คืบหน้ากรณีการแจ้งโฉนดที่ดินหายและขอออกโฉนดฉบับใหม่ที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น สอบปากคำพยาน 2 คนที่ลงชื่อรับรองในการแจ้งโฉนดหายเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะที่นางบัวไข สรสมุทร ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยได้รับการประสานแล้วว่าจะมาให้ปากคำตามหมายเรียก
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ถึงความคืบหน้าการออกหมายเรียกนางบี (นามสมมุติ) และนางสาวพี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นบุคคล 2 คนที่ลงชื่อรับรองในการแจ้งโฉนดที่ดินหายและขอเปลี่ยนโฉนดเป็นฉบับใหม่ กรณีที่นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี แจ้งโฉนดหายไว้
ต่อมา พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงออกมาแสดงว่ายังไม่หาย พร้อมยื่นความประสงค์ต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ให้เปลี่ยนชื่อจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดอดุลยาราม
จากนั้น เจ้าพนักงานที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ตรวจสอบกรณีที่นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี แจ้งโฉนดหายไว้ โดยระบุว่าเป็นการแจ้งความเท็จ ก่อนเจ้าพนักงานที่ดินจะแจ้งความดำเนินคดีกับนางบัวไข สรสมุทร ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ภายหลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบและสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งโฉนดที่ดินหายและการขอเปลี่ยนเป็นโฉนดฉบับใหม่แทนฉบับที่แจ้งว่าหาย โดยพบว่าในวันที่นางบัวไขแจ้งโฉนดหาย มีพยาน 2 คนลงชื่อเป็นพยาน
พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น จึงออกหมายเรียกพยานทั้ง 2 คน คือ นางบี (นามสมมุติ) และนางสาวพี (นามสมมุติ) มาให้ปากคำเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งพยานทั้ง 2 คนได้มาให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดการให้ปากคำยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ส่วนนางบัวไข สรสมุทร ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยได้รับการประสานแล้วว่าจะมาให้ปากคำตามหมายเรียก
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


