เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรก พบว่าในช่วงบ่ายระบบของกรมการปกครองที่ใช้ดำเนินการรับลงทะเบียนเกิดขัดข้องหรือล่มลง คาดว่าเกิดจากมีผู้เข้าร่วมโครงการพร้อมกันจำนวนมากจนเกินกว่าระบบจะรองรับได้ ส่งผลให้การลงทะเบียนในหลายพื้นที่ติดขัด

โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอคิวลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และเดินทางมาจากอำเภอใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ.สีชมพู เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีธนาคารกรุงไทย ทำให้หลายคนต้องขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อมารอรับบัตรคิวให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบว่า ช่วงบ่ายวันนี้เกิดปัญหาระบบของกรมการปกครองล่ม คาดว่าสาเหตุมาจากมีประชาชนเข้าลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก เนื่องจากจำนวนสิทธิ์เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้ธนาคารแจกบัตรคิวทั้งหมด 300 คิว ช่วงเช้าสามารถดำเนินการลงทะเบียนให้ประชาชนไปแล้วเกินครึ่ง และเจ้าหน้าที่จะเร่งช่วยเหลือประชาชนที่มารอคิวให้สามารถลงทะเบียนได้สำเร็จครบทั้ง 300 คิวภายในวันนี้
นางทองแดง ชาวนาแปน อายุ 54 ปี ชาว อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า อ.สีชมพูไม่มีธนาคารกรุงไทย จึงต้องเดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อมารอคิว เนื่องจากต้องลงทะเบียนแอปพลิเคชันเป๋าตังใหม่ หลังเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือและซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ช่วยเปิดใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังให้แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการใส่รหัสและสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการต่อให้ ทำให้ต้องกลับไปให้ลูกหลานช่วยทำต่อที่บ้าน เพราะทำเองไม่เป็น จึงกังวลว่าจะลงทะเบียนรับสิทธิ์ไม่ทัน เนื่องจากจำนวนสิทธิ์เหลือน้อยลงเรื่อยๆ

นางทองแดง กล่าวว่า หากลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้สำเร็จ จะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้มาก โดยเฉพาะของใช้จำเป็นในแต่ละเดือน ซึ่งปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละประมาณ 6,000-7,000 บาท หากได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท ก็จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ พร้อมมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี แต่ขั้นตอนการลงทะเบียนต้องรอนาน จึงอยากให้รัฐบาลเปิดรอบที่สอง หากรอบแรกจำนวน 30 ล้านสิทธิ์หมดลง เพราะเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่อาจลงทะเบียนไม่ทัน
นอกจากนี้ นางทองแดง ยังเสนอว่า หากรัฐบาลใช้วิธีแจกสิทธิ์ให้ประชาชนโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ลงทะเบียนไม่เป็น ก็จะช่วยลดความยุ่งยาก และไม่ต้องมานั่งรอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ โดยระบุว่าวันนี้ยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้า เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เรียกคิวแล้วไม่อยู่
ด้าน นายวิจิตร ทองเทียม อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.3 ต.ภูห่าน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เข้าใจว่าสามารถดำเนินการได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน หรือที่ว่าการอำเภอ จึงเดินทางไปที่ ธ.ก.ส. ก่อน แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องไปติดต่อธนาคารกรุงไทย เนื่องจากซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ และต้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง จึงขับรถจักรยานยนต์จาก อ.สีชมพู มายัง อ.ชุมแพ เพื่อดำเนินการลงทะเบียน
นายวิจิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับสิทธิ์โครงการใด เนื่องจากโทรศัพท์เครื่องเดิมไม่รองรับ รอบนี้จึงตัดสินใจซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อหวังรับสิทธิ์ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะลงทะเบียนสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากระบบล่มและขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากสำหรับผู้สูงอายุ
พร้อมกันนี้ยังเสนอว่า หากสามารถใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวและให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้ได้เลย ก็จะช่วยให้ขั้นตอนง่ายขึ้นมาก รวมทั้งอยากให้หน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล เข้ามาช่วยดำเนินการลงทะเบียน เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกลไปยังธนาคาร และสามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้สะดวกมากขึ้น
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน



Leave a Response