ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ป.ป.ช. กำหนดแนวทางใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบุคลากร งดใช้เรื่องส่วนตัวในเวลาราชการ ห้ามเปิดเผยความลับ โพสต์สร้างความแตกแยก หรืออ้างตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ ฝ่าฝืนอาจถูกตรวจสอบทางจริยธรรม วินัย หรืออาญา มีผล 23 ต.ค. 2569 ทั้งนี้ใช้เฉพาะเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.
วันที่ 24 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก หน้า 20–22 โดยมีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ลงนามเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ประกาศดังกล่าวออกตามมาตรา 144 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม รักษาความลับของราชการ และคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน
พึงงดใช้โซเชียลเรื่องส่วนตัวในเวลางาน
ข้อ 6 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ พึงงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ หากอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน หรือทำให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่อุทิศเวลาให้แก่ราชการ ไม่ใช่การห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเวลาราชการทุกกรณี เพราะการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจยังอยู่ภายใต้แนวปฏิบัตินี้
ส่วนข้อ 5 กำหนดให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท งดถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง ดูหมิ่น หมิ่นประมาท ระราน ส่อเสียด หรือสร้างความเกลียดชัง รวมทั้งรักษาความเป็นกลางทางการเมืองและภาพลักษณ์องค์กร
5 ลักษณะการโพสต์ที่ต้องระวัง
ข้อ 7 ห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะไม่เหมาะสมที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง หรือภาพลักษณ์หน่วยงาน โดยยกตัวอย่างการกระทำ 5 ลักษณะ ได้แก่
- แสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรือเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือส่งผลกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่รักษาความลับของราชการ หรือกระทบต่อภารกิจที่มีความเสี่ยง
- เผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวขณะสวมเครื่องแบบ หรือชุดที่มีเครื่องหมายสำนักงาน ป.ป.ช. ในลักษณะไม่สำรวมจนกระทบต่อภาพลักษณ์หน่วยงาน
- โพสต์ แสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง หรือกระทบต่อความเป็นกลางในการปฏิบัติราชการ
- โอ้อวดการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้หรืออ้างตำแหน่งของตนหรือผู้อื่นเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
นอกจากนี้ ข้อ 8 ยังให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังไม่ให้คนในครอบครัวหรือบุคคลอื่นนำตำแหน่งหน้าที่ของตนไปกล่าวอ้างผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแสวงหาประโยชน์
ฝ่าฝืนอาจถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนประกาศ ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น หากไม่มีมูลให้ยุติเรื่อง แต่หากพบมูลเป็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้ดำเนินการตามกระบวนการทางจริยธรรม และหากเป็นความผิดทางวินัยหรืออาญาให้ดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยประกาศนี้ไม่ได้กำหนดโทษปรับหรือจำคุกตายตัวสำหรับการฝ่าฝืนทุกกรณี
ข้อควรรู้: ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2569 และครอบคลุมเฉพาะเลขาธิการ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างทุกประเภทของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามนิยามในประกาศ ไม่ได้เป็นข้อห้ามทั่วไปสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน
ที่มา: ประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับเต็ม (PDF) เล่ม 143 ตอนที่ 65 ก วันที่ 22 ตุลาคม 2569 หน้า 20–22


