Key Point:
📈 ราคาทองพุ่งสูงสุดในประวัติการณ์
🛍️ ร้านทองขอนแก่นคึกคัก คนแห่ซื้อทอง
🧓 ประชาชนเน้นซื้อเก็บ-หวังเป็นของขวัญลูกหลาน
🌍 ราคาทองโลกพุ่งจากนโยบายการค้า ทรัมป์
📅 คาดราคาทองขึ้นต่อถึงสงกรานต์

🗓️ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากราคาทองคำโลกปรับขึ้น 30.75 ดอลลาร์สหรัฐ และราคาทองคำในประเทศไทยปรับขึ้นเช้านี้ ส่งผลให้ราคาทองคำรูปพรรณทะลุระดับ 50,200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งนับเป็นราคาสูงสุดในประวัติการณ์ของทั้งราคาทองคำในประเทศและระดับโลก บรรยากาศการซื้อขายที่ร้านทองอุเทน ถ.ชีท่าขอน เขตเทศบาลนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น เต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาซื้อและขายทองอย่างต่อเนื่อง

โดยประชาชนส่วนใหญ่เลือกซื้อทองเพื่อเก็บไว้เก็งกำไรมากกว่าการขาย เพราะคาดการณ์ว่าราคาทองอาจพุ่งทะลุ 50,000 บาทอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสเห็นราคาสูงขึ้นอีกก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์
นายเอกลักษณ์ ชนาวิรัตน์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านทองอุเทน กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นถึง 30.75 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเชื่อว่าสาเหตุหลักมาจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ลงนามประกาศใช้นโยบายขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% และเตรียมใช้มาตรการที่เข้มข้นกับสหภาพยุโรปและแคนาดา ทำให้ตลาดเกิดความกังวล ส่งผลให้ธนาคารและประชาชนหันมาเก็บทองมากขึ้น

โดยราคาทองคำในประเทศไทยปรับขึ้น 650 บาทในเช้านี้ ราคาทองคำแท่งรับซื้อที่ 49,300 บาท ขายออก 49,400 บาท ขณะที่ทองคำรูปพรรณรับซื้อที่ 48,450 บาท ขายออกที่ 50,200 บาท นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2568 ราคาทองคำปรับขึ้นแล้วรวม 6,700 บาท
นายเอกลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาทองคำแท่ง 50,000 บาทมีโอกาสเห็นเร็วๆ นี้ก่อนถึงสงกรานต์ และคาดว่าจะเป็นขาขึ้นต่อเนื่องจนถึงปลายปีนี้ คนส่วนใหญ่ยังคงแห่ซื้อทองเพื่อเก็งกำไร ไม่สนว่าราคาจะขึ้นไปแค่ไหน โดยมักทยอยซื้อทีละเล็กน้อย ส่วนผู้ที่ขายในช่วงนี้มักเป็นผู้ที่ต้องการกำไรในระยะสั้น
ด้านนางบุญเพ็ง มหาชัย อายุ 63 ปี กล่าวว่า ตัดสินใจมาซื้อทองวันนี้เพราะเกรงว่าราคาจะขึ้นไปอีก และมองว่าการซื้อทองเก็บไว้ดีกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น เพราะอายุมากแล้วและต้องการความมั่นคง เธอระบุว่าเคยซื้อไว้เมื่อเดือนที่แล้วในราคาที่ยังไม่สูงมากนัก และสามารถขายทำกำไรได้เล็กน้อย จึงวางแผนจะซื้อเก็บตามกำลังเท่าที่มี โดยทยอยซื้อครั้งละ 50 สตางค์ และเชื่อมั่นว่าราคาทองคำมีโอกาสพุ่งถึงบาทละ 100,000 บาทในอนาคต
ขณะที่นางรัชนี น้อยจันทร์ดา อายุ 64 ปี กล่าวว่า การซื้อทองช่วงนี้เป็นวิธีการออมเงินอย่างหนึ่ง เพราะเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง หากไม่ซื้อเก็บไว้เกรงว่าจะไม่เหลือเงิน เธอมองว่าราคาทองยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลาน โดยจะซื้อครั้งละ 50 สตางค์หรือ 1 บาท ตามกำลังเงิน และยืนยันว่าการขายออกช่วงราคาสูงจะมีกำไรแน่นอน เพราะเคยขายทองที่ซื้อไว้ในปี 2566 แล้วได้กำไรถึง 4,000-5,000 บาท
บรรยากาศการลงทุนในทองคำของคนขอนแก่นช่วงนี้ จึงเต็มไปด้วยความตื่นตัวและการวางแผนเพื่ออนาคตทั้งในแง่ของกำไรและเป็นมรดกให้คนรุ่นถัดไป โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะมาถึง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์




Leave a Response