กรมควบคุมโรคเผยข้อมูลสะสมโรคเมลิออยโดสิสหรือไข้ดินใน 4 จังหวัดอีสานล่าง ตั้งแต่ 1 ม.ค.–17 ต.ค. 2569 มีผู้ป่วย 538 ราย เสียชีวิต 40 ราย เน้นเกษตรกรและผู้มีโรคเรื้อรังระวังสัมผัสดินน้ำ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) เตือนประชาชนเฝ้าระวังโรคเมลิออยโดสิส หรือ ‘โรคไข้ดิน’ ในช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง หลังพบผู้ป่วยสะสมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 รวม 538 ราย และเสียชีวิต 40 ราย ตามข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 17 ตุลาคม 2569
พื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยบุรีรัมย์มีอัตราป่วยสูงสุด ตามด้วยสุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ ผู้ป่วยจำนวนมากอยู่ในวัย 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือช่วงอายุ 55–64 ปี และ 45–54 ปี
โรคไข้ดินเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในดินและน้ำตามธรรมชาติ เชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่มีบาดแผล การสูดดมฝุ่นหรือละอองที่ปนเปื้อน หรือการกินอาหารและน้ำที่มีเชื้อ ผู้ที่สัมผัสดิน โคลน หรือน้ำท่วมเป็นประจำจึงควรป้องกันตนเอง
สคร.9 ระบุว่ากลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษได้แก่เกษตรกร ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ดื่มสุราเป็นประจำ หากมีไข้สูงหรืออาการผิดปกติหลังสัมผัสดินน้ำ ควรเข้ารับการตรวจรักษาโดยแจ้งประวัติเสี่ยงแก่แพทย์
ตัวเลข 538 รายและเสียชีวิต 40 รายเป็นข้อมูลสะสมเฉพาะ 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9 ถึงวันที่ 17 ตุลาคม ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะวันที่ 24 ตุลาคมหรือยอดรวมทุกจังหวัดภาคอีสาน
ประเด็นที่ควรรู้
- ใส่รองเท้าบูตและถุงมือกันน้ำเมื่อต้องทำงานในพื้นที่น้ำขัง
- หลีกเลี่ยงให้บาดแผลสัมผัสดิน โคลน และน้ำโดยตรง
- หากไข้สูงต่อเนื่องหรือมีอาการรุนแรง รีบพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว
แหล่งข้อมูลและข่าวต้นทาง
หมายเหตุ: ภาพปกเป็นภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายจากเหตุการณ์จริง


