ขอนแก่น รวบผู้ต้องหาใช้เขียงทุบหน้าพ่อเฒ่าเสียชีวิต

04-8936782627862780

ตำรวจ สภ.ชุมแพ เร่งสอบปาคำผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายพ่อเฒ่าวัย 58 ปีจนเสียชีวิต โดยใช้เขียงไม้ทุบหน้าจนเละ อ้างมีปากเสียงเรื่องงานก่อสร้างบ้าน ที่ผู้ตายทำปูนแตกร้าว ด้านภรรยาและลูกไม่อยากให้ได้รับการประกันตัว ต้องการให้มาขอขมาศพ อยากจะถามว่าฆ่าเพราะอะไร ขณะที่เพื่อนบ้านเผย สุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงเหมือนลูกนอนเฝ้าศพผู้ตายไม่ยอมหนีไปไหน ที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ม.ค.2565 ที่สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ร.ต.อ.สราวุธ บุญยะรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชุมแพ คุมตัวนาย นายนิชากรณ์ สุรินทร์ หรือ นายบิว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 บ้านธาตุ ม.4 ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังก่อเหตุใช้เขียงไม้ทุบหัวนาย สอน ขำชัยภูมิ อายุ 58 ปี ชาว ต.ดงบัง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ จนเสียชีวิตที่เถียงนาของผู้ตายในพื้นที่บ้านโคกงาม หมู่ 3 ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีผู้พบศพเมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ชุมแพติดตามจับกุมได้ที่บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบถามนายนิชากรณ์ สุรินทร์ หรือนายบิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเถียงกันนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องบ้านทำเสร็จแล้วแต่ปูนแตกร้าวเลยมีปากเสียง จึงต่อยแล้วใช้เขียงทำร้าย ก็อยากจะขอโทษญาติๆที่ทำลงไป

นายนิชากรณ์ สุรินทร์ หรือ นายบิว ผู้ต้องหา

ขณะที่ นางวาสนา ขำชัยภูมิ อายุ 52 ปี ภรรยาผู้ตาย ซึ่งเดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่อยากให้คนก่อเหตุได้รับการประกันตัว คนก่อเหตุนั้นทราบจากเพื่อนบ้านว่าคนก่อเหตุเพิ่งจะมาร่วมงานด้วย และสามีชอบดื่มเหล้า ทั้งซื้อกินเองและมีคนซื้อมานั่งตั้งวงกินด้วยกัน และสามีอาจจะบ่นจนวัยรุ่นคนที่ก่อเหตุรำคาญจึงก่อเหตุขึ้น โดยช่วงบ่ายนี้ทางตำรวจจะส่งศพสามีไปชันสูตรที่รพ.ศรีนครินทร์ และจะรับศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาในช่วงเย็นวันนี้ อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและไม่อยากให้ผู้ก่อเฟตุได้รับการประกันตัวออกมา เพราะคนก่อเหตุนั้นมีนิสัยนักเลง มีประวัติไม่ดีหลายอย่าง

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุ ที่เถียงนาผู้ตาย ในพื้นที่บ้านโคกงาม หมู่ 3 ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบกับนายอำนาจ ขำชัยภูมิ อายุ 30 ปี ลูกชายผู้ตาย และญาติๆรวมทั้งเพื่อนบ้านที่ทราบข่าว กำลังช่วยกันเคลียร์สถานที่ที่เกิดเหตุเอาดินกลบคราบเลือดและจะทำความสะอาดเพื่อจะรื้อถอนออกทั้งหมด เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวนี้จะมีเพียงผู้ตายมาพักอาศัยเพื่อเฝ้าที่นาข้าวของตัวเองทุกวัน แต่หลังเกิดเหตุแล้วทางญาติๆคุยกันว่าจะรื้อถอนออกทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่า สุนัขเพศผู้ชื่อ น้องสัญญา เป็นสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงไว้นั่งเฝ้านอนเฝ้าจุดที่ผู้ตายเสียชีวิตไม่ไปไหน และมองหาเหมือนรอใครสักคนอยู่ ซึ่งเป็นที่น่าสงสารของชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันผู้ตายจะคอยหาน้ำหาข้าวให้สุนัขตัวนี้กินทุกวัน และเรียกหาตลอดเวลาที่มาที่นาแห่งนี้

นายอำนาจ ขำชัยภูมิ อายุ 30 ปี ลูกชายผู้ตาย บอกว่า วันเกิดเหตุตนเองไปขนอ้อยอยู่ในไร่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่จะมีคนมานั่งทานข้าวดื่มเหล้ากับพ่อประจำและพ่อจะนอนอยู่ที่นี่ทุกวันเพื่อเฝ้านาข้าว หลังเกิดเหตุมีเพื่อนบ้านมาบอกว่าพ่อถูกฆ่าตายจึงมาดูก็พบว่าพ่อถูกทุบด้วยเขียงไม้ที่ใบหน้าจนเละ คนก่อเหตุนั้นเป็นเพื่อนที่เคยเรียนกับตนเองในหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร คนก่อเหตุนั้นไม่เคยมาคลุกคลีกับพ่อ แต่มาทำงานสร้างบ้านด้วยเมื่อไม่นานมานี้ คนก่อเหตุนั้นมีนิสัยนักเลงชอบหาเรื่องคนและยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และพ่อก็ไม่เคยมีเรื่องกับใครอยู่คนเดียของพ่ออาจมีเพื่อนฝูงมานั่งดื่มเหล้าด้วย ในส่วนเรื่องที่บอกว่าเกี่ยวกับการสร้างบ้านนั้นตนเองเป็นคนรับงานก่อสร้างมาโดยให้เพื่อนมาเป็นช่างทำงานและพาพ่อมาทำงานด้วย ซึ่งก็ทำงานปกติสร้างเสร็จไม่มีปัญหาอะไร ช่วงที่ทำนั้นคนก่อเหตุก็ไม่ได้มาทำ ได้ยินว่าไปบวชอยู่ ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีปากเสียงกันเรื่องก่อสร้างแต่อย่างใดสาเหตุที่แท้จริงก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อยากให้คนก่อเหตุมาขอขมาศพพ่ออยากจะถามว่าฆ่าพ่อของตนเองทำไม

ด้านนางกริษฐา เปี่ยมสุข อายุ 55 ปี เพื่อนบ้าน เห็นน้องเขยวิ่งมาบอกว่านายตายแล้วอยู่ภายในบ้าน พร้อมกับแจ้งตำรวจเพราะยังไม่กล้าเข้าไป เมื่อมาถึงก็เห็นเป็นศพบาดแผลเละที่บริเวณหน้าด้านขวา โดยมีน้องสัญญาหมาที่ผู้ตายเลี้ยงเอาไว้นอนเฝ้าอยู่ที่ระหว่างขาไม่หนีไปไหน ซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นมาทำรั้วที่บ้านได้ประมาณ 2-3 วันที่แล้ว ซึ่งก็มานั่งกินเหล้ากันอยู่ที่นี่ แต่ประวัตินั้นไม่ธรรมดา ทำร้ายคนมาเยอะ ได้ยินว่ามีเรื่องกับคนในหมู่บ้านใช้มีดปาดหูเกือบขาด ซึ่งคนก่อเหตุนั้นมานั่งกินกับผู้ตายได้ประมาณ 2-3 วัน แต่ก็ไม่เคยได้ยินเสียงว่าทะเลาะกัน เพราะตนเองก็ไม่ค่อยได้มาอยู่ที่นี่ จะไปไปมามา แต่ผู้ตายจะอยู่ที่นี่ประจำเพื่อนอนเฝ้านา ซึ่งผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี มีน้ำใจแบ่งปันเพื่อนบ้านเสมอ กระทั่งกลายเป็นศพ

พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คดีดังกล่าวนั้นทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบปากคำหลังจากคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเมื่อวานที่ผ่านมาและยังไม่ได้สอบปากคำ เนื่องจากต้องเร่งทำแผนเพราะในพื้นที่ผู้ตายเป็นที่รักของชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนและผู้ก่อเหตุอาจจะได้รับอันตราย ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.65 เวลาประมาณ 12.00 น.ผู้ตายกับนายนิชากรณ์ และกลุ่มเพื่อนรวม 4 คนได้ตั้งวงดื่มสุราในที่เกิดเหตุ โดยผู้ตายและผู้ต้องหาเคยมีปัญหากันเกี่ยวกับ การว่าจ้างกันสร้างบ้าน แล้วได้แยกย้ายกัน ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น. ขณะที่ผู้ตายได้เมาสุรา นอนหลับอยู่ที่บ้านที่เกิดเหตุคนเดียว ผู้ต้องหาได้กลับมาและได้ใช้อาวุธเป็นเขียงไม้ทุบตีที่ศีรษะผู้ตาย แล้วหลบหนีไป

และต่อมาในวันรุ่งขึ้น จึงได้มีผู้มาพบศพผู้ตาย และแจ้งเหตุให้ สภ.ชุมแพ ทราบ ร้อยเวรสอบสวน พร้อม ชุดสืบสวนได้รับเหตุแล้ว ได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานออกตรวจที่เกิดเหตุ เก็บ DNA ลายนิ้วมือแฝง พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเปรียบเทียบตัวผู้ต้องหา เพื่อยืนยันตัวผู้กระทำผิด กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้าน เบื้องต้นนั้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยในวันนี้จะมีการสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าเข้าข่ายเจตนาฆ่าก็จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและข้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้องก่อนจะคุมตัวส่งฟ้องศาลจ.ชุมแพเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในวันพรุ่งนี้

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง