ขอนแก่น หนุ่มขับแกร็ปถูกสาวอ้างเป็นหลาน ผบ.ทร.หลอกเอาเงินสูญร่วมแสน

news2020_Facebook1

หนุ่มขับแกร็ปถูกสาวอ้างว่าเป็นหลานสาว ผบ.ทร. หลอกยืมเงิน อ้างบัญชีธนาคารถูกอายัดต้องฝากเงินเข้าบัญชีถึงจะถอนเงินออกมาได้ กว่าจะรู้ว่าโดนหลอกสูญเงินไปกว่าแสนบาท พบมีผู้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันเสียหายนับสิบล้านบาท

      นายชัชวาลย์ สงพัด อายุ 39 ปี อาชีพขับแกร็ปแท็กซี่ ชาวจังหวัดขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว อ้างว่า ถูกนางสาวพิชญาภา ผลิปัญญา อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดน่าน ที่อ้างตัวเป็นหลานสาว พลเรือเอกชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ หลอกยืมเงินสูญเงินไปกว่าแสนบาท

      นายชัชวาล บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขามีอาชีพเป็นนักดนตรี แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องตกงาน และผันตัวเองมาทำอาชีพขับแกร็ปแท็กซี่ และได้มารู้จักกับนางสาวพิชญาภา ผลิปัญญา อายุ 28 ปี หรืออุ้ย เนื่องจากเป็นลูกค้าที่เรียกใช้บริการประจำ โดยน้องอุ้ย มักจะบอกกับตนเองเสมอว่าเป็นหลานสาว พลเรือเอกชาติชาย ผบ.ทร.คนปัจจุบัน และที่บ้านก็มีพลทหารรับใช้จำนวน 4 นาย จึงทำให้เขาหลงเชื่อ ในระหว่างที่รู้จักหญิงสาวคนนี้ ได้เรียกใช้บริการแท็กซี่อยู่เป็นประจำตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหลายพันบาทก็ไม่เคยค้างจ่าย จึงเกิดความเชื่อใจกันในฐานะลูกค้ากับผู้ใหบริการ

      กระทั่งหญิงคนนี้ได้ขอยืมเงินจำนวน 12,000 บาท อ้างจำเป็นใช้ด่วนและจะคืนให้ในวันถัดไป ตนเองไม่มีเงินจึงไปกูยืมเงินดอกรายวันมาให้ พอถึงครบกำหนดก็ไม่ได้รับเงินคืน และครั้งนี้ได้ออกอุบายว่า ขอยืมเงินจำนวน 15,000 บาท เพื่อไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของเธอ เนื่องจากบัญชีธนาคารถูกอายัด ไม่สามารถที่จะถอนเงินจำนวน 1,500,000 บาท ได้ และเมื่อถอนเงินได้แล้วจะคืนเงินให้จำนวน 20,000 บาท เป็นค่าตอบแทน โดยจะใช้เวลาดำเนินการไม่ถึง 2 ชั่วโมง จึงหลงเชื่อนำเงินสดจำนวน 15,000 บาท ให้เธอเพื่อฝากเข้าบัญชีธนาคาร หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีคอลเซ็นเตอร์โทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารให้ข้อมูลว่า เงินจำนวน 1,500,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารนางสาวพิชญาภา เรียบร้อย แต่จะได้เงินในอีก 2 วันถัดไป

      เมื่อครบกำหนดวันนัดจ่ายเงิน นางสาวพิชญาภา ได้โทรมาขอยืมเงินอีกจำนวน 3 หมื่นบาท เพื่อไปจ่ายภาษีอยู่กรมสรรพากร ตนเองก็หลงเชื่อและนำเงินไปให้ตามจำนวนที่ยืมมา และบอกว่าอีก 2 วันจะได้เงิน เมื่อครบกำหนดก็ยังไม่ได้เงินเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ได้บอกว่า เธอถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 เมษายน 2564 โดยเจ้าตัวได้นำรูปถ่ายสลากที่ถูกรางวัลในมือถือให้ตนเองดู และเหมารถตนเองไปขึ้นเงินที่ธนาคารภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่ กทม. เมื่อไปถึงธนาคาร เจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารให้มาบันทึกข้อมูลจนเสร็จเรียบร้อย นางสาวพิชญาภา บอกกับตนเองว่า เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ขอยืมเงินอีกจำนวน 120,000 บาท เป็นค่าภาษีที่ถูกรางวัลร้อยละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 120,000 บาท ไม่นานก็มีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาอีกว่า ถ้าโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร จำนวน 120,000 บาท ทางธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทันที 12 ล้านบาท แต่ตนเองไม่มีเงินเพียงพอจึงพากันเดินทางกลับมาบ้านที่จังหวัดขอนแก่น

      พอรุ่งเช้านางสาวพิชญาภา ได้โทรมาหาอีกบอกว่าได้เงินมาแล้ว 7 หมื่นบาท ยังขาดอยู่อีกจำนวน 5 หมื่นบาท ตนเองจึงตอบปัดไปว่าไม่มีเงิน เธอจึงบอกให้นำรถยนต์ไปจำนำเพื่อนำเงินมาสมทบ แต่ตนเองยังไม่ตอบตกลงระหว่างนั้นได้โทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่กองสลาก ทำให้ทราบว่า เรื่องที่นางสาวพิชญาภา ถูกสลากฯรางวัลที่ 1 เป็นเรื่องโกหก จึงโทรกลับไปหานางสาวพิชญาภา เพื่อขอเงินกว่า 1 แสนบาทที่ยืมไปคืน และได้นัดตกลงกันลงบันทึกปากคำกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 ว่านางสาวพิชญาภา จะคืนเงินยืมจำนวน 100,000 บาท ให้ตนเองภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มาตามนัดและบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดและติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความและไล่ให้ไปร้องทุกข์กับหน่วยงานอื่น เพราะตำรวจไม่รับแจ้งความคดีแพ่งต้องไปฟ้องร้องเอาเอง

      นายชัชวาล บอกอีกว่า ที่ตนเองถูกหลอกสูญเงินไปกว่า 1 แสนบาท เพราะคิดว่าจะได้เงินที่ยืมไปกลับคืนมา ไม่คิดว่าจะถูกหลอกซ้ำอีก จึงออกมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อเหมือนตนเอง เพราะจากข้อมูลที่มีผู้ส่งรายละเอียดมาให้ทางเฟซบุ๊ค พบมีผู้ที่ถูกนางสาวพิชญาภา อ้างว่าเป็นหลานสาว ผบ.ทร. หลอกในลักษณะเดียวกันนับสิบรายมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องและดำเนินคดีตามกฎหมายกับหญิงสาวรายนี้/

Leave a Response

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง