ภูมิใจไทยคึกคัก เวทีปราศรัย “วิทิต ทองโสภิต” เขต 1 ขอนแก่น ประชาชนร่วมนับพันคน “โสภณ ซารัมย์” ชูเลือกคนดี ไม่หลงกระแสโซเชียลมีเดีย มั่นใจว่าจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นแน่นอน
ชมคลิป
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 มกราคม 2568 ที่เวทีปราศรัยหาเสียงของ นายวิทิต ทองโสภิต ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 1 หมายเลข 4 พรรคภูมิใจไทย ณ ลานน้ำพุ ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมืองขอนแก่น มีประชาชนจาก 95 ชุมชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 เดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัยนับพันคน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก
โดยการปราศรัยครั้งนี้มี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาร่วมช่วยปราศรัยหาเสียงให้กับนายวิทิต รวมถึง นายจุลนพ ทองโสภิต อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้สมัคร ได้ขึ้นเวทีร่วมแสดงจุดยืนและให้กำลังใจ

นายวิทิต ทองโสภิต กล่าวปราศรัยว่า ในฐานะตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 จังหวัดขอนแก่น พร้อมจะนำปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เสนอต่อรัฐบาล และประสานเชื่อมต่อกับทุกภาคส่วน เพื่อนำงบประมาณมาพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครขอนแก่นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาอย่างยาวนานและยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ สส. จะนำปัญหาเหล่านี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ยากซ้ำอีก
ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ กล่าวว่า การเดินทางมาช่วยหาเสียงให้นายวิทิตในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนดี มีความรับผิดชอบ และเคยทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัวมาก่อน จึงมั่นใจในศักยภาพและความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยคัดเลือกเฉพาะคนดีมาลงสมัครรับเลือกตั้ง และอยากให้ประชาชนชาวนครขอนแก่นเลือกคนดีเข้าไปเป็นผู้แทน เพื่อนำปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชนไปสะท้อนในสภาเพื่อแก้ไขอย่างแท้จริง
นายโสภณ ยังกล่าวว่า ขออย่าให้ประชาชนไปยึดติดหรือหลงเชื่อกับการแบ่งแยกด้วยสีเสื้อหรือกระแสทางการเมือง เพราะสีเสื้อไม่ได้ช่วยพัฒนาบ้านเมือง การพัฒนาประเทศต้องอาศัยคนทำงานจริง และเคารพประชาชน
พร้อมกล่าวถึงการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยว่า แม้จะเข้าบริหารประเทศเพียง 2 เดือน แต่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาในหลายด้านได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการบริหารจัดการปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สามารถบริหารสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง ไม่เกรงกลัวผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ให้เกียรติและเชื่อมั่นกองทัพไทย เปิดโอกาสให้ทหารตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างฝ่ายการเมืองและกองทัพ โดยไม่มีความแตกแยก

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงนโยบายโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ประกอบการ โดยยืนยันว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ และนายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการสานต่อโครงการคนละครึ่งในรูปแบบใหม่ ให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง
ในส่วนของปัญหาหนี้สิน นายโสภณ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ใช้นโยบายล้างหนี้ แต่จะเน้นการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้เกษตรกรขายได้ราคาดี พร้อมปรับปรุงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยยกเลิกระบบเดิมและจัดทำใหม่ให้ครอบคลุมประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง คนจนต้องได้ทุกคน ผู้มีรายได้น้อยได้มาก ผู้มีฐานะไม่จำเป็นต้องได้รับ
อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยย้ำว่าลูกหลานที่ติดยาเสพติดต้องได้รับการดูแล ฟื้นฟู และกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จมาแล้วในจังหวัดบุรีรัมย์ และจะผลักดันให้มีศูนย์บำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในทุกอำเภอ ทุกจังหวัด พร้อมจัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอ
นายโสภณ ยังกล่าวเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อผู้สมัครบางพรรคที่ใช้โซเชียลมีเดียเก่ง เพราะบางครั้งอาจไม่สะท้อนความจริง คนที่เก่งจริงต้องทำงานจริง ขอให้พิจารณาผู้สมัครจากการกระทำ ไม่ใช่จากกระแสโซเชียล พร้อมย้ำว่า นักการเมืองต้องเคารพประชาชนที่เลือกเข้ามาทำหน้าที่
ภายหลังลงจากเวทีปราศรัย นายโสภณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า จังหวัดขอนแก่นในอดีตเคยมีพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งครบทุกเขต แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ประชาชนพิจารณาจากตัวบุคคลและผลงานอย่างรอบคอบ โดยเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดขอนแก่นล้วนเป็นคนดี มีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะได้รับจำนวน สส.ในจังหวัดขอนแก่นมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา




Leave a Response