พบแล้วรถเจ้าอาวาสวัดบ้านโคกสี ที่ถูกขโมย จับได้กลางทาง อ้างขับไปหาเมียที่อุบลฯไม่ได้ขโมย

IMG_1905

โยมอุปัฏฐากและพระลูกวัดขับรถออกตามหารถยนต์เก๋งของเจ้าอาวาสวัดที่ถูกสังกะลีวัดก่อเหตุขโมยขับไป โดยตามรอยจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คนร้ายขับรถไป จนกระทั้งพบรถยนต์ของเจ้าอาวาสจอดหมดน้ำมันอยู่ข้างทางของถนนสายทุ่งเขาหลวง – เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะประสานตำรวจท้องที่ตรวจสอบและตามรวบตัวคนร้ายได้สำเร็จ ผู้ก่อเหตุสารภาพตั้งใจขับรถกลับไปหาภรรยาที่ จ.อุบลราชธานี ไม่ได้คิดจะนำไปขาย แต่ระหว่างทางน้ำมันหมดและหิวข้าว จึงจอดรถทิ้งไว้ ไปขอข้าวชาวบ้านกิน

วันที่ 29 มีนาคม 2567 นายวัชระ หวานเมืองปักษ์ อายุ 32 ปี ลูกศิษย์วัดศิริธรรมิกาวาส บ้านโคกสี ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น และพระลูกวัด ต่างพากันโห่ร้องด้วยดีใจ ทันที่เห็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Toyota Camry สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กต 8626 ขอนแก่น ของพระครูสังฆรักษ์สมบูรณ์ สุวีโร เจ้าอาวาสวัดศิริธรรมิกาวาส ที่ถูกนายกิตติ สิงห์ขรณ์ หรือ แมน อายุ 33 ปี ที่มาขออาศัยอยู่ที่วัดได้เพียงสัปดาห์เดียว ก่อเหตุขโมยไป ซึ่งนายวัชระและพระลูกวัด ได้พากันขับรถยนต์ของตนเองออกติดตามหารถยนต์ของเจ้าอาวาส ตามเส้นทางที่คนร้ายขับหนีไป จนกระทั้งไปพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ข้างทางของถนนสายทุ่งเขาหลวง – เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ในเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา จึงประสานตำรวจในท้องที่เข้าตรวจสอบรถ และสามารถติดตามจับกุมตัวนายกิตติ คนร้ายที่ขโมยรถมาได้ขณะกำลังนั่งอยู่ภายในบริเวณลานรับซื้อไม้ยูคาลิปตัส ห่างจากจุดพบรถยนต์ ประมาณ 300 เมตร

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา นายวัชระ ลูกศิษย์วัดศิริธรรมิกาวาส พร้อมด้วยรองเจ้าอาวาสวัดฯ และคณะโยมอุปัฏฐาก ได้เดินทางเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองไหม จ.ขอนแก่น และทำเรื่องขอรับรถยนต์คืน ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบสภาพรถยนต์และบันทึกภาพไว้ประกอบคดีแล้ว และได้ทำการสอบปากคำนายกิตติ ผู้ต้องหา ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนที่ขับรถยนต์ของเจ้าอาวาสไปจริง สาเหตุที่ขับไปเพราะต้องการขับไปหาภรรยา ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ 1.ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม 2.เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

นายวัชระ เล่าว่า หลังจากที่ทราบว่ารถยนต์ประจำตำแหน่งของเจ้าอาวาสวัดถูกนายกิตติ ขโมยไป ตนเองและพระลูกวัดก็ได้พากับออกติดตามหารถคันนี้ทันที โดยขับรถไปตามเส้นทางที่คนร้ายมุ่งหน้าไป จนไปเข้าเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลา 01.00 น. ก็ยังไม่พบ วันนั้นจึงพากันกลับมาที่วัดก่อน กระทั้งเช้าของวันถัดมาก็ได้พากันออกตามหาอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีเบาะแสเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งให้ ซึ่งมีกล้องบันทึกภาพขณะที่รถยนต์เก๋งของเจ้าอาวาสขับผ่านได้ ในพื้นที่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จึงพากันขับรถตามไปเส้นทางนั้น ซึ่งในระหว่างที่ขับไปนั้น ภรรยาของนายกิตติ ซึ่งอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ได้โทรศัพท์มาบอกตนเองว่า ตอนนี้นายกิตติ อยู่ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ โดยนายกิตติบอกภรรยาว่า จะไปหาภรรยาที่ จ.อุบลราชธานี แต่รถยนต์มีปัญหาและหิวข้าว จึงไปขอข้าวชาวบ้านที่ลานรับซื้อไม้ยูคาลิปตัสกิน ตนเองจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจท้องที่ของ อ.เสลภูมิ และ อ.ทุ่งเขาหลวง ให้ช่วยสกัดรถเอาไว้ จนกระทั้งสามารถได้รถกลับคืนมาและจับกุมตัวนายกิตติเอาไว้ได้ ซึ่งนายกิตติ ก็ยอมรับว่า ตั้งใจขับรถจะไปหาภรรยา เท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะเอารถไปขาย

ขณะที่พระครูสังฆรักษ์สมบูรณ์ สุวีโร เจ้าอาวาสวัดศิริธรรมิกาวาส ยิ้มด้วยความพอใจ หลังจากที่เห็นรถยนต์ที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาที่วัดในสภาพสมบูรณ์ พร้อมกับกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ทรัพย์สินของวัดกลับคืนมา ซึ่งรถยนต์คันนี้เป็นมรดกและทรัพย์สมบัติที่เจ้าอาวาสวัดรูปเดิมดูแลรักษาไว้ ตอนที่เกิดเหตุก็เสียใจ ต่อไปทางวัดก็จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม////////////

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง