วันที่ 8 ตุลาคม 2569 อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน พบว่าค่าครองชีพสูงยังเป็นแรงกดดันสำคัญ ขณะที่รายได้และกำลังซื้อยังไม่กระเตื้อง ผู้ตอบแบบสำรวจให้คะแนนภาวะเศรษฐกิจและฐานะการเงินของครัวเรือนไตรมาส 3 เฉลี่ย 4.78 จาก 10 คะแนน และคาดว่าไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 4.80 คะแนน แทบไม่ต่างจากเดิม สะท้อนว่ายังไม่คาดหวังการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงที่เหลือของปี
ผลสำรวจระบุว่า ค่าครองชีพและรายจ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้นเป็นผลกระทบที่ผู้ตอบเลือกมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ครัวเรือนยังเผชิญปัญหารายได้จากการทำงานหรือค้าขายลดลง ต้นทุนการเกษตรสูงหรือราคาผลผลิตไม่ดี รวมถึงเงินไม่พอใช้และภาระหนี้สิน
เมื่อถามถึงปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขเร็วที่สุด ร้อยละ 30.6 เลือกของแพงและค่าครองชีพสูง เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อและยอดขายลดลง โดยยังมีความต้องการให้ดูแลต้นทุนการเกษตร รายได้ และราคาพลังงานควบคู่กัน
สำหรับการรับมือหากรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายในช่วง 2–3 เดือนข้างหน้า ผู้ตอบกลุ่มที่มีสัดส่วนสูงที่สุด ร้อยละ 36.9 ระบุว่าจะลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นก่อน ส่วนทางเลือกอื่นมีทั้งใช้เงินออมหรือขายทรัพย์สิน หารายได้เสริม กู้ยืมเงิน และเลื่อนหรือหยุดชำระหนี้บางส่วน ซึ่งอีสานโพลระบุว่าสะท้อนความเปราะบางด้านสภาพคล่องของครัวเรือน
ขณะที่ความกังวลในช่วงไตรมาส 4 ยังคงอยู่ที่ค่าครองชีพและรายจ่ายจำเป็น รองลงมาคือต้นทุนการเกษตรหรือราคาผลผลิต และปัญหาเงินไม่พอใช้ สอดคล้องกับการคาดการณ์ฐานะเศรษฐกิจครัวเรือนที่แทบไม่เปลี่ยนจากไตรมาสก่อน
ด้านการประเมินรัฐบาล ผู้ตอบให้คะแนนผลงานด้านเศรษฐกิจเฉลี่ย 4.85 จาก 10 คะแนน และผลงานโดยรวม 4.73 คะแนน โดยรายงานระบุว่าประชาชนยังรอเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) มีกลุ่มที่พึงพอใจต่อการใช้งบประมาณมากกว่ากลุ่มไม่พึงพอใจ แต่ยังมีผู้ตอบที่รู้สึกเฉย ๆ ในสัดส่วนสูง
อีสานโพลสรุปว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพในระยะสั้น แต่ยังต้องการเห็นรายได้และกำลังซื้อฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งให้ความสำคัญในช่วงที่เหลือของปี
รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า ผลสำรวจเรื่อง “ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 3 ปี 2569 และคาดการณ์ไตรมาส 4” เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 4–6 ตุลาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,082 ราย ในภาคอีสาน 20 จังหวัด โดยเอกสารระบุระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และค่าความคลาดเคลื่อนประมาณ ±4% ภายใต้สมมติฐานการสุ่มตัวอย่าง
ทีมข่าวขอนแก่นลิงก์ รายงาน


