กรุงไทยขอนแก่นเปิดจุดพิเศษ รับลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสวันแรก ประชาชนแห่แก้ปัญหายืนยันตัวตนหวังรับสิทธิ์ 4,000 บาท

17018C43-D2F3-4D01-8940-34EF5DEFF134

บรรยากาศการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรกในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเป็นไปอย่างคึกคัก หลังระบบเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าติดต่อขอรับคำแนะนำและแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในระบบขณะนี้เหลือไม่ถึง 10,000,000 คนแล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบรรยากาศบริเวณธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พบว่าธนาคารได้เปิดจุดบริการพิเศษบริเวณด้านข้างอาคาร เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทั้งการลงทะเบียน ตรวจสอบข้อมูล และให้คำแนะนำกรณีพบปัญหาในการใช้งานระบบ

ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาติดต่อแล้วกว่า 200 คน โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ การเปลี่ยนซิมหมายเลขโทรศัพท์ การเปลี่ยนบัตรประชาชน ซิมโทรศัพท์ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่เคยได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งมาก่อน การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ลืมรหัสผ่าน รวมถึงปัญหาการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน

เจ้าหน้าที่ธนาคารได้จัดกำลังประจำจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน โดยเฉพาะกรณีผู้ที่เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วระบบแสดงข้อความว่า “รอตรวจสอบ 3 วัน” ทางธนาคารชี้แจงว่า ถือว่าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิ์

ประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาติดต่อจุดบริการต่างคาดหวังว่าจะได้รับสิทธิ์จากโครงการดังกล่าว เนื่องจากเงินจำนวน 4,000 บาท จะสามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ โดยเฉพาะการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

ด้าน ร.ต.โอวาส ประกอบดี อายุ 73 ปี ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองพยายามลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากระบบแจ้งปัญหาเกี่ยวกับบัตรประชาชนและรหัสไม่ถูกต้อง จึงต้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร

ร.ต.โอวาส กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ลงทะเบียนรายใหม่ จึงพบปัญหาหลายอย่าง และมองว่าระบบค่อนข้างยุ่งยากสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะปัญหาด้านสายตาและการสแกนใบหน้า เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากสวมแว่นตา ทำให้ระบบตรวจจับใบหน้าได้ยาก พร้อมเสนอให้รัฐบาลแจกสิทธิ์โดยไม่ต้องลงทะเบียน เพราะรัฐมีข้อมูลบัตรประชาชนของประชาชนอยู่แล้ว

ขณะที่ นางสาวนิภารัตน์ มาตรประสงค์ อายุ 26 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองเดินทางพาแม่มาจากอำเภอน้ำพอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยสแกนใบหน้าและลงทะเบียน หลังพบว่าหลายพื้นที่มีประชาชนจำนวนมาก โดยมองว่าระบบลงทะเบียนยังมีความยุ่งยาก โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานช่วยดำเนินการ

นางสาวนิภารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดสแกนใบหน้าบางจุดอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้สูงอายุใช้งานได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เปิดจุดบริการเพิ่มเติมด้านข้างอาคารเพื่อรองรับประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการให้บริการที่ดีในระดับหนึ่ง พร้อมเสนอให้มีจุดบังแดดหรือร่มสำหรับประชาชนที่มารอคิวเพิ่มเติม

ส่วน นางสุจิตรา บุญศรี อายุ 49 ปี ชาวอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตนเองยังคงหวังว่าจะได้รับสิทธิ์ในครั้งนี้ หลังจากครั้งก่อนเคยมายืนยันตัวตนแล้ว แต่ลงทะเบียนไม่ทัน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์

นางสุจิตรา กล่าวว่า ปัญหาที่พบในครั้งนี้คือการลืมรหัสผ่าน ทำให้ต้องเดินทางไกลกว่า 30 กิโลเมตร จากอำเภอพระยืนเข้ามาติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยในตัวเมืองขอนแก่น เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีสาขาให้บริการ พร้อมสะท้อนว่า หากไม่ได้รับสิทธิ์อีกครั้งก็จะรู้สึกเสียใจ และอยากให้รัฐบาลพิจารณาแจกสิทธิ์ให้ประชาชนทุกคนโดยไม่ต้องลงทะเบียน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดช่วงเช้าวันนี้ ประชาชนยังคงทยอยเดินทางเข้ามาติดต่อจุดบริการพิเศษของธนาคารกรุงไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบปัญหาการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน ท่ามกลางความคาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังอยู่ในระดับสูง

ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน

🔔 รับข่าวด่วนขอนแก่น
เปิดแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ
Leave a Response

ใส่ความเห็น

เรื่องล่าสุด