูลก่อน

กรณีสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ติดป้ายแจ้งประชาชนว่าเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอสำหรับการรับจำนำทรัพย์ และระบุว่าสภาเทศบาลไม่เห็นชอบการกู้เงินเพิ่มเติม ส่งผลให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นข้อถกเถียงระหว่างฝ่ายบริหารเทศบาลกับสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายเกรียงไกร วิริยะชา รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ พร้อมคณะผู้บริหาร รักษาการปลัดเทศบาล และผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแพ ร่วมแถลงข่าวชี้แจงว่า โรงรับจำนำเทศบาลประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน มีเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอในการรับจำนำทรัพย์จากประชาชน จึงเสนอขอกู้เงินเพิ่มเติมจำนวน 40 ล้านบาทจากกองทุนส่งเสริมกิจการเทศบาล เพื่อนำมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ฝ่ายบริหารระบุว่า ก่อนหน้านี้สภาเทศบาลเคยอนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์วงเงิน 50 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 แต่คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการกู้เงินของจังหวัดขอนแก่นไม่อนุมัติ โดยให้กลับมาทบทวนและเสนอแนวทางกู้จากกองทุนส่งเสริมกิจการเทศบาลแทน ตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทยและมติคณะรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภาเทศบาลเมืองชุมแพ สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ญัตติขอกู้เงินเพิ่ม 40 ล้านบาทไม่ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภาเทศบาล ส่งผลให้สถานธนานุบาลต้องลดวงเงินรับจำนำทรัพย์ลงเพื่อรักษาสภาพคล่อง แม้ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยการรับจำนำทองรูปพรรณจากเดิมที่เคยรับในอัตราบาทละ 52,000 บาท ปรับลดเหลือบาทละ 40,000 บาท

ภายหลังการแถลงข่าว นายเกรียงไกรได้เดินทางไปยังสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแพ และนำป้ายประกาศดังกล่าวออก พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานยังเปิดให้บริการประชาชนตามปกติ เพียงแต่ลดวงเงินรับจำนำลงเท่านั้น

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายสำรวย อาจศรี นายวรวุฒิ รุ่งไมตรี และนางสาวเปรมฤดี ปานนาค สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ ในนามตัวแทนสมาชิกสภาอีก 12 คน ร่วมแถลงข่าวชี้แจงว่า การไม่เห็นชอบญัตติกู้เงินไม่ได้เป็นการขัดขวางการช่วยเหลือประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองข้อมูลอย่างรอบคอบ

กลุ่มสมาชิกสภาเทศบาลระบุว่า สถานธนานุบาลมีภาระหนี้กับธนาคารออมสินจำนวน 71,179,851.86 บาท และหนี้กับสำนักงานเงินทุนส่งเสริมกิจการเทศบาลอีก 50,000,000 บาท รวมภาระหนี้ทั้งสิ้น 121,179,851.86 บาท ขณะที่เงินทุนหมุนเวียนคงเหลือเพียง 8,820,148.14 บาท จึงจำเป็นต้องพิจารณาการกู้เงินเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ

นอกจากนี้ สมาชิกสภายังตั้งข้อสังเกตว่า ญัตติขอกู้เงิน 40 ล้านบาทมีเอกสารประกอบเพียง 4 หน้ากระดาษ และไม่มีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน ทรัพย์จำนำ สภาพคล่อง รายรับ รายจ่าย กำไร ขาดทุน รวมถึงแผนบริหารหนี้ที่เพียงพอต่อการพิจารณา จึงไม่สามารถตรวจสอบความจำเป็นและความคุ้มค่าของการกู้เงินเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วน

สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพเสียงข้างมากยืนยันว่า การไม่เห็นชอบญัตติดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามหน้าที่โดยสุจริต รอบคอบ และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและแผนบริหารกิจการสถานธนานุบาลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก่อนเสนอขอกู้เงินเพิ่มเติมในอนาคต

กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นร้อนในเทศบาลเมืองชุมแพ โดยฝ่ายบริหารยืนยันว่าจำเป็นต้องเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรักษาความสามารถในการช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ฝ่ายสมาชิกสภาเทศบาลยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการดำเนินงาน แต่ต้องการข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ก่อนอนุมัติภาระหนี้เพิ่มเติม 40 ล้านบาท

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด