ขอนแก่น – น้าสาวของหนุ่มวัย 24 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ อส.เข้าควบคุมตัวในคดียาเสพติด ที่บ้านโคกสูง หมู่ 10 ตำบลโนนอุดม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ขอให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบการใช้กำลัง หลังมีคลิปภาพจังหวะเจ้าหน้าที่ใช้เท้าเตะขณะหลานชายล้มลงกับพื้น ยืนยันไม่ติดใจการจับกุม หากหลานทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย แต่ต้องการให้ตรวจสอบความเหมาะสมของการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ฝ่ายปกครองชี้แจงว่าเป็นการสกัดไม่ให้ผู้ต้องหาหลบหนี ยอมรับมีการใช้เท้าเตะ 1 ครั้ง แต่ไม่มีการทำร้ายซ้ำ พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าพบญาติเพื่อขอโทษและขอขมา รวมถึงรายงานข้อเท็จจริงให้นายอำเภอรับทราบแล้ว
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชลธิชา มาตมูลตรี” เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวชายรายหนึ่งในคดียาเสพติด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการใช้กำลัง โดยเฉพาะจังหวะที่ชายคนดังกล่าวล้มลงกับพื้นแล้ว แต่ยังปรากฏภาพคล้ายถูกเจ้าหน้าที่ใช้เท้าเตะหรือถีบระหว่างเข้าควบคุมตัว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านโคกสูง หมู่ 10 ตำบลโนนอุดม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยชายที่ปรากฏในคลิปคือ นายภูวนาท อายุ 24 ปี หรือ “เต๋”
น.ส.ชลธิชา อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นน้าของนายภูวนาท และขณะเกิดเหตุอยู่ต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องได้เปิดกล้องวงจรปิดดูเหตุการณ์ และรู้สึกว่าการเข้าควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่บางช่วงอาจเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะจังหวะที่หลานชายล้มลงกับพื้นแล้ว แต่ยังปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ใช้เท้าเตะหรือถีบ
น.ส.ชลธิชา กล่าวว่า ยอมรับว่าหลานชายเคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และครั้งนี้ทราบภายหลังว่ามีการตรวจพบยาบ้า 55 เม็ด ซึ่งตนไม่ได้ติดใจเรื่องการจับกุม หากหลานกระทำผิดก็ต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีและรับโทษตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ติดใจคือวิธีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นว่าหลานชายล้มลงกับพื้นแล้ว จึงต้องการให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบว่าการปฏิบัติดังกล่าวเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ รวมถึงกำชับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้ยุทธวิธีในการเข้าจับกุมให้เหมาะสม
ต่อมา นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ในวันเกิดเหตุได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. อ.ชุมแพ ที่ 6 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตำบลโนนอุดม และพบกับ “เต๋” ซึ่งเคยรู้จักกันมาก่อน แต่เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่กลับวิ่งหลบหนี พร้อมมีลักษณะโยนสิ่งของบางอย่างทิ้ง เจ้าหน้าที่ อส.จึงวิ่งติดตาม
ระหว่างการติดตาม ผู้ต้องหาพยายามปีนกำแพงเพื่อหลบหนีและโยนยาออกไป ก่อนจะวิ่งกลับมาแล้วเสียหลักล้มลงกับพื้น เจ้าหน้าที่ อส.จึงพยายามสกัดไม่ให้หลบหนี โดยมีจังหวะใช้เท้าเตะ 1 ครั้ง
นายสมคิดยอมรับว่า จากภาพเหตุการณ์อาจดูค่อนข้างรุนแรง และยังไม่แน่ใจว่าเท้าของเจ้าหน้าที่ถูกบริเวณคอหรือใบหน้าของผู้ต้องหา ก่อนที่ตนจะรีบเข้าไปประคองและควบคุมตัวไว้
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าใบเล็ก ภายในมียาบ้าประมาณ 55 เม็ด และตรวจพบอุปกรณ์สำหรับเสพยาเสพติดภายในห้องพัก โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยา
นายสมคิดระบุว่า หลังเกิดเหตุผู้ต้องหายังมีสติ สามารถพูดคุยและตอบคำถามได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามอาการและแจ้งสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามขั้นตอน
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้กำลัง นายสมคิดกล่าวว่า จากการสอบถามเบื้องต้น ตัวผู้ต้องหา รวมถึงคุณตาและคุณยายไม่ได้ติดใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทุกคนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ส่วนเจ้าหน้าที่ อส.ที่ปรากฏในคลิป นายสมคิดระบุว่า ได้สอบถามข้อเท็จจริงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายผู้ต้องหา แต่เป็นจังหวะที่ต้องการสกัดให้หยุดขณะพยายามหลบหนี มีการใช้กำลังเพียงครั้งเดียว และไม่มีการทำร้ายซ้ำหลังจากนั้น
ทั้งนี้ นายสมคิดยอมรับว่า ภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่ออกมาอาจดูรุนแรงและทำให้ญาติเกิดความไม่สบายใจ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ อส.รายดังกล่าวเดินทางพร้อมผู้ใหญ่บ้านเข้าไปพบญาติ เพื่อขอโทษและขอขมาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับ น.ส.ชลธิชา ซึ่งเป็นน้าของผู้ต้องหาและอยู่ต่างประเทศ นายสมคิดระบุว่า จะมีการติดต่อเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อให้เข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุ
นอกจากนี้ นายสมคิดได้รายงานข้อเท็จจริงให้นายอำเภอรับทราบแล้ว และเตรียมจัดทำบันทึกรายงานเหตุการณ์ไว้เป็นข้อมูล หากผู้บังคับบัญชามีการตรวจสอบหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง


