CP LAND มองตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดขอนแก่นยังมีโอกาสเติบโต เดินหน้าพัฒนาโครงการ RI-NÉ Khon Kaen (รี-เน่ ขอนแก่น) คอนโดมิเนียม High Rise จำนวน 767 ยูนิต เผยฐานลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและซื้อเพื่อลงทุนมีสัดส่วนประมาณครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่งาน “RI-NÉ GetsU” เปิดเวทีสะท้อนอนาคตเมืองผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาชีพครีเอเตอร์ และการออกแบบที่อยู่อาศัยยุคใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของย่านกังสดาลจากย่านหอพักนักศึกษาสู่พื้นที่ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ Sales Gallery โครงการ RI-NÉ Khon Kaen นายนิธิศ สุดเกษม ผู้จัดการอาวุโสด้านการขายและการตลาด โครงการที่อยู่อาศัย บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยถึงมุมมองตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดขอนแก่นและความคืบหน้าโครงการ RI-NÉ (รี-เน่) ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองและเน้นการใช้ชีวิตอย่างเป็นส่วนตัว

นายนิธิศกล่าวว่า จากฐานข้อมูลลูกค้าปัจจุบัน ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเองและผู้ซื้อเพื่อลงทุนมีสัดส่วนประมาณครึ่งต่อครึ่ง โดยกลุ่มที่ซื้ออยู่เองส่วนหนึ่งมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงผู้ที่เดินทางจากพื้นที่รอบขอนแก่นเข้ามาทำงาน เมื่อทราบว่าต้องทำงานอยู่ในจังหวัดจึงตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม ขณะที่คนในพื้นที่ซึ่งมีบ้านอยู่แล้วมองเห็นโอกาสซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าให้กับนักศึกษา จึงเข้ามาลงทุนด้วย
สำหรับโครงการ RI-NÉ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ของ CP LAND มีจำนวนทั้งหมด 767 ยูนิต นายนิธิศระบุว่าปัจจุบันมียอดจองในช่วงพรีเซลประมาณร้อยละ 50 และกล่าวถึงยอดจองประมาณ 270 กว่ายูนิต ขณะนี้เริ่มเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างแล้ว และจะเริ่มตอกเสาเข็มในเร็ว ๆ นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จองโครงการ
นายนิธิศกล่าวถึงเหตุผลในการเลือกพัฒนาโครงการในจังหวัดขอนแก่นว่า CP LAND ไม่ได้พัฒนาเฉพาะคอนโดมิเนียม แต่ยังมีอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ทั้งศูนย์ประชุมไคซ์และอาคารสำนักงาน CP Tower โดยข้อมูลของบริษัทพบว่าความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในขอนแก่นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทมองว่าขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน มีทั้งมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล อีกทั้งมีผู้ลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเข้ามาลงทุน จึงเห็นโอกาสทางการตลาดและต้องการเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของจังหวัด

ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าวมีโครงการ SOū& ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise จำนวน 2 อาคาร ปัจจุบันมียอดโอนกรรมสิทธิ์ประมาณร้อยละ 80 รวมถึงโครงการ RI-NÉ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา นายนิธิศมองว่าข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยในขอนแก่น และยังมีโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนปล่อยเช่าให้กับนักศึกษาในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นายนิธิศกล่าวเพิ่มเติมว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน บริษัทให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของลูกค้าเป็นหลัก โดยพัฒนาคอนโดมิเนียมในราคาที่เข้าถึงได้ และระบุว่าผู้มีรายได้ทั่วไปประมาณ 15,000–20,000 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้ เนื่องจากมองว่าที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยพื้นฐานเช่นเดียวกับเสื้อผ้าและอาหาร ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ผู้คนก็ยังต้องการที่อยู่อาศัย จึงประเมินว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก
สำหรับฐานลูกค้าของ RI-NÉ มีทั้งนักศึกษา พนักงานบริษัท และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์และพยาบาลเข้ามาเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ซึ่งนายนิธิศมองว่าเป็นการเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจในพื้นที่
ภายในงาน “RI-NÉ GetsU” (รี-เน่ เก็ตส์ยู) ยังมีเวทีทอล์กจาก 4 สปีกเกอร์หลากหลายวงการ ร่วมเปิดมุมมองอนาคตเมืองขอนแก่นผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โอกาสทางอาชีพ ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และแนวโน้มการออกแบบที่อยู่อาศัยในย่านกังสดาล สะท้อนศักยภาพของขอนแก่นในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า การเติบโตของขอนแก่นมีแรงขับเคลื่อนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การลงทุนของภาคเอกชน ตลอดจนบทบาทการเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการแพทย์ ซึ่งดึงดูดผู้คนเข้ามาเรียน ทำงาน และใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ขอนแก่นยังมีต้นทุนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งการเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness) สถาบันการศึกษา คนรุ่นใหม่ และอัตลักษณ์อีสานร่วมสมัย โดยโจทย์สำคัญคือการนำศักยภาพเหล่านี้มาต่อยอดผ่าน Creative Economy หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับต้นทุนท้องถิ่น ตั้งแต่อาหาร งานคราฟต์ ดนตรี ไปจนถึงย่านสร้างสรรค์ ให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
นายสักก์สีห์กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนของภาคเอกชนอย่าง CP LAND มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ขณะที่กลุ่ม Content Creator และสื่อยุคใหม่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถ่ายทอดเสน่ห์ของชุมชนและย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ผู้คนในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้ขอนแก่น และเพิ่มโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ในระยะยาว
นายวิชญ์ อ่ำบัว หรือสีน้ำ Creator-Performance Academy ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาครีเอเตอร์และการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ ถ่ายทอดมุมมองว่า Creator Economy กำลังเปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยนำความรู้ ความถนัด และทักษะเฉพาะตัวมาต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ นายวิชญ์ได้อธิบายแนวทางพัฒนาตนเองสู่การเป็น Content Creator มืออาชีพ ตั้งแต่การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การวางกลยุทธ์คอนเทนต์ ไปจนถึงการบริหารช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างฐานผู้ติดตามและโอกาสทางธุรกิจ โดยมองว่าอาชีพครีเอเตอร์กำลังก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างรายได้ที่เข้าถึงได้สำหรับคนทุกช่วงวัย ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
ด้านนายรภัสสิทธิ์ ตันวัฒนเสรี ครีเอเตอร์นักศึกษาแพทย์ เจ้าของช่อง TikTok “ฝันร้ายอินโทรเวิร์ต” สะท้อนมุมมองคนรุ่นใหม่ต่อการเลือกที่อยู่อาศัยว่า ปัจจุบันให้ความสำคัญกับการบริหารเวลา ความสะดวกในการเดินทาง และคุณภาพชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะย่านกังสดาลที่กำลังเปลี่ยนจากย่านหอพักนักศึกษาสู่แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รองรับทั้งนักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ คนทำงาน และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ท่ามกลางการเติบโตของร้านอาหาร คาเฟ่ และคอมมูนิตี้ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตตลอดวัน
นายรภัสสิทธิ์ยังถ่ายทอดไลฟ์สไตล์หนึ่งวันในย่านกังสดาล ตั้งแต่การเรียน ทำงาน พักผ่อนในคาเฟ่ ออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง ไปจนถึงการเดินทางเข้าเมือง โดยมองว่าทำเลที่เชื่อมต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ภายในไม่กี่นาที ช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มเวลาส่วนตัวได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศที่สงบยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาแพทย์และคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการใช้ชีวิตนอกบ้าน แต่ยังมองหาพื้นที่พักผ่อนที่สงบหลังจากเผชิญตารางเรียนและการทำงานที่เข้มข้นตลอดวัน
นายอึนฮา ฉ่อย ผู้บริหารงานพัฒนาและออกแบบโครงการ CP LAND กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมและพื้นที่ของโครงการ RI-NÉ Khon Kaen ว่า หัวใจของการพัฒนาที่อยู่อาศัยยุคใหม่คือการเริ่มต้นจากความเข้าใจบริบทของเมืองและวิถีชีวิตของผู้คน โดยโครงการตั้งอยู่ใจกลางย่านกังสดาล ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัย ศูนย์การแพทย์ ร้านอาหาร และคอมมูนิตี้ แต่มีการวางผังอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบระยะห่างที่พอดี ให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายโดยไม่ต้องนำความวุ่นวายกลับมาที่บ้าน
สำหรับการออกแบบสถาปัตยกรรม เน้นความร่วมสมัยและมีเอกลักษณ์ชัดเจน ไม่ยึดติดกับเทรนด์ชั่วคราว เพื่อให้อาคารยังคงทรงคุณค่าไปพร้อมกับเมืองในระยะยาว พร้อมระบุถึงการรับประกันโครงสร้างนาน 10 ปีจาก CP LAND เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิด Flexible Space ที่ออกแบบให้ฟังก์ชันภายในปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วงชีวิต รวมถึงการเชื่อมต่อห้องพักเข้ากับ Sky Garden เพื่อดึงพื้นที่สีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


